Friday, May 4th, 2012 at
8:20 pm
ไมโครซอฟท์ออกบัตรเชิญงานสัมมนาสำหรับนักพัฒนาแอพบน Windows Phone วันที่ 20-21 มิถุนายนนี้ที่ซานฟรานซิสโก โดยยังไม่บอกรายละเอียดของงานมากนัก โฆษกของไมโครซอฟท์บอกว่าจะเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมในอีกไม่ช้า และจะเปิดหน้าเว็บให้เริ่มลงทะเบียนด้วย ใครที่รอข่าวคราวของ Windows Phone 8 “Apollo” ก็คงต้องลุ้นกัน งานนี้น่าจะมีโอกาสเปิดตัว Apollo เยอะที่สุดในช่วงนี้แล้วครับ ที่มา – ZDNet
Thursday, May 3rd, 2012 at
6:20 pm
ศาลเมืองมานน์ไฮม์ประเทศเยอรมนีตัดสินคดีไมโครซอฟท์ละเมิดสิทธิบัตรโมโตโรลา ฟันธงมีความผิดจริงพร้อมสั่งระงับการขายผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องทั้งเครื่องเกมคอนโซล Xbox360 และอุปกรณ์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการวินโดวส์ 7
Thursday, May 3rd, 2012 at
6:20 pm
เว็บไซต์ The Verge รายงานข่าววงในว่า ไมโครซอฟท์เตรียมออก Xbox 360 รุ่น 4GB แพ็กเกจพิเศษที่รวม Kinect เข้ามาด้วย ขายในราคาเพียง 99 ดอลลาร์ แต่ติดสัญญาสมาชิก Xbox Live Gold เดือนละ 15 ดอลลาร์นาน 2 ปี (ระยะเวลาประกันเครื่องจะขยายเป็น 2 ปีด้วย) แพ็กเกจ Xbox Live Gold อาจรวมเนื้อหาพิเศษอื่นๆ เช่น การดูรายการทีวีหรือกีฬาแบบสตรีมมิ่ง เพิ่มเข้ามาด้วย แต่ The Verge ยังไม่แน่ใจนักในเรื่องนี้ ถ้าข่าวนี้เป็นจริง มันจะแสดงให้เห็นยุทธศาสตร์ของไมโครซอฟท์ที่ต้องการรุกไปยังตลาดความบันเทิงภายในห้องนั่งเล่น โดยเน้นรายได้จากค่าสมาชิกบริการออนไลน์ต่างๆ แทนรายได้จากตัวเครื่อง ที่มา – The Verge
Thursday, May 3rd, 2012 at
9:40 am
จากที่มีข่าวลือออกมาพักหนึ่งแล้วว่าไมโครซอฟท์จะทิ้งแบรนด์ Windows Live วันนี้ข่าวอย่างเป็นทางการมาแล้ว Steven Sinofsky หัวหน้าทีม Windows 8 ประกาศผ่านบล็อก Building Windows 8 ว่าแบรนด์ Windows Live ที่ใช้มาตั้งแต่ปี 2005 เป็นแนวคิดในยุคที่ระบบปฏิบัติการยังไม่เชื่อมต่อกับกลุ่มเมฆมากนัก ไมโครซอฟท์จึงออกแบรนด์ Live เพื่อแสดงให้เห็นว่าเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ต้องใช้งานผ่านอินเทอร์เน็ตด้วย แต่ถึงแม้ Windows Live จะมีคนใช้เยอะ (Hotmail 350 ล้าน, Messenger 300 ล้าน, SkyDrive 130 ล้าน) ไมโครซอฟท์ยังรู้สึกไม่พอใจกับประสบการณ์ใช้งาน Live ที่เป็นแค่ส่วนขยายที่ไม่กลืนเป็นส่วนหนึ่งของระบบปฏิบัติการ Sinofsky บอกว่า Windows 8 ถูกออกแบบใหม่ให้ทำงานร่วมกับอินเทอร์เน็ตเป็นเนื้อเดียวกัน และเป็นโอกาสอันดีที่จะปรับปรุงเรื่องนี้ ไมโครซอฟท์จึงตัดสินใจถอนแบรนด์ Windows Live ออกเพื่อลดความสับสนของผู้ใช้ แอพกลุ่ม Windows Live เดิมจะเหลือแค่ชื่อแอพเฉยๆ (เช่น Windows Live [...]
