เมื่อต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ไมโครซอฟท์ รีเสิร์ช ได้เผยงานวิจัย Dyadic projected spatial augmented reality ซึ่งกล่าวถึง Mano-a-Mano ระบบสร้างสภาพแวดล้อมเสมือนจริงโดยผู้ใช้ไม่ต้องใช้อุปกรณ์แสดงผลพิเศษอย่างหน้าจอสวมหัวแต่อย่างใด (spatial augmented reality) ทีมวิจัยกล่าวว่า ความพิเศษของ Mano-a-Mano คือรองรับ projection mapping แบบไดนามิก รองรับการแสดงผลในหลายมุมมองผู้ใช้ และผู้ใช้ไม่ต้องใช้อุปกรณ์ในการมีปฏิสัมพันธ์กับวัตถุเสมือนในโลกสามมิติร่วมกับผู้ใช้อื่นในลักษณะหันหน้าเข้าหากัน (face-to-face) ลองดูคลิปนำเสนอประกอบที่ท้ายข่าว ใครที่สนใจเอกสารงานวิจัยสามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้จากเว็บไมโครซอฟท์ รีเสิร์ช ตามที่มาของข่าวครับ ที่มา: ไมโครซอฟท์ รีเสิร์ช ผ่าน Microsoft-News Microsoft, Research, Augmented Reality

หลังการปล่อยรุ่นทดสอบ 9860 ซึ่งถือเป็นอัพเดตครั้งแรกของ Windows 10 Technical Preview ก็มีข่าวเกี่ยวข้องตามมาหลายข่าว ขอรวบรวมมานำเสนอ ณ ที่เดียวกัน ดังนี้ Gabriel Aul หัวหน้าทีม Data and Fundamentals ของ Operating Systems Group เผยสถิติการติดตั้งรุ่นทดสอบ 9860 ว่า ร้อยละ 41 ของการติดตั้งนั้นเป็นเครื่องเดสก์ท็อป ตามมาด้วยแล็ปท็อปกับ VM มีเพียงร้อยละ 2 ของการติดตั้งเท่านั้นที่เป็นบนแท็บเล็ต – @GabeAul รุ่นทดสอบ 9860 รองรับไฟล์วิดีโอ MKV แล้วโดยไม่ต้องติดตั้งแอพอื่นเพิ่มเติม – Neowin ผู้ใช้สามารถสร้างชอร์ตคัตแอพจาก Windows Store บนหน้าเดสก์ท็อปได้ทุกแอพแล้ว จากเดิมที่ไมโครซอฟท์จำกัดเฉพาะแอพที่มากับระบบปฏิบัติการเท่านั้น – Neowin Here's how #WindowsInsiders are installing 9860 [...]

