Kevin Wong หัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์การตลาดของ IHS China ผู้เชี่ยวชาญด้านซัพพลายเออร์ ออกมาบอกว่า iPhone รุ่นใหม่ที่จะเปิดตัวในปีนี้ จะเพิ่มความละเอียดของกล้องหลังแล้ว จากเดิมตั้งแต่เมื่อครั้งเปิดตัว iPhone 4S เมื่อปี 2011 แอปเปิลก็หยุดความละเอียดของกล้องหลังเอาไว้ที่ 8 เมกะพิกเซล และไปเพิ่มฟีเจอร์อื่นๆ เพื่อเสริมคุณภาพแทน แต่ในปีนี้จะเป็นครั้งแรกที่ขยับจำนวนพิกเซลไปเป็น 12 เมกะพิกเซล ในแง่ดีคือได้ความละเอียดเพิ่มขึ้น แต่ก็ทำให้ขนาดของพิกเซลลดลง ซึ่งอาจมีผลทำให้สัญญาณรบกวนในสภาพแสงน้อยมีมากขึ้น โดยตอนนี้ขนาดของพิกเซลใน iPhone 6 อยู่ที่ 1.5 ไมครอน ก่อนหน้า Wong ก็มี Ming-Chi Kuo นักวิเคราะห์จาก KGI Securities ที่ทำนายว่า iPhone รุ่นใหม่จะใช้กล้องความละเอียด 12 เมกะพิกเซลเช่นกัน ที่มา – Apple Insider Apple, iPhone, Rumors

บริษัทเกมชื่อดัง Zynga เคยใช้วิธีเช่าเซิร์ฟเวอร์จาก Amazon Web Services ในสมัยเริ่มกิจการ แต่เมื่อบริษัทเติบโตอย่างก้าวกระโดด ในปี 2011 บริษัทก็หันมาทำศูนย์ข้อมูลเอง โดยใช้เงินลงทุนถึง 100 ล้านดอลลาร์ แต่เมื่อ Zynga เริ่มประสบปัญหาทางธุรกิจในช่วงหลัง บริษัทจึงต้องลดค่าใช้จ่าย และล่าสุดก็ประกาศปิดศูนย์ข้อมูล กลับมาใช้วิธีเช่า AWS เหมือนเดิมแล้ว ซีอีโอ Mark Pincus ให้สัมภาษณ์ว่าการสร้างศูนย์ข้อมูลไม่ใช่ยุทธศาสตร์หลักของบริษัท การเช่า AWS จึงสมเหตุสมผลกว่า Lydia Leong นักวิเคราะห์ของ Gartner มองว่าเดิมที Zynga คาดว่าจะลดต้นทุนค่าเซิร์ฟเวอร์ได้มากกว่าถ้าหากมีศูนย์ข้อมูลเอง แต่พบว่าในทางปฏิบัติแล้วไม่ง่าย และธุรกิจเกมนั้นคาดเดาปริมาณการใช้งานได้ยาก การวางแผนขยายศูนย์ข้อมูลจึงยากตามไปด้วย ที่มา – Digits Zynga, AWS, Cloud Computing, Data Center

นินเทนโดประกาศผลประกอบการประจำปี 2014 (นับตั้งแต่ต้นเดือนเมษายน 2014 จนถึงสิ้นเดือนมีนาคม 2015) ผลออกมาเป็นกำไรครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2011 แต่ก็ยังน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้พอสมควร โดยรายได้ทั้งหมดของนินเทนโดประกาศมาที่ 549,780 ล้านเยน ตกลงจากปีก่อน 3.8% แต่กลับมามีกำไรสุทธิอยู่ที่ 41,843 ล้านเยน โดยที่ไม่มีอะไรเข้าเป้าแม้แต่อย่างเดียวไม่ว่าจะเป็นยอดขายทั้งฝั่งฮาร์ดแวร์ และซอฟต์แวร์ รวมถึงเครื่องเกมพกพาตัวใหม่อย่าง New 3DS ก็ไม่ได้ทำยอดขายดีตามที่คาดไว้ สำหรับยอดขายฝั่งฮาร์ดแวร์ ซีรีส์ 3DS ขายได้รวมกัน 8.73 ล้านเครื่อง โดยแบ่งเป็น 2DS ทั้งหมด 1.55 ล้านเครื่อง, 3DS ขายได้ 3.41 ล้านเครื่อง และ New 3DS ที่ 3.27 ล้านเครื่อง รวมแล้วก็ยังต่ำกว่าที่คาดไว้ราว 9 ล้านเครื่องอยู่ดี ส่วนฝั่ง Wii U ยอดขายดีช่วงกลางปี ก่อนจะมาชะลอตัวในช่วงสามเดือนสุดท้าย รวมทั้งปีขายได้ 3.38 ล้านเครื่อง [...]

