ข่าวนี้อาจทำให้ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนทั่วโลกต้องอายม้วนกันถ้วนหน้า เพราะคู่สัญญาของรัฐบาลสหรัฐการันตีว่าจะอัพเกรด Android ภายใน 2 สัปดาห์หลังกูเกิลปล่อยซอร์สโค้ดออกมา หลังจากทดสอบระบบมาได้ระยะหนึ่ง ในที่สุดรัฐบาลสหรัฐก็ตัดสินใจเลือกแพลตฟอร์ม Android เป็นระบบปฏิบัติการสำหรับสมาร์ทโฟนของรัฐบาล โดยจะเริ่มจากหน่วยทหารเป็นหน่วยแรก และขยายไปยังหน่วยงานระดับชาติอื่นๆ ก่อนจะปิดท้ายด้วยหน่วยงานระดับรัฐต่อไป สมาร์ทโฟนของรัฐบาลจะใช้ระบบปฏิบัติการ Android รุ่นดัดแปลงให้ปลอดภัยมากขึ้น เพื่อให้ส่งข้อมูลที่เป็นความลับของราชการได้ (ตอนนี้ระบบปฏิบัติการกำลังพัฒนาอยู่) คู่สัญญาของรัฐบาลสหรัฐในการปรับแต่งสมาร์ทโฟนคือมหาวิทยาลัย George Mason ซึ่งผู้บริหารให้สัมภาษณ์กับ CNN ว่าจะอัพเกรดระบบปฏิบัติการภายใน 2 สัปดาห์หลังจากกูเกิลปล่อยซอร์สโค้ดออกมา โครงการสมาร์ทโฟนของรัฐบาลสหรัฐเคยพยายามใช้ผลิตภัณฑ์ของแอปเปิลด้วยเช่นกัน แต่สุดท้ายล้มเลิกไป เพราะแอปเปิลไม่อนุญาตให้เข้าถึงโค้ดของระบบปฏิบัติการ ที่มา – CNN via GigaOm

Net Applications รายงานส่วนแบ่งตลาดเว็บเบราว์เซอร์โลกประจำเดือนมกราคม 2012 ปรากฏว่า Chrome ที่ส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 17 เดือนติดกัน กลับมีส่วนแบ่งตลาดลดลงเล็กน้อย Net Applications ให้ความเห็นว่าต้นเหตุอาจเป็นเพราะ กูเกิลทำโทษเว็บไซต์ Chrome โดยปรับลด PageRank เป็นเวลา 60 วัน จากกรณีที่เอเยนซีของกูเกิลทำผิดกฎ ทำให้คนค้นหา Chrome เจอได้ยากกว่าเดิม ส่วนประเด็นที่น่าสนใจอีกอย่างคือ IE ที่ส่วนแบ่งตลาดลดลงมาเรื่อยๆ กลับเพิ่มขึ้นมาประมาณ 1 จุดในเดือนนี้ แต่ Firefox นั้นยังลดลงเช่นเดิม ที่มา – Net Applications via Search Engine Land

ศาลพาณิชย์ของฝรั่งเศสตัดสินให้กูเกิลผิด เนื่องจากใช้อำนาจเหนือตลาดของ Google Maps แจกฟรีจนโปรแกรมแผนที่ของฝรั่งเศสแข่งขันไม่ได้ ผู้ฟ้องคดีนี้คือบริษัท Bottin Cartographes ซึ่งให้บริการแผนที่ออนไลน์แบบเก็บเงิน แต่เมื่อเจอกลยุทธ์ Google Maps แจกฟรีทำให้สูญเสียรายได้ กูเกิลจะต้องจ่ายค่าเสียหายให้ Bottin Cartographes มูลค่า 500,000 ยูโร (20 ล้านบาท) และจ่ายค่าปรับอีก 15,000 ยูโร ซึ่งตัวแทนของกูเกิลฝรั่งเศสบอกว่าขอดูรายละเอียดคำตัดสินก่อน แล้วจึงจะตัดสินใจว่าจะอุทธรณ์หรือไม่ ที่มา – Economic Times via Search Engine Land

หลังโดนวิจารณ์เรื่องความปลอดภัยใน Android Market มานานแสนนาน และแล้วกูเกิลก็ประกาศว่าทำระบบสแกนหาซอฟต์แวร์ประสงค์ร้ายใน Android Market เสร็จเรียบร้อย ระบบสแกนตัวนี้มีชื่อเรียกเล่นๆ ภายในว่า Bouncer (คนเฝ้าประตู) ซึ่งจะสแกนตั้งแต่แอพใหม่ แอพเก่า และบัญชีของนักพัฒนา โดยแอพใหม่ที่ถูกส่งขึ้นไปยัง Market จะถูกสแกนหามัลแวร์ สปายแวร์ โทรจัน และเทียบแพทเทิร์นการทำงานกับแอพแย่ๆ ในฐานข้อมูล กูเกิลยังจะรัน Bouncer กับแอพเก่าทุกตัวที่มีในระบบ และจำลองการทำงานของมันเวลาไปรันบนระบบจริง รวมถึงสแกนบัญชีของนักพัฒนาใหม่เพื่อป้องกันนักพัฒนาเก่าที่ถูกแบนปลอมตัวมาสมัครด้วย กูเกิลบอกว่า Bouncer ทำงานมาระยะหนึ่งแล้ว และด้วยมาตรการด้านความปลอดภัยหลายๆ อย่างของกูเกิล ทำให้จำนวนแอพร้ายๆ ใน Market ลดลง 40% ระหว่างครึ่งแรกและครึ่งหลังของปี 2011 ที่มา – Google Mobile Blog

แนวทางการเซ็นเซอร์ตามแต่ละประเทศดูเหมือนจะเป็นแนวทางที่กูเกิลเดินหน้าต่อไปเรื่อยๆ จากเดิมที่มีการใช้แนวทางใน YouTube เป็นหลัก ตอนนี้ก็ถึงคราวของ Blogger แล้ว โดยกูเกิลได้ปรับนโยบายเงียบๆ ว่าจะปรับโดเมนที่ให้บริการไปตามพื้นที่ของผู้เข้าชม เช่นออสเตรเลียนั้นจะถูก redirect ไปยัง [ชื่อบล็อก].blogspot.com.au แทน URL บล็อกตามปรกติ โดยโดเมนเหล่านี้จะถูกเซ็นเซอร์ตามกฏหมายของแต่ละประเทศ อย่างไรก็ดีผู้ใช้ทุกคนสามารถเข้าบล็อกผ่าน URL [ชื่อบล็อก].blogspot.com/ncr เพื่อยืนยันว่าจะเข้าใช้งาน .com แทนโดเมนของประเทศนั้นๆ ได้ มันคือการทำให้เจ้าหน้าที่ของแต่ละประเทศสบายใจว่าได้ปิดเนื้อหาในประเทศตัวเองแล้ว โดยที่ยังมีหนทางในการเข้าอ่านในทางอื่นๆ ได้นั่นเอง ที่มา – Blogger Support

กูเกิลออกอัพเดตแอพของตัวเองบน Android สองตัว ตัวแรกสำคัญหน่อยคือ Google Docs รุ่นใหม่รองรับการเซฟเอกสารไว้อ่านแบบออฟไลน์แล้ว โดยผู้ใช้จะต้องเลือกเอกสารที่จะอ่านแบบออฟไลน์เอง (มีตัวเลือก Make offline อยู่ใน dropdown menu หลังชื่อเอกสาร) นอกจากนี้ กูเกิลยังจะอัพเดตเอกสารที่เราเซฟแบบออฟไลน์ให้อัตโนมัติเมื่อเราต่อ Wi-Fi (แต่เลือกอัพเดตด้วยตัวเองตามต้องการได้) สำหรับ Google Docs เวอร์ชันแท็บเล็ตยังปรับปรุงการเลื่อนเอกสารในแนวซ้าย-ขวาเพื่อเปลี่ยนหน้า และเพิ่ม slider ที่ขอบด้านล่างเพื่อให้เลื่อนไปยังหน้าที่ต้องการได้เร็วขึ้น ที่มา – Google Docs Blog อย่างที่สองคือ Chrome to Phone ซึ่งเป็นส่วนเสริมของ Chrome ที่ใช้ส่งลิงก์ไปยังมือถือ (ฝั่งมือถือต้องลงแอพ Chrome to Phone ไว้ด้วยเช่นกัน) ก็ปรับหน้าตาใหม่ให้ดูดีขึ้น (แต่ยังไม่เป็นธีมของ ICS) และแก้บั๊กการแครชอีกบางส่วน ที่มา – Android and Me

เฟซบุ๊ก (Facebook) ถือฤกษ์ 1 กุมภาพันธ์ 2555 ยื่นเอกสารเพื่อนำบริษัทเข้าสู่ตลาดหุ้นอย่างเป็นทางการ ในเอกสารระบุต้องการระดมทุนเพิ่ม 5 พันล้านเหรียญสหรัฐ ทุบสถิติเป้าหมายเพิ่มทุนมูลค่าสูงที่สุดในกลุ่มบริษัทไอที นำโด่งกูเกิลที่ตั้งเป้าเพิ่มทุนเพียง 1.9 พันล้

ในที่สุด Facebook ก็ยื่นเอกสาร Form S-1 กับกลต. สหรัฐเพื่อเตรียมการจดทะเบียนบริษัทเพื่อซื้อขายในตลาดหุ้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ตรงตามข่าวลือก่อนหน้านี้ โดยในเอกสารระบุว่า Facebook ต้องการเพิ่มทุน 5 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นการระดมทุนมูลค่าสูงที่สุดในกลุ่มบริษัทเทคโนโลยี ถ้าเทียบกับกูเกิลแล้วตอนเข้าตลาดหุ้นในปี 2004 นั้นมีการเพิ่มทุน 1.9 พันล้านดอลลาร์ ในการนี้ซีอีโอ Mark Zuckerberg ได้ทำจดหมายชี้แจงกับผู้ถือหุ้นปัจจุบันระบุว่าหลังจากนี้ Facebook จะยังให้ความสำคัญกับการสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ไม่ได้มุ่งเน้นไปที่การสนใจแต่รายได้และกำไรอย่างเดียว เขายังกล่าวว่าที่ Facebook นั้น วัฒนธรรมองค์กรคือการอยู่กันอย่างแฮกเกอร์ กล่าวคือทุกคนจะพยายามค้นหาช่องโหว่และเข้าไปแก้ไขมันให้เร็วที่สุด การนำเสนอความคิดแล้วชี้ชวนคนอื่นไม่มีประโยชน์เท่ากับการคิดออกมาแล้วพิสูจน์ด้วยการทำให้ทุกคนเห็นนั่นคือสิ่งที่คนใน Facebook ทำกัน Facebook จะใช้ตัวย่อในการซื้อขายคือ FB มี Morgan Stanley เป็นวาณิชธนกิจหลักในการจำหน่ายหุ้น ทั้งนี้ Facebook ยังไม่มีการประกาศออกแต่อย่างใดว่าจะจำหน่ายหุ้นเพิ่มทั้งหมดกี่หุ้น ทำให้ยังไม่สามารถคาดการณ์ราคาต่อหุ้นได้ รวมทั้งเอกสารยังไม่ระบุว่าจะนำหุ้นเข้าซื้อขายในตลาด NYSE หรือตลาด NASDAQ ในเอกสาร S-1 ซึ่งต้องเปิดเผยข้อมูลผลประกอบการนั้นมีความน่าสนใจหลายอย่างเกี่ยวกับ Facebook ครับ ปี [...]

จากที่ กูเกิลเปิดตัวภาษา Dart ภาษาโปรแกรมชนิดใหม่สำหรับงานบนเว็บ โดยออกมาชนกับ JavaScript โดยตรง (ด้วยคุณสมบัติบางอย่างที่เหนือกว่า) ล่าสุดกูเกิลออก ตารางเปรียบเทียบโค้ด ของทั้งสองภาษานี้แล้ว รายละเอียดของโค้ดค่อนข้างเยอะ ยกตัวอย่างบางส่วนนะครับ ตัวแปรของ Dart สามารถกำหนดชนิดได้ ค่าตั้งต้นของตัวแปรจะเป็น null (ในขณะที่ JavaScript จะเป็น undefined) กำหนด final variable ได้ Dart ใช้ List() แทน Array() มีตัวแปรชนิด rawString (จะ escape character ให้เลย) การประกาศฟังก์ชันไม่ต้องใช้คำว่า function จงใจไม่มี eval() ที่มา – Google Code Blog via Infoworld

ความขัดแย้งระหว่างกูเกิลในเรื่อง Search, plus Your World กับคู่แข่งทั้งทวิตเตอร์และเฟซบุ๊กยังดำเนินต่อไป ถึงแม้ว่าในฝั่งของกูเกิลเองจะบอกว่า ต้องได้สัญญากับบริษัทเหล่านี้ก่อนนำข้อมูลเข้า Search, plus Your World แต่ฝ่ายตรงข้ามก็บอกว่า กูเกิลมีข้อมูลเหล่านี้หมดแล้ว โดยสร้างซอฟต์แวร์ขึ้นมาสาธิตให้ดู ล่าสุด Dick Costolo ซีอีโอของทวิตเตอร์ไปพูดที่งาน D:Dive Into Mobile ของเครือ Wall Street Journal และให้สัมภาษณ์เรื่องนี้อย่างเต็มที่ เขาบอกว่ากูเกิลดูดข้อมูลจากทวิตเตอร์ในอัตรา 1,300 ครั้งต่อวินาที กูเกิลมีดัชนีเว็บเพจของทวิตเตอร์กว่า 3 พันล้านหน้า ดังนั้นกูเกิลมีข้อมูลที่จำเป็นทั้งหมดแล้ว สามารถนำไปใส่ Search, plus Your World ได้เลยถ้าตั้งใจจะทำจริงๆ เขายังให้ข้อมูลว่าทั้งสองบริษัทตกลงกันไม่ได้ ไม่ใช่เพราะเรื่องเงิน แต่ก็ไม่ได้ให้ข้อมูลไปมากกว่านี้ นอกจากนี้เขายังพูดเรื่องระบบการเซ็นเซอร์ที่เป็นข่าวว่าจะใช้กับเมืองไทยเป็นแห่งแรก ว่าบริษัทต้องการคนทั่วโลกเข้าถึงให้เนื้อหาในทวิตเตอร์ให้มากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ แต่ก็มีข้อจำกัดด้านกฎหมายในแต่ละประเทศที่ทำธุรกิจอยู่ ที่มา – GigaOm

 Page 1 of 70  1  2  3  4  5 » ...  Last »