ไมโครซอฟท์ออกบัตรเชิญงานสัมมนาสำหรับนักพัฒนาแอพบน Windows Phone วันที่ 20-21 มิถุนายนนี้ที่ซานฟรานซิสโก โดยยังไม่บอกรายละเอียดของงานมากนัก โฆษกของไมโครซอฟท์บอกว่าจะเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมในอีกไม่ช้า และจะเปิดหน้าเว็บให้เริ่มลงทะเบียนด้วย ใครที่รอข่าวคราวของ Windows Phone 8 “Apollo” ก็คงต้องลุ้นกัน งานนี้น่าจะมีโอกาสเปิดตัว Apollo เยอะที่สุดในช่วงนี้แล้วครับ ที่มา – ZDNet

ศาลเยอรมันสั่งแบน Xbox360

ศาลเมืองมานน์ไฮม์ประเทศเยอรมนีตัดสินคดีไมโครซอฟท์ละเมิดสิทธิบัตรโมโตโรลา ฟันธงมีความผิดจริงพร้อมสั่งระงับการขายผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องทั้งเครื่องเกมคอนโซล Xbox360 และอุปกรณ์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการวินโดวส์ 7

เว็บไซต์ The Verge รายงานข่าววงในว่า ไมโครซอฟท์เตรียมออก Xbox 360 รุ่น 4GB แพ็กเกจพิเศษที่รวม Kinect เข้ามาด้วย ขายในราคาเพียง 99 ดอลลาร์ แต่ติดสัญญาสมาชิก Xbox Live Gold เดือนละ 15 ดอลลาร์นาน 2 ปี (ระยะเวลาประกันเครื่องจะขยายเป็น 2 ปีด้วย) แพ็กเกจ Xbox Live Gold อาจรวมเนื้อหาพิเศษอื่นๆ เช่น การดูรายการทีวีหรือกีฬาแบบสตรีมมิ่ง เพิ่มเข้ามาด้วย แต่ The Verge ยังไม่แน่ใจนักในเรื่องนี้ ถ้าข่าวนี้เป็นจริง มันจะแสดงให้เห็นยุทธศาสตร์ของไมโครซอฟท์ที่ต้องการรุกไปยังตลาดความบันเทิงภายในห้องนั่งเล่น โดยเน้นรายได้จากค่าสมาชิกบริการออนไลน์ต่างๆ แทนรายได้จากตัวเครื่อง ที่มา – The Verge

จากที่มีข่าวลือออกมาพักหนึ่งแล้วว่าไมโครซอฟท์จะทิ้งแบรนด์ Windows Live วันนี้ข่าวอย่างเป็นทางการมาแล้ว Steven Sinofsky หัวหน้าทีม Windows 8 ประกาศผ่านบล็อก Building Windows 8 ว่าแบรนด์ Windows Live ที่ใช้มาตั้งแต่ปี 2005 เป็นแนวคิดในยุคที่ระบบปฏิบัติการยังไม่เชื่อมต่อกับกลุ่มเมฆมากนัก ไมโครซอฟท์จึงออกแบรนด์ Live เพื่อแสดงให้เห็นว่าเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ต้องใช้งานผ่านอินเทอร์เน็ตด้วย แต่ถึงแม้ Windows Live จะมีคนใช้เยอะ (Hotmail 350 ล้าน, Messenger 300 ล้าน, SkyDrive 130 ล้าน) ไมโครซอฟท์ยังรู้สึกไม่พอใจกับประสบการณ์ใช้งาน Live ที่เป็นแค่ส่วนขยายที่ไม่กลืนเป็นส่วนหนึ่งของระบบปฏิบัติการ Sinofsky บอกว่า Windows 8 ถูกออกแบบใหม่ให้ทำงานร่วมกับอินเทอร์เน็ตเป็นเนื้อเดียวกัน และเป็นโอกาสอันดีที่จะปรับปรุงเรื่องนี้ ไมโครซอฟท์จึงตัดสินใจถอนแบรนด์ Windows Live ออกเพื่อลดความสับสนของผู้ใช้ แอพกลุ่ม Windows Live เดิมจะเหลือแค่ชื่อแอพเฉยๆ (เช่น Windows Live [...]

ไมโครซอฟท์ประกาศนโยบายใหม่ของ Windows Phone Marketplace เพื่อให้แอพมีคุณภาพมากขึ้น และป้องกันแอพปลอม-แอพละเมิดลิขสิทธิ์ต่างๆ ดังนี้ ไมโครซอฟท์จะให้ความสำคัญกับคำขอของเจ้าของลิขสิทธิ์หรือเครื่องหมายการค้ามากขึ้น ถ้าได้รับแจ้งปัญหาเรื่องละเมิดลิขสิทธิ์หรือเครื่องหมายการค้า ไมโครซอฟท์จะสอบสวนและดึงแอพที่มีปัญหาลงจาก Marketplace ส่วนมากปัญหาแอพละเมิดชื่อการค้า จะเกิดจากนักพัฒนาไม่เข้าใจกระบวนการตั้งชื่อ มากกว่าจงใจละเมิดชื่อให้เข้าใจผิด ไมโครซอฟท์แนะนำว่าไม่ควรใช้ชื่อแอพตามชื่อแบรนด์ตรงๆ เช่น MSN หรือ YouTube แต่สามารถตั้งชื่อแนว Reader for MSN ได้ การปรับเปลี่ยนแอพเพียงเล็กน้อยแล้วส่งขึ้น Marketplace ใหม่หรือส่งเป็นคนละหมวดกัน จะถือว่าละเมิดเงื่อนไขของบริษัท Marketplace จะอนุญาตให้ใส่คีย์เวิร์ดสำหรับแอพได้เพียง 5 คำเท่านั้น สำหรับแอพเดิมที่มีคีย์เวิร์ดเยอะเกินไปจะถูกลบคีย์เวิร์ดทั้งหมด นอกจากนี้ยังจะตรวจว่าใส่คีย์เวิร์ดตรงกับเนื้อหาของแอพหรือไม่ด้วย ที่มา – Windows Phone Developer Blog via Neowin

การที่ Android ใช้ภาษา Java ทำให้กูเกิลมีปัญหาคดีความกับซันและออราเคิล ทางออกที่เป็นไปได้ในทางทฤษฎีคือเปลี่ยนไปใช้ภาษา-แพลตฟอร์มอื่นแทน ซึ่งก็ไม่ง่ายนักในทางปฏิบัติ แต่ล่าสุดบริษัท Xamarin ซึ่งเป็นทีมงาน Mono เดิม (ข่าวการตั้งบริษัท) ซึ่งเชี่ยวชาญเทคโนโลยีสาย .NET ด้วยโมเดลการพัฒนาแบบโอเพนซอร์ส ประกาศความสำเร็จของโครงการทดลอง XobotOS ซึ่งเป็นการแปลง Android จาก Java มาเป็น C# ทั้งหมด Xamarin ใช้เครื่องมืออัตโนมัติชื่อ Sharpen ช่วยแปลงโค้ดจาก Java เป็น C# โดยแปลงทั้งเวอร์ชัน 2.x และ 4.x จากนั้นนำโค้ดภาษา C# ที่ได้ไปรันบนเวอร์ชวลแมชีน Mono เดิม นอกจากเรื่องแปลงโค้ดแล้ว ประสิทธิภาพที่ได้ก็น่าประทับใจมาก เพราะตัวเอนจิน Mono พัฒนามานานกว่า Dalvik มาก บวกกับการออกแบบแพลตฟอร์ม .NET ของไมโครซอฟท์ที่ปรับปรุงเรื่องประสิทธิภาพจาก Java อยู่แล้ว ช่วยให้ประสิทธิภาพของ XobotOS [...]

William Lynch ซีอีโอของ Barnes & Noble ให้สัมภาษณ์แบบเจาะลึกกับ Fortune หลังข่าว ไมโครซอฟท์ร่วมลงทุนใน Nook ประเด็นที่น่าสนใจมีดังนี้ Nook Simple Touch with GlowLight รุ่นมีไฟในตัวขายดีกว่าที่คาด ตอนนี้ของหมดชั่วคราว แต่อุปกรณ์ที่ขายดีที่สุดของบริษัทยังเป็น Nook Color ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเครื่องอ่านอีบุ๊กจอสีนั้นเป็นไปได้ ไมโครซอฟท์เป็นพาร์ทเนอร์ที่เหมาะกับยุทธศาสตร์ของ Barnes & Noble มาก เพราะไมโครซอฟท์มีฐานลูกค้าที่ใช้วินโดวส์จำนวนมหาศาล และนี่เป็นตลาดที่ใหญ่มากของ Nook ตอนนี้ Barnes & Noble ยังไม่มีโครงการฮาร์ดแวร์ใดๆ ร่วมกับไมโครซอฟท์ (ขัดกับข่าวก่อนหน้านี้) เหตุเพราะ Nook ใช้ระบบปฏิบัติการ Android ซึ่งไมโครซอฟท์คงไม่สนใจ แต่ก็มีโครงการฝั่งซอฟต์แวร์ร่วมกัน เขาพูดเป็นนัยว่า ไมโครซอฟท์เป็นเจ้าตลาดสร้างเนื้อหาผ่าน Microsoft Office และยกตัวอย่างว่าถ้าหากผู้แต่งหนังสือสร้างเนื้อหาบน Office แล้วกดขายบน Nook ได้ทันที จะเป็นเรื่องดีมาก Barnes [...]

วันนี้ที่งาน BlackBerry World 2012 ทาง RIM ก็เปิดตัวแพลตฟอร์มมือถือแห่งอนาคต (และความหวังสุดท้ายของบริษัท) คือ BlackBerry 10 ตามคาด BlackBerry 10 หลักๆ แล้ว BlackBerry 10 คือระบบปฏิบัติการ PlayBook OS เวอร์ชันปรับแต่งมาใช้งานกับมือถือ ของใหม่ที่สำคัญคือ Cascades ซึ่งเป็นเฟรมเวิร์คสำหรับออกแบบ UI ที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน (ภาษาไมโครซอฟท์เรียก “คอนโทรล”) และคีย์บอร์ดแบบใหม่ที่อำนวยความสะดวกสำหรับการพิมพ์มากขึ้น เพราะมันจะขึ้น “คำที่เราน่าจะพิมพ์เป็นคำต่อไป” บนคีย์บอร์ดบางปุ่มให้ด้วย (ดูวิดีโอประกอบ) Cascades UI เป็น native UI ที่ใช้ภาษา C++ หรือ QML (ของ Qt) ตอนนี้ชุด SDK เปิดให้ดาวน์โหลแล้ว แต่ยังใช้ได้เฉพาะบนวินโดวส์เท่านั้น อย่างไรก็ตาม นักพัฒนาบน BlackBerry 10 ยังสามารถใช้ HTML5 [...]

แอลจี (LG) ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนจากเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นหนึ่งในพาร์ทเนอร์ของไมโครซอฟท์อีกรายหนึ่ง ที่เคยทำสมาร์ทโฟนภายใต้ระบบปฏิบัติการวินโดวส์ โฟน (Windows Phone) ล่าสุดมีคำยืนยันจากโฆษกฝั่งแอลจีว่า เป้าหมายหลักในการผลิตสมาร์ทโฟนจากนี้ไปของแอลจี จะอยู่ที่สมาร์ทโฟนที่ใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์เท่านั้น หลังมีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จมากกว่าวินโดวส์โฟน ที่ตัวเลขการซื้อทั่วโลกยังไม่เป็นที่น่าพอใจ ทำให้แผนการพัฒนาสมาร์ทโฟนร่วมกับไมโครซอฟท์ต้องพับไปก่อน

News Image Thumbnail:  ใครที่เคยอาศัยอยู่ในออสเตรเลียอาจจะสงสัยมานานแล้วเหมือนกันว่า แม้ว่าค่าเงินของออสเตรเลียจะสูงกว่าค่าเงินดอลลาร์สหรัฐมาระยะหนึ่งแล้ว ทำไมราคาสินค้าประเภทซอฟต์แวร์ในประเทศออสเตรเลียถึงยังมีราคาสูงกว่าในสหรัฐอเมริกาอยู่มาก เช่น ราคา Office 2010 Professional อยู่ที่ 849 ดอลลาร์ (27,000 บาท) ในขณะที่ราคาขายในสหรัฐอยู่ที่ 349 ดอลลาร์สหรัฐ​ (10,700 บาท) เท่านั้น หรือชุดเพลง Greatest hits of Richard Clapton ที่วางขายบน iTunes ที่มีราคาขายในออสเตรเลียที่ 24 ดอลลาร์ (768 บาท) ในขณะที่ราคาขายที่สหรัฐที่ราคา 9.99 ดอลลาร์สหรัฐ​ (307 บาท) โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ที่ซื้อซอฟต์แวร์จาก Adobe ในออสเตรเลียจะต้องจ่ายแพงกว่าผู้ที่ซื้อในสหรัฐฯ ถึง 1,400 ดอลลาร์ ล่าสุด ตัวแทนจากสภาล่างของออสเตรเลีย และกลุ่มปกป้องสิทธิผู้บริโภคอย่าง Choice ได้ออกมาเรียกร้องและเชิญชวนให้บริษัทไอทีรายใหญ่รายหลาย รวมถึงแอปเปิล และไมโครซอฟท์ ออกมาชี้แจงว่าทำไมการตั้งราคาขายในออสเตรเลีย [...]

 Page 5 of 91  « First  ... « 3  4  5  6  7 » ...  Last »