NVIDIA นอกจากธุรกิจชิปสำหรับแท็บเล็ตอย่าง Tegra แล้วยังมีธุรกิจชิปโมเด็ม 4G ของตัวเองที่ชื่อว่า Icera ที่ซื้อมาตั้งแต่ปี 2011 แต่กลับไม่ได้รับความนิยมนัก ตอนนี้ทาง NVIDIA ก็ประกาศว่าจะหยุดพัฒนาโมเด็มต่อ และเปิดขายสำหรับผู้สนใจต่อไป ธุรกิจ Icera มีพนักงานอยู่ประมาณ 500 คนส่วนใหญ่อยู่ในสหราชอาณาจักรและฝรั่งเศส ทาง NVIDIA ประกาศว่าจะรายงานผลกระทบทางการเงินของการประกาศครั้งนี้ในรายงานผลประกอบการวันพรุ่งนี้ ที่มา – NVIDIA NVIDIA, Semiconductor, Telecom, 4G

เป็นที่รู้กันว่านอกจากการ์ดจอตระกูล GeForce ซึ่งเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายในหมู่ผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์แล้วทาง NVIDIA เองก็ได้พยายามเจาะตลาดอุปกรณ์พกพาด้วยชิปเซ็ตหน่วยประมวลผลคระกูล Tegra มาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งตอนแรกพวกเขาก็พยายามยกระดับการแข่งขันด้วยการเข้าซื้อกิจการ Icera บริษัทผู้พัฒนาเทคโนโลยีโมเด็มบนอุปกรณ์พกพาตั้งแต่ปี 2011 ที่คาดว่าจะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาชิปเซ็ตรุ่นใหม่ที่มีการเชื่อมต่อเครือข่ายโทรศัพท์แบบ 4G เป็นความต้องการพื้นฐาน แต่หลังจากเข้าซื้อกิจการครั้งนั้นมาแล้วกลับแทบไม่ได้ใช้ประโยชน์ในชิปเซ็ตรุ่นใหม่เลย มีเพียงแค่ Tegra 4i รุ่นแก้ไขของ Tegra…

หมายเหตุ: ข่าวนี้ไม่เกี่ยวกับบริการทดสอบความเร็วเพจ PageSpeed Insights แต่เป็นบริการอีกตัวที่ชื่อคล้ายกันคือ PageSpeed Service กูเกิลมีบริการเร่งความเร็วเว็บไซต์ชื่อ PageSpeed Service มาตั้งแต่ปี 2011 หลักการทำงานของมันคล้ายกับเว็บพร็อกซี โดยเซิร์ฟเวอร์ของกูเกิลดูดไฟล์จากเซิร์ฟเวอร์ต้นทาง แล้วผู้ใช้จะเข้าเว็บจากเซิร์ฟเวอร์ของกูเกิลแทน (ต้องแก้ค่า DNS) แต่หลังจากเปิดบริการมา 4 ปีครึ่ง ทีมงานกูเกิลก็ตัดสินใจปิดมันแล้ว เว็บไซต์ใดก็ตามที่ฝากตัวไว้กับ PageSpeed Service ต้องแก้ค่า DNS กลับก่อนวันที่ 3 สิงหาคม 2015 ไม่อย่างนั้นจะไม่สามารถใช้งานเว็บไซต์ได้ ส่วนคนที่ตั้งเซิร์ฟเวอร์เองแล้วอยากได้ฟีเจอร์ช่วยเร่งความเร็วแบบเดียวกัน กูเกิลก็มีโมดูล mod_pagespeed ให้กับทั้ง Apache และ nginx อยู่แล้ว ที่มา – PageSpeed Service, The Register Google, Web Server