หลังการขายธุรกิจโทรศัพท์มือถือให้กับไมโครซอฟท์ พร้อมทุ่มเงินซื้อหุ้นคืนจากซีเมนส์และเปลี่ยนชื่อเป็น Nokia Network  เพื่อดำเนินธุรกิจด้านการส่งเสริมและพัฒนาประสิทธิภาพของอุปกรณ์เครือข่ายให้กับเหล่าโอเปอเรเตอร์ในหลายภูมิภาคอย่างเต็มรูปแบบ ด้วยการปรับแผนการธุรกิจทำให้ในไตรมาสที่ 3 ของปี 2014 Nokia Network สามารถกลับมาทำกำไรได้เกือบพันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในรายงานผลประกอบการเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาที่ประเทศฟินแลนด์ อดีตยักษ์ใหญ่ของวงการโทรศัพท์มือถือแสดงแนวโน้มทางการเงินที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องในไตรมาสที่ 3 ของปี 2014 หลังหันมาดำเนินธุรกิจทางด้านการส่งเสริมและพัฒนาประสิทธิภาพของอุปกรณ์เครือข่าย ซึ่งมีอัตรากำไรเพิ่มขึ้น 13% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้วที่ทำกำไรไป 11% กำไรสุทธิประจำไตรมาสที่ 3 ของ Nokia Network อยู่ที่ 941 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นผลพวงจากการให้บริการกับบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง China Mobile ของประเทศจีน, Sprint และ T-Mobile สองผู้ให้บริการเครือข่ายในประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ต่างเดินหน้าพัฒนาประสิทธิภาพการให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงบนโทรศัพท์มือถือ โดยในภาพรวมแล้วธุรกิจที่เติบโตเกิดขึ้นในแทบทวีปอเมริกาเหนือและประเทศจีนเป็นส่วนใหญ่ ขณะเดียวกันบริการ HERE Maps เป็นแพลตฟอร์มที่สามารถสร้างรายได้ให้กับ Nokia Network ต่อเนื่องเช่นกัน เนื่องจากการให้บริการแก่ลูกค้าประเภทองค์กร อาทิ ผู้ผลิต รถยนต์ และธุรกิจโลจิสติกส์ ตัวอย่าง บริษัท เฟดเอ๊กซ์ ซึ่งจ่ายค่าไลเซนส์ให้กับ [...]

หลังการขายธุรกิจโทรศัพท์มือถือให้กับไมโครซอฟท์ พร้อมทุ่มเงินซื้อหุ้นคืนจากซีเมนส์และเปลี่ยนชื่อเป็น Nokia Network  เพื่อดำเนินธุรกิจด้านการส่งเสริมและพัฒนาประสิทธิภาพของอุปกรณ์เครือข่ายให้กับเหล่าโอเปอเรเตอร์ในหลายภูมิภาคอย่างเต็มรูปแบบ ด้วยการปรับแผนการธุรกิจทำให้ในไตรมาสที่ 3 ของปี 2014 Nokia Network สามารถกลับมาทำกำไรได้เกือบพันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในรายงานผลประกอบการเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาที่ประเทศฟินแลนด์ อดีตยักษ์ใหญ่ของวงการโทรศัพท์มือถือแสดงแนวโน้มทางการเงินที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องในไตรมาสที่ 3 ของปี 2014 หลังหันมาดำเนินธุรกิจทางด้านการส่งเสริมและพัฒนาประสิทธิภาพของอุปกรณ์เครือข่าย ซึ่งมีอัตรากำไรเพิ่มขึ้น 13% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้วที่ทำกำไรไป 11% กำไรสุทธิประจำไตรมาสที่ 3 ของ Nokia Network อยู่ที่ 941 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นผลพวงจากการให้บริการกับบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง China Mobile ของประเทศจีน, Sprint และ T-Mobile สองผู้ให้บริการเครือข่ายในประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ต่างเดินหน้าพัฒนาประสิทธิภาพการให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงบนโทรศัพท์มือถือ โดยในภาพรวมแล้วธุรกิจที่เติบโตเกิดขึ้นในแทบทวีปอเมริกาเหนือและประเทศจีนเป็นส่วนใหญ่ ขณะเดียวกันบริการ HERE Maps เป็นแพลตฟอร์มที่สามารถสร้างรายได้ให้กับ Nokia Network ต่อเนื่องเช่นกัน เนื่องจากการให้บริการแก่ลูกค้าประเภทองค์กร อาทิ ผู้ผลิต รถยนต์ และธุรกิจโลจิสติกส์ ตัวอย่าง บริษัท เฟดเอ๊กซ์ ซึ่งจ่ายค่าไลเซนส์ให้กับ [...]