Thursday, May 3rd, 2012 at
1:00 am
ไมโครซอฟท์ประกาศนโยบายใหม่ของ Windows Phone Marketplace เพื่อให้แอพมีคุณภาพมากขึ้น และป้องกันแอพปลอม-แอพละเมิดลิขสิทธิ์ต่างๆ ดังนี้ ไมโครซอฟท์จะให้ความสำคัญกับคำขอของเจ้าของลิขสิทธิ์หรือเครื่องหมายการค้ามากขึ้น ถ้าได้รับแจ้งปัญหาเรื่องละเมิดลิขสิทธิ์หรือเครื่องหมายการค้า ไมโครซอฟท์จะสอบสวนและดึงแอพที่มีปัญหาลงจาก Marketplace ส่วนมากปัญหาแอพละเมิดชื่อการค้า จะเกิดจากนักพัฒนาไม่เข้าใจกระบวนการตั้งชื่อ มากกว่าจงใจละเมิดชื่อให้เข้าใจผิด ไมโครซอฟท์แนะนำว่าไม่ควรใช้ชื่อแอพตามชื่อแบรนด์ตรงๆ เช่น MSN หรือ YouTube แต่สามารถตั้งชื่อแนว Reader for MSN ได้ การปรับเปลี่ยนแอพเพียงเล็กน้อยแล้วส่งขึ้น Marketplace ใหม่หรือส่งเป็นคนละหมวดกัน จะถือว่าละเมิดเงื่อนไขของบริษัท Marketplace จะอนุญาตให้ใส่คีย์เวิร์ดสำหรับแอพได้เพียง 5 คำเท่านั้น สำหรับแอพเดิมที่มีคีย์เวิร์ดเยอะเกินไปจะถูกลบคีย์เวิร์ดทั้งหมด นอกจากนี้ยังจะตรวจว่าใส่คีย์เวิร์ดตรงกับเนื้อหาของแอพหรือไม่ด้วย ที่มา – Windows Phone Developer Blog via Neowin
Thursday, May 3rd, 2012 at
1:00 am
การที่ Android ใช้ภาษา Java ทำให้กูเกิลมีปัญหาคดีความกับซันและออราเคิล ทางออกที่เป็นไปได้ในทางทฤษฎีคือเปลี่ยนไปใช้ภาษา-แพลตฟอร์มอื่นแทน ซึ่งก็ไม่ง่ายนักในทางปฏิบัติ แต่ล่าสุดบริษัท Xamarin ซึ่งเป็นทีมงาน Mono เดิม (ข่าวการตั้งบริษัท) ซึ่งเชี่ยวชาญเทคโนโลยีสาย .NET ด้วยโมเดลการพัฒนาแบบโอเพนซอร์ส ประกาศความสำเร็จของโครงการทดลอง XobotOS ซึ่งเป็นการแปลง Android จาก Java มาเป็น C# ทั้งหมด Xamarin ใช้เครื่องมืออัตโนมัติชื่อ Sharpen ช่วยแปลงโค้ดจาก Java เป็น C# โดยแปลงทั้งเวอร์ชัน 2.x และ 4.x จากนั้นนำโค้ดภาษา C# ที่ได้ไปรันบนเวอร์ชวลแมชีน Mono เดิม นอกจากเรื่องแปลงโค้ดแล้ว ประสิทธิภาพที่ได้ก็น่าประทับใจมาก เพราะตัวเอนจิน Mono พัฒนามานานกว่า Dalvik มาก บวกกับการออกแบบแพลตฟอร์ม .NET ของไมโครซอฟท์ที่ปรับปรุงเรื่องประสิทธิภาพจาก Java อยู่แล้ว ช่วยให้ประสิทธิภาพของ XobotOS [...]
Wednesday, May 2nd, 2012 at
12:00 pm
William Lynch ซีอีโอของ Barnes & Noble ให้สัมภาษณ์แบบเจาะลึกกับ Fortune หลังข่าว ไมโครซอฟท์ร่วมลงทุนใน Nook ประเด็นที่น่าสนใจมีดังนี้ Nook Simple Touch with GlowLight รุ่นมีไฟในตัวขายดีกว่าที่คาด ตอนนี้ของหมดชั่วคราว แต่อุปกรณ์ที่ขายดีที่สุดของบริษัทยังเป็น Nook Color ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเครื่องอ่านอีบุ๊กจอสีนั้นเป็นไปได้ ไมโครซอฟท์เป็นพาร์ทเนอร์ที่เหมาะกับยุทธศาสตร์ของ Barnes & Noble มาก เพราะไมโครซอฟท์มีฐานลูกค้าที่ใช้วินโดวส์จำนวนมหาศาล และนี่เป็นตลาดที่ใหญ่มากของ Nook ตอนนี้ Barnes & Noble ยังไม่มีโครงการฮาร์ดแวร์ใดๆ ร่วมกับไมโครซอฟท์ (ขัดกับข่าวก่อนหน้านี้) เหตุเพราะ Nook ใช้ระบบปฏิบัติการ Android ซึ่งไมโครซอฟท์คงไม่สนใจ แต่ก็มีโครงการฝั่งซอฟต์แวร์ร่วมกัน เขาพูดเป็นนัยว่า ไมโครซอฟท์เป็นเจ้าตลาดสร้างเนื้อหาผ่าน Microsoft Office และยกตัวอย่างว่าถ้าหากผู้แต่งหนังสือสร้างเนื้อหาบน Office แล้วกดขายบน Nook ได้ทันที จะเป็นเรื่องดีมาก Barnes [...]
Wednesday, May 2nd, 2012 at
3:20 am
วันนี้ที่งาน BlackBerry World 2012 ทาง RIM ก็เปิดตัวแพลตฟอร์มมือถือแห่งอนาคต (และความหวังสุดท้ายของบริษัท) คือ BlackBerry 10 ตามคาด BlackBerry 10 หลักๆ แล้ว BlackBerry 10 คือระบบปฏิบัติการ PlayBook OS เวอร์ชันปรับแต่งมาใช้งานกับมือถือ ของใหม่ที่สำคัญคือ Cascades ซึ่งเป็นเฟรมเวิร์คสำหรับออกแบบ UI ที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน (ภาษาไมโครซอฟท์เรียก “คอนโทรล”) และคีย์บอร์ดแบบใหม่ที่อำนวยความสะดวกสำหรับการพิมพ์มากขึ้น เพราะมันจะขึ้น “คำที่เราน่าจะพิมพ์เป็นคำต่อไป” บนคีย์บอร์ดบางปุ่มให้ด้วย (ดูวิดีโอประกอบ) Cascades UI เป็น native UI ที่ใช้ภาษา C++ หรือ QML (ของ Qt) ตอนนี้ชุด SDK เปิดให้ดาวน์โหลแล้ว แต่ยังใช้ได้เฉพาะบนวินโดวส์เท่านั้น อย่างไรก็ตาม นักพัฒนาบน BlackBerry 10 ยังสามารถใช้ HTML5 [...]
Tuesday, May 1st, 2012 at
6:20 pm
แอลจี (LG) ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนจากเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นหนึ่งในพาร์ทเนอร์ของไมโครซอฟท์อีกรายหนึ่ง ที่เคยทำสมาร์ทโฟนภายใต้ระบบปฏิบัติการวินโดวส์ โฟน (Windows Phone) ล่าสุดมีคำยืนยันจากโฆษกฝั่งแอลจีว่า เป้าหมายหลักในการผลิตสมาร์ทโฟนจากนี้ไปของแอลจี จะอยู่ที่สมาร์ทโฟนที่ใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์เท่านั้น หลังมีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จมากกว่าวินโดวส์โฟน ที่ตัวเลขการซื้อทั่วโลกยังไม่เป็นที่น่าพอใจ ทำให้แผนการพัฒนาสมาร์ทโฟนร่วมกับไมโครซอฟท์ต้องพับไปก่อน
Tuesday, May 1st, 2012 at
2:20 pm
News Image Thumbnail: ใครที่เคยอาศัยอยู่ในออสเตรเลียอาจจะสงสัยมานานแล้วเหมือนกันว่า แม้ว่าค่าเงินของออสเตรเลียจะสูงกว่าค่าเงินดอลลาร์สหรัฐมาระยะหนึ่งแล้ว ทำไมราคาสินค้าประเภทซอฟต์แวร์ในประเทศออสเตรเลียถึงยังมีราคาสูงกว่าในสหรัฐอเมริกาอยู่มาก เช่น ราคา Office 2010 Professional อยู่ที่ 849 ดอลลาร์ (27,000 บาท) ในขณะที่ราคาขายในสหรัฐอยู่ที่ 349 ดอลลาร์สหรัฐ (10,700 บาท) เท่านั้น หรือชุดเพลง Greatest hits of Richard Clapton ที่วางขายบน iTunes ที่มีราคาขายในออสเตรเลียที่ 24 ดอลลาร์ (768 บาท) ในขณะที่ราคาขายที่สหรัฐที่ราคา 9.99 ดอลลาร์สหรัฐ (307 บาท) โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ที่ซื้อซอฟต์แวร์จาก Adobe ในออสเตรเลียจะต้องจ่ายแพงกว่าผู้ที่ซื้อในสหรัฐฯ ถึง 1,400 ดอลลาร์ ล่าสุด ตัวแทนจากสภาล่างของออสเตรเลีย และกลุ่มปกป้องสิทธิผู้บริโภคอย่าง Choice ได้ออกมาเรียกร้องและเชิญชวนให้บริษัทไอทีรายใหญ่รายหลาย รวมถึงแอปเปิล และไมโครซอฟท์ ออกมาชี้แจงว่าทำไมการตั้งราคาขายในออสเตรเลีย [...]