Google ผู้ให้บริการ Search Engine รายใหญ่ ได้เปิดบริการพิเศษขึ้นหลังจากที่เกิดเหตุแผ่นดินไหวในประเทศเนปาลจนมีผู้เสียชีวิตสูงถึง 2,500 คนและยังคงมียอดสูงขึ้นเรื่อยๆ โดยบริการล่าสุดนี้ทาง Google ได้ใช้ทรัพยากรของบริษัทส่วนหนึ่งในการค้นหารายชื่อผู้คนที่คุณรู้จักและต้องการทราบข่าวคราว ซึ่งคุณสามารถใส่คียเวิร์ดค้นหาข้อมูลของบุคคลต่างๆ รวมไปถึงตัวคุณเองก็สามารถใส่ข้อมูลอ้างอิงรายงานว่าคนที่รู้จักหรือตัวคุณเองได้ด้วย เพื่อเป็นการอัพเดตฐานข้อมูลให้ผู้ที่ตามหาคนอยู่ได้รับทราบ สำหรับ Google เริ่มเปิดให้บริการค้นหาบุคคลในเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เฮติเมื่อปี 2010 จนกระทั่งมีการเปิดให้บริการดังกล่าวมาเรื่อยๆเช่นเหตุการณ์สึนามิที่ญี่ปุ่น ในปี 2011 สำหรับผู้ที่ต้องการค้นหาบุคคลในเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เนปาลสามารถคลิกไปที่ 2015 Nepal Earthquake ได้เลย

นับตั้งแต่ MtGox ล้มละลายไปก็ดูเหมือนจะมีแต่ข่าวแย่ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงรายงานล่าสุดที่ชี้ว่า Bitcoin ในระบบของ MtGox นั้นเริ่มหายไปตั้งแต่กลางปี 2011 ล่าสุดมีข่าวดีสำหรับเหยื่อที่สูญเงินไปจากเหตุการณ์ครั้งนี้บ้างแล้ว ข่าวดีที่ว่าคือทาง MtGox เริ่มเปิดให้ผู้ใช้สามารถลงทะเบียนเข้าไปที่ claims.mtgox.comเพื่อกรอกข้อมูลยืนยันตัวตน ก่อนจะโอนไปยังระบบแลกเปลี่ยน Bitcoin สัญชาติเกาหลีใต้ Kraken สำหรับถอนเงิน ซึ่งจะได้อัตราแลกเปลี่ยนที่ 483 เหรียญต่อ 1 BTC โดยจะเพิ่มขึ้นอีกร้อยละ 6 ต่อปี สำหรับกำหนดการยื่นคำร้องจะเปิดให้จนถึงวันที่ 29 พฤษภาคมนี้ และคาดว่าจะเริ่มคืนเงินได้ในวันที่ 9 กันยายนนี้ สำหรับคนที่อยู่ในข่าย และอยากได้วิธีการอย่างละเอียดสามารถอ่านเพิ่มเติมได้จากประกาศของ MtGox ครับ ที่มา – MtGox MtGox, Bitcoin,

MtGox ที่ล้มละลายไป ตอนนี้ทางเจ้าหนี้ก็เข้ามาตรวจสอบว่าเกิดอะไรขึ้นกับบริษัท โดยทีมงาน WizSec จากญี่ปุ่นเข้ามาตรวจสอบบัญชีและพบว่าเงินหายไปจากบัญชี MtGox อย่างต่อเนื่องมานานนับปี Mark Karpeles ผู้ก่อตั้ง MtGox แสดงบัญชีว่าบริษัทมีบิทคอยน์อยู่ 424242.42424242 BTC ครั้งแรกเมื่อปี 2011 หลังจากให้บริการแลกเปลี่ยนเงิน จนกระทั่งปิดให้บริการในปี 2014 บริษัทควรมีบิทคอยน์อยู่ทั้งสิ้น 950,000 BTC แต่กลับทำหายไปทั้งหมด ทีม WizSec เข้าตรวจสอบบัญชีพบว่าในช่วงปี 2011 มีข้อมูลสูญหายไปทำให้ไม่สามารถติดตามปริมาณเงินที่มีอยู่จริงได้ อย่างไรก็ตามในปี 2013 เป็นต้นมา มีเงินที่รั่วไหลออกจากระบบอย่างต่อเนื่องในอัตราที่ช้าลงเรื่อยๆ จนกระทั่งเงินหมดบัญชีในปี 2014 เส้นทางของเงินพบว่าเงินที่ถูกขโมยออกไปจากบัญชี MtGox นั้นถูกขโมยไปรวมกันที่บัญชีขนาดใหญ่บัญชีหนึ่ง แล้วแตกย่อยออกไปยังบริษัทแลกเงินต่างๆ รวมถึง MtGox เอง ที่จริงแล้ว MtGox มีแนวคิดการใช้ cold storage เพื่อลดความเสี่ยงในการถูกแฮก เมื่อบัญชีมีบิทคอยน์เกินกำหนดจะโอนเงินเข้าบัญชีหนึ่งที่ไม่มีกุญแจสำหรับโอนออก และพนักงานจะต้องมาสแกนบาร์โค้ดเพื่อโอนเงินกลับเข้าบัญชีหลักเป็นรอบๆ ไป หากบัญชีหลักถูกแฮกจนเงินหมด เงินส่วนมากควรอยู่ในบัญชีสำรองนี้และมีช่วงเวลาให้ผู้ดูแลได้แก้ไขก่อนจะนำเงินกลับมาให้บริการอีกครั้ง แต่ทีม WizSec [...]

“21 ภาพแมวอ้วนกลมดุ๊กดิ๊กที่จะทำให้คุณใจละลาย” “เมื่อภรรยานอกใจ สามีจึงวางแผนเอาคืนแบบแสบทะลักขีด” พาดหัวข่าวแบบนี้กลายเป็นสิ่งที่พบได้ทั่วไปในแวดวงโซเชียล เว็บเนื้อหาแนวไวรัลกลายเป็นเรื่องปกติธรรมดา อย่างไรก็ตาม การพาดหัวชวนคลิกแบบโอเวอร์เกินจริง บวกกับปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์เนื้อหาจากเว็บอื่นๆ ทำให้เริ่มมีคนตั้งคำถามกับเว็บไซต์เหล่านี้ เว็บลักษณะนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ในต่างประเทศ และถ้าพูดถึง “ต้นฉบับ” ของเว็บข่าวแนวไวรัลเหล่านี้ก็ย่อมหนีไม่พ้น BuzzFeed ที่เริ่มกิจการมาตั้งแต่ปี 2006 (เกือบสิบปีแล้วนะ) บทความนี้จะแนะนำต้นกำเนิดของเว็บไวรัล และพัฒนาการของเว็บเหล่านี้ทั้งในและต่างประเทศ คำเตือน: รูปเยอะมาก ประวัติของ Jonah Peretti พระบิดาแห่งไวรัล ปัจจุบันคำว่า “ไวรัล” (viral) กลายเป็นของสามัญที่แพร่กระจายไปทุกแบรนด์และเอเยนซี่ แต่ถ้าย้อนกลับไปดูในอดีต เรารู้กันหรือไม่ว่าแนวคิดเรื่องไวรัลเกิดขึ้นมาได้อย่างไร คำตอบไม่ใช่ใครอื่นไกล เพราะผู้ค้นพบพลังแห่งไวรัล (สมัยยังไม่มีคำว่าไวรัลด้วยซ้ำ) คือ Jonah Peretti ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ BuzzFeed นี่เอง ย้อนไปไกลถึงปี 2001 สมัยที่กูเกิลยังเตาะแตะ และมาร์ค ซัคเคอร์เบิร์กยังเป็นใครไม่รู้ ตอนนั้น Peretti เป็นนักศึกษาปริญญาโทอยู่ที่สถาบัน MIT เขาสั่งซื้อรองเท้าผ้าใบจากเว็บไซต์ Nike ที่เปิดให้พิมพ์ข้อความส่วนตัวลงบนรองเท้าได้ Peretti เลือกคำว่า [...]

 Page 1 of 214  1  2  3  4  5 » ...  Last »