ไมโครซอฟท์ รีเสิร์ช เผยงานวิจัย FingerShadow: An OLED Power Optimization based on Smartphone Touch Interactions ซึ่งกล่าวถึงเทคนิคประหยัดแบตเตอรี่ของมือถือโดยการลดความสว่างหน้าจอแบบ OLED บริเวณที่นิ้วที่สัมผัสและพื้นที่โดยรอบ (ดูภาพประกอบที่ท้ายข่าว) ทีมวิจัยกล่าวว่า ได้ทดสอบกับผู้ใช้ 10 ราย พบว่าพื้นที่ 11.14% ของหน้าจอจะถูกนิ้วบดบัง หากใช้เทคนิคประหยัดไฟนี้จะช่วยลดการใช้พลังงานได้ 5.07-22.32% โดยไม่ลดทอนประสบการณ์การใช้งานมือถือแต่อย่างใด ปัญหาหน้าจอกินแบตเตอรี่ยังคงเป็นปัญหาที่ผู้ผลิตอุปกรณ์หลายรายพยายามปรับปรุง อย่างของซัมซุงที่ทำ Ultra Power Saving Mode ซึ่งจะปรับการแสดงผลเป็นขาวดำและปิดฟีเจอร์ที่ไม่จำเป็น เป็นต้น ที่มา: ไมโครซอฟท์ รีเสิร์ช ผ่าน WMPoweruser Microsoft, Mobile, Research

ในการรายงานผลประกอบการไตรมาสแรกของปี 2015 (เป็นปีทางบัญชี) (ข่าวเก่า 1, 2) ไมโครซอฟท์เผยว่าธุรกิจ Surface ทำรายได้ 908 ล้านดอลลาร์ ซึ่งสูงขึ้นเป็นเท่าตัวเมื่อเทียบกับรายได้ในช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้วตามปีทางบัญชีของบริษัท และมีกำไรขั้นต้น (gross margin) เป็นบวก โดยมี Surface Pro 3 เป็นตัวผลักดันรายได้ ไมโครซอฟท์กล่าวว่า กลุ่มที่สนใจ Surface Pro 3 คือนักเรียนนักศึกษา ผู้ใช้งานมืออาชีพ (professionals) และองค์กร ส่วนยอดขาย Surface Pro 3 นั้นเพิ่มขึ้นเท่าตัวเมื่อเทียบกับยอดขาย Surface Pro 2 แต่บริษัทก็ไม่ได้เผยตัวเลขยอดขายที่แท้จริงแต่อย่างใด ที่มา: ไมโครซอฟท์ ผ่าน Windows Central Surface Pro 3, Surface, Microsoft, Financial Report

Windows Central อ้างรายงานผลสำรวจของ The Hill หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นประจำกรุงวอชิงตันดีซี เมืองหลวงของสหรัฐฯ ที่สำรวจสมาชิกรัฐสภาของสหรัฐฯ พบว่ามีสมาชิกสภาเพียงท่านเดียวเท่านั้นที่ใช้ Windows Phone เป็นโทรศัพท์หลักประจำตัว สำหรับสมาชิกสภาคนดังกล่าวคือ Suzan DelBene ซึ่งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของสหรัฐฯ ประจำมลรัฐวอชิงตัน พรรคเดโมแครต โดยก่อนหน้าที่เธอจะเข้าดำรงตำแหน่งเป็นผู้แทนราษฎร เธอเคยทำงานเป็นหนึ่งในผู้บริหารของไมโครซอฟท์มาก่อน จึงไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจนัก และเจ้าหน้าที่คณะทำงานของเธอก็ใช้ Windows Phone ด้วยเช่นกัน ส่วนสถิติอื่นๆ ที่ได้มาจากสำรวจ เช่น ร้อยละ 71 ของสมาชิกสภา เลือกที่จะใช้ iPhone เป็นโทรศัพท์หลัก, 28% ใช้ BlackBerry และ 9% ที่ใช้ Android โดยมีสมาชิกสภาหลายคน มีโทรศัพท์มือถือหลายเครื่อง ทั้งนี้ยังมีสมาชิกสภาบางคน (ในผลการสำรวจระบุว่าอย่างน้อยสองคน) ที่เลือกจะไม่ใช้โทรศัพท์มือถือเลย โดยรายหนึ่งบอกว่าเป็นเพราะความเคยชินในวิถีทางเก่าๆ (old-fashioned way) และอีกคนเพราะอายุที่แก่เกินไป (83 ปี) ที่มา – The [...]

เมื่อคืนนี้ตามเวลาในประเทศไทย ไมโครซอฟท์ประกาศตัวเลขผลการดำเนินงานในไตรมาสแรกประจำปี 2015 (นับตามปีทางบัญชีของบริษัท) ซึ่งสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน ที่ผ่านมา โดยระบุว่าบริษัทมีรายได้รวมทั้งสิ้น 23.20 พันล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าที่ 18.53 พันล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ตาม กำไรกลับลดลงไปเหลือ 4.54 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าที่ 5.24 พันล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ ไมโครซอฟท์ระบุว่ากำไรที่ลดลง เป็นผลจากค่าใช้จ่ายในการผนวกรวมและปรับโครงสร้างของบริษัทที่ประกาศในเดือนกรกฎาคมปีนี้ (นับตามปีปฏิทิน) และการผนวกรวมส่วนกิจการอุปกรณ์และบริการของโนเกีย ที่ไมโครซอฟท์ไปซื้อมาและเสร็จสมบูรณ์เมื่อสิ้นเดือนเมษายนที่ผ่านมานั่นเอง ทั้งนี้ ไมโครซอฟท์ระบุเพิ่มเติมว่า แผนกอุปกรณ์และผู้บริโภค (device and consumer) มีรายได้เพิ่มขึ้น 47% คิดเป็นตัวเงินอยู่ที่ 10.96 พันล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ ส่วนแผนกพาณิชย์ (commercial) รายได้เติบโตขึ้น 10% ไปอยู่ที่ 12.28 พันล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ ที่มา – Microsoft ผ่าน Windows Central Financial Report, Microsoft

ในเว็บไซต์ Conversations ซึ่งเป็นบล็อกของไมโครซอฟท์ฝั่งอุปกรณ์โทรศัพท์มือถือที่ไปซื้อมาจากโนเกีย มีการสัมภาษณ์ Tuula Rytilä ซึ่งเป็นรองประธานอาวุโสด้านการตลาดโทรศัพท์ของบริษัท เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงชื่อจาก Nokia Lumia ไปเป็น Microsoft Lumia และทิศทางต่อจากนี้ Rytilä ระบุว่าการเปลี่ยนแปลงเรื่องชื่อนี้ จะดำเนินการในช่วงไม่กี่สัปดาห์จากนี้ และเปลี่ยนแปลงทั้งหมดในทุกด้าน รวมไปถึงบรรจุภัณฑ์ของผลิตภัณฑ์ทั้งหมดด้วย โดยเธอระบุว่า ผลิตภัณฑ์เก่าภายใต้ชื่อ Nokia Lumia จะยังคงได้รับการสนับสนุนต่อไปเช่นเดิม และจะยังไม่ทิ้งชื่อโนเกียสำหรับผลิตภัณฑ์ราคาถูก (อีกนัยหนึ่งคือสายฟีเจอร์โฟน) ซึ่งเป็นไปตามข้อตกลงตอนเข้าซื้อแผนกอุปกรณ์และบริการของโนเกียนั่นเอง ทั้งนี้ Rytilä ปฏิเสธที่จะกล่าวถึงเรื่องของโทรศัพท์ใหม่ เพียงแต่ระบุว่า ยังมีของใหม่ที่รอการเปิดตัวอยู่ในเร็วๆ นี้ ที่มา – Conversations Microsoft, Lumia, Marketing

ใครที่ได้ติดตามข่าวการเปิดตัว Windows 10 และใช้ console อย่าง Commart Prompt เป็นประจำคงจะดีใจที่ในที่สุดมันรองรับการวางข้อความด้วยคