ปัญหาสำคัญอย่างหนึ่งของ Nintendo Switch คือเกมข้ามแพลตฟอร์มมักตั้งราคาขายแพงกว่าแพลตฟอร์มอื่น (เช่น Rime ขาย 30 ดอลลาร์บนเครื่องอื่น บน Switch ขาย 40 ดอลลาร์) เรื่องนี้ Reggie Fils-Aimé ประธานของ Nintendo of America ลอยตัว โดยบอกว่าผู้จัดจำหน่ายเป็นผู้ตั้งราคาเกมเอง ไม่เกี่ยวอะไรกับนินเทนโด แต่เว็บไซต์ Eurogamer สอบสวนเรื่องนี้ด้วยการสอบถามนักพัฒนาหลายราย และพบว่าต้นทุนการผลิตเกมลง Switch แพงกว่าแพลตฟอร์มอื่น เป็นเพราะค่าตลับแพงกว่าค่าแผ่น Blu-ray Eurogamer พบว่าต้นทุนค่าตลับขึ้นกับขนาดของหน่วยความจำ (มีให้เลือกตั้งแต่ 1GB, 2GB, 4GB, 8GB, 16GB, 32GB) ส่งผลให้นักพัฒนาต้องคำนึงถึงขนาดไฟล์เกมด้วย เพราะถ้าไฟล์ใหญ่เกินไป ต้นทุนค่าตลับก็จะแพงขึ้น นอกจากนี้ นินเทนโดยังกำหนดนโยบายว่าเกมแบบตลับและเกมแบบดิจิทัลที่ขายผ่าน eShop จะต้องตั้งราคาเท่ากันเสมอ ทำให้เกมแบบดิจิทัลราคาแพงตามไปด้วย นโยบายนี้ทำให้นักพัฒนารายเล็กๆ บางราย เลือกขายเกมแบบดิจิทัลเท่านั้น ที่มา – Eurogamer [...]

กระแส Conversational Action กำลังมาแรงในช่วงนี้ โดยมี Amazon Echo เป็นหนึ่งในตัวจุดประกายสำคัญ และขายดิบขายดีจน Google ต้องทำ Google Home ออกมาแข่ง ตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา ผมมีโอกาสนำทั้ง Amazon Echo และ Google Home มาใช้เป็นหัวข้อในวิชาเรียนที่ผมสอนอยู่ มีนักศึกษาช่วยกันค้นคว้าและลองเล่นอุปกรณ์ทั้งสอง จึงนำประสบการณ์มาเล่าให้ฟังว่าการใช้อุปกรณ์ทั้งสองในประเทศไทยเป็นอย่างไร โดยแบ่งเป็นหัวข้อย่อยๆ และทำการประเมินด้วยว่าอุปกรณ์จากค่ายใดเด่นกว่า การติดตั้ง ทั้ง Amazon Echo และ Google Home จะตั้งค่าเริ่มต้นผ่านแอพพลิเคชันบนสมาร์ทโฟน แต่ Amazon Echo ค่อนข้างจริงจังกับการจำกัดการใช้งานให้อยู่ในสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักรเป็นหลัก การติดตั้งจะยุ่งยากกว่า Google Home นับตั้งแต่การลงแอพพลิเคชันที่ไม่สามารถติดตั้งผ่าน Play Store หรือ App Store ได้ ต้องไปดาวน์โหลดไฟล์มาติดตั้งในโทรศัพท์เอง นอกจากนั้นการตั้งเวลายังผูกกับที่อยู่และรหัสไปรษณีย์เป็นหลัก (หลังๆ มาตั้ง timezone เองได้แล้ว) ในขณะที่ [...]

กระแส Conversational Action กำลังมาแรงในช่วงนี้ โดยมี Amazon Echo เป็นหนึ่งในตัวจุดประกายสำคัญ และขายดิบขายดีจน Google ต้องทำ Google Home ออกมาแข่ง ตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา ผมมีโอกาสนำทั้ง Amazon Echo และ Google Home มาใช้เป็นหัวข้อในวิชาเรียนที่ผมสอนอยู่ มีนักศึกษาช่วยกันค้นคว้าและลองเล่นอุปกรณ์ทั้งสอง จึงนำประสบการณ์มาเล่าให้ฟังว่าการใช้อุปกรณ์ทั้งสองในประเทศไทยเป็นอย่างไร โดยแบ่งเป็นหัวข้อย่อยๆ และทำการประเมินด้วยว่าอุปกรณ์จากค่ายใดเด่นกว่า การติดตั้ง ทั้ง Amazon Echo และ Google Home จะตั้งค่าเริ่มต้นผ่านแอพพลิเคชันบนสมาร์ทโฟน แต่ Amazon Echo ค่อนข้างจริงจังกับการจำกัดการใช้งานให้อยู่ในสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักรเป็นหลัก การติดตั้งจะยุ่งยากกว่า Google Home นับตั้งแต่การลงแอพพลิเคชันที่ไม่สามารถติดตั้งผ่าน Play Store หรือ App Store ได้ ต้องไปดาวน์โหลดไฟล์มาติดตั้งในโทรศัพท์เอง นอกจากนั้นการตั้งเวลายังผูกกับที่อยู่และรหัสไปรษณีย์เป็นหลัก (หลังๆ มาตั้ง timezone เองได้แล้ว) ในขณะที่ [...]

กระแส Conversational Action กำลังมาแรงในช่วงนี้ โดยมี Amazon Echo เป็นหนึ่งในตัวจุดประกายสำคัญ และขายดิบขายดีจน Google ต้องทำ Google Home ออกมาแข่ง ตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา ผมมีโอกาสนำทั้ง Amazon Echo และ Google Home มาใช้เป็นหัวข้อในวิชาเรียนที่ผมสอนอยู่ มีนักศึกษาช่วยกันค้นคว้าและลองเล่นอุปกรณ์ทั้งสอง จึงนำประสบการณ์มาเล่าให้ฟังว่าการใช้อุปกรณ์ทั้งสองในประเทศไทยเป็นอย่างไร โดยแบ่งเป็นหัวข้อย่อยๆ และทำการประเมินด้วยว่าอุปกรณ์จากค่ายใดเด่นกว่า การติดตั้ง ทั้ง Amazon Echo และ Google Home จะตั้งค่าเริ่มต้นผ่านแอพพลิเคชันบนสมาร์ทโฟน แต่ Amazon Echo ค่อนข้างจริงจังกับการจำกัดการใช้งานให้อยู่ในสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักรเป็นหลัก การติดตั้งจะยุ่งยากกว่า Google Home นับตั้งแต่การลงแอพพลิเคชันที่ไม่สามารถติดตั้งผ่าน Play Store หรือ App Store ได้ ต้องไปดาวน์โหลดไฟล์มาติดตั้งในโทรศัพท์เอง นอกจากนั้นการตั้งเวลายังผูกกับที่อยู่และรหัสไปรษณีย์เป็นหลัก (หลังๆ มาตั้ง timezone เองได้แล้ว) ในขณะที่ [...]

กระแส Conversational Action กำลังมาแรงในช่วงนี้ โดยมี Amazon Echo เป็นหนึ่งในตัวจุดประกายสำคัญ และขายดิบขายดีจน Google ต้องทำ Google Home ออกมาแข่ง ตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา ผมมีโอกาสนำทั้ง Amazon Echo และ Google Home มาใช้เป็นหัวข้อในวิชาเรียนที่ผมสอนอยู่ มีนักศึกษาช่วยกันค้นคว้าและลองเล่นอุปกรณ์ทั้งสอง จึงนำประสบการณ์มาเล่าให้ฟังว่าการใช้อุปกรณ์ทั้งสองในประเทศไทยเป็นอย่างไร โดยแบ่งเป็นหัวข้อย่อยๆ และทำการประเมินด้วยว่าอุปกรณ์จากค่ายใดเด่นกว่า การติดตั้ง ทั้ง Amazon Echo และ Google Home จะตั้งค่าเริ่มต้นผ่านแอพพลิเคชันบนสมาร์ทโฟน แต่ Amazon Echo ค่อนข้างจริงจังกับการจำกัดการใช้งานให้อยู่ในสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักรเป็นหลัก การติดตั้งจะยุ่งยากกว่า Google Home นับตั้งแต่การลงแอพพลิเคชันที่ไม่สามารถติดตั้งผ่าน Play Store หรือ App Store ได้ ต้องไปดาวน์โหลดไฟล์มาติดตั้งในโทรศัพท์เอง นอกจากนั้นการตั้งเวลายังผูกกับที่อยู่และรหัสไปรษณีย์เป็นหลัก (หลังๆ มาตั้ง timezone เองได้แล้ว) ในขณะที่ [...]

กระแส Conversational Action กำลังมาแรงในช่วงนี้ โดยมี Amazon Echo เป็นหนึ่งในตัวจุดประกายสำคัญ และขายดิบขายดีจน Google ต้องทำ Google Home ออกมาแข่ง ตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา ผมมีโอกาสนำทั้ง Amazon Echo และ Google Home มาใช้เป็นหัวข้อในวิชาเรียนที่ผมสอนอยู่ มีนักศึกษาช่วยกันค้นคว้าและลองเล่นอุปกรณ์ทั้งสอง จึงนำประสบการณ์มาเล่าให้ฟังว่าการใช้อุปกรณ์ทั้งสองในประเทศไทยเป็นอย่างไร โดยแบ่งเป็นหัวข้อย่อยๆ และทำการประเมินด้วยว่าอุปกรณ์จากค่ายใดเด่นกว่า การติดตั้ง ทั้ง Amazon Echo และ Google Home จะตั้งค่าเริ่มต้นผ่านแอพพลิเคชันบนสมาร์ทโฟน แต่ Amazon Echo ค่อนข้างจริงจังกับการจำกัดการใช้งานให้อยู่ในสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักรเป็นหลัก การติดตั้งจะยุ่งยากกว่า Google Home นับตั้งแต่การลงแอพพลิเคชันที่ไม่สามารถติดตั้งผ่าน Play Store หรือ App Store ได้ ต้องไปดาวน์โหลดไฟล์มาติดตั้งในโทรศัพท์เอง นอกจากนั้นการตั้งเวลายังผูกกับที่อยู่และรหัสไปรษณีย์เป็นหลัก (หลังๆ มาตั้ง timezone เองได้แล้ว) ในขณะที่ [...]

Foursquare เปิดตัว Pilgrim SDK เพื่อเปิดให้นักพัฒนาจากแอพภายนอกที่ต้องการใช้งานข้อมูลของผู้ใช้โดยขึ้นกับสถานที่ ซึ่งปัจจุบัน Foursquare ใช้งานอยู่เพื่อแนะนำข้อมูลต่าง ๆ เมื่อผู้ใช้เดินเข้าไปยังสถานที่ต่าง ๆ เช่น บาร์, ร้านค้า, ร้านอาหาร ฯลฯ Pilgrim SDK จะช่วยให้แบรนด์, นักการตลาด และนักพัฒนาใช้ข้อมูลสถานที่ได้มากขึ้น โดยใช้ข้อมูลซึ่งเก็บโดย Foursquare ที่เพิ่มโดยผู้ใช้ทั่วไป ปัจจุบัน Foursquare ก็เปิด API ให้นักพัฒนาเข้าถึงฐานข้อมูลสถานที่อยู่แล้ว แต่ Pilgrim จะพิเศษยิ่งกว่านั้น คือตัว SDK จะใช้การพิจารณาจากปัจจัยแวดล้อม เช่น สัญญาณจาก Wi-Fi, Bluetooth, GPS และข้อมูลจากแหล่งอื่น ๆ เพื่อนำมารวมกัน จากนั้นจะทำการระบุสถานที่ที่โทรศัพท์อยู่, สภาพแวดล้อม และคาดเดาว่าผู้ใช้น่าจะกำลังสนใจในตอนนั้น นักพัฒนาสามารถใช้ Pilgrim เพื่อตัดสินใจภายใต้เงื่อนไขต่าง ๆ ว่า จะส่งข้อความอะไรให้กับผู้ใช้ เช่น ถ้าผู้ใช้เดินออกจากโรงแรมเพื่อไปเที่ยวในเมือง แอพของโรงแรมก็จะส่งข้อมูลแนะนำสถานที่ที่ควรไปมา [...]

Paul M. Skinner ชายชาว Seattle ถูกศาลตัดสินจำคุก 30 วัน ฐานประมาทและก่อให้เกิดอันตรายแก่ผู้อื่น หลังเมื่อปี 2015 นาย Paul ขับโดรนในงาน Pride Parade แล้วชนผู้เสียหาย 2 คน จนหนึ่งในนั้นหมดสติ กรณีนี้เป็นครั้งแรกที่ศาลเมือง Seattle ตัดสินความผิดจากการขับโดรนในที่สาธารณะ ขณะที่ FAA (Federal Aviation Association) เปิดเผยว่าเฉพาะปีงบประมาณปีที่แล้ว มีรายการการชนของโดรนและเครื่องบินรวมกันกว่า 1,200 ครั้ง เพิ่มจากปีงบประมาณ 2015 ที่มีเพียง 874 ครั้งเท่านั้น รวมถึงมีรายงานที่ไม่ได้รับการยืนยัน ถึงการชนกันระหว่างโดรนและเครื่องบินด้วย ด้าน FAA ยืนยันจะเร่งจัดการการใช้งานโดรนอย่างผิดกฎหมาย อาทิ การบินเข้าใกล้อากาศยานหรือเฮลิคอปเตอร์ พร้อมระบุว่าคนบังคับโดรนที่ไม่ได้รับใบอนุญาตควรถูกปรับอย่างหนัก และฟ้องร้องในคดีอาญา ที่มา – GeekWire Topics:  Drone USA Crime FAA

หลังจากที่ก่อนหน้านี้ ศาลในสหรัฐอเมริกา เริ่มใช้ algorithm ในการช่วยประเมินความเสี่ยงในการให้ประกันตัวผู้ต้องหา ล่าสุด ศาลยุติธรรมไทยก็เริ่มทดลองการประเมินโดยใช้กระบวนการทางสถิติและพฤติกรรมศาสตร์ในศาล 5 ภูมิภาคเป็นการนำร่องแล้ว เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2560 สำนักงานศาลยุติธรรมโดยสถาบันวิจัยและพัฒนารพีพัฒนศักดิ์ได้จัดสัมมนาทางวิชาการ เรื่อง “สู่ยุคใหม่ของการฝากขังและปล่อยชั่วคราว: เปลี่ยนแนวคิด พลิกระบบด้วยวิสัยทัศน์ นวัตกรรมและเทคโนโลยี” ณ ห้องประชุมสัญญา ธรรมศักดิ์ ชั้น 7 อาคารสถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม หนึ่งในประเด็นสำคัญในการสัมมนาคือการประกาศการทดลองใช้ระบบประเมินความเสี่ยงและการกำกับดูแลในชั้นปล่อยชั่วคราวซึ่งว่าจ้างสถาบันวิจัยพฤติกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร ดำเนินการศึกษาข้อมูลเพื่อสร้างฐานข้อมูลความเสี่ยงในเชิงจิตวิทยา ในเชิงพฤติกรรมศาสตร์ โดยใช้ข้อมูลจากสำนวนคดีในศาลอาญาเป็น 1,000 สำนวน เพื่อสร้างเป็นฐานข้อมูลระบบประเมินความเสี่ยง ช่วยประเมินความเสี่ยงในการปล่อยตัวผู้ต้องหาในคดีที่มีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงไม่เกิน 5 ปี โดยการประกันตัวชั่วคราวนอกเหนือจากการประกันด้วยหลักทรัพย์ที่มีอยู่เดิม การทดลองนำร่องใน 5 ศาล ได้แก่ ศาลจังหวัดเชียงใหม่ ศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ ศาลอาญากรุงเทพใต้ ศาลจังหวัดจันทบุรี และศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ทั้งนี้ ในการสัมมนา นายมุขเมธิน กลั่นนุรักษ์ [...]

รัฐนิวเจอร์ซีย์ประกาศเริ่มใช้งานอัลกอริทึมในประกอบการพิจารณาให้ประกันตัวของผู้ต้องหา ซึ่งอัลกอริทึมดังกล่าวใช้ชื่อเรียกว่า Public Safety Assessment หรือ PSA โดยเริ่มตั้งแต่ 1 มกราคมที่ผ่านมา PSA ถูกออกแบบเพื่อทำนายความเสี่ยงของการปล่อยผู้ต้องหา โดยใช้ข้อมูลกว่า 1.5 ล้านกรณีที่เกิดขึ้นในสหรัฐฯ มาทำการวิเคราะห์ และจะใช้ปัจจัย 9 อย่างที่แตกต่างกันในการพิจารณาผู้ต้องหา เช่น อายุ, ความรุนแรงในการกระทำผิด, ค่าปรับที่ค้างอยู่, ประวัติการถูกตัดสินด้านอาชญากรรม, ประวัติความรุนแรง, สำนวนก่อนหน้า และประวัติการไม่มาปรากฏในศาลตามที่ตกลงไว้ ทั้งประวัติที่เพิ่มเกิดขึ้นไม่นานและประวัติในระยะยาว ข้อมูลเหล่านี้ PSA จะเอาไปทำการคำนวณว่า ถ้าเกิดปล่อยผู้ต้องหารายนี้ออกไปแล้ว จะมารายงานตัวต่อศาลตรงตามกำหนดหรือไม่ และจะไปเข้าร่วมการก่ออาชญากรรมครั้งใหม่หรือไม่ โดยอัลกอริทึมนี้จะไม่ใช้ข้อมูลก่อให้เกิดความลำเอียง เช่น ระดับการศึกษา, การมีงานทำ เข้ามาพิจารณาด้วย ปัญหาการตัดสินโดยใช้ข้อมูลที่ทำให้ลำเอียง ProPublica เคยตั้งข้อสังเกตกับอัลกอริทึมหนึ่งที่ใช้ข้อมูลอย่าง ZIP code, ประวัติการศึกษา และการประวัติการถูกจับกุมของสมาชิกในครอบครัวมาพิจารณา โดยยกตัวอย่างเปรียบเทียบคือเรื่องของ Brisha Borden และ Vernon Prater Brisha Borden นั้นถูกจับข้อหานำจักรยานและสกู๊ตเตอร์ที่ไม่ได้ล็อกไปใช้ [...]

 Page 2 of 156 « 1  2  3  4  5 » ...  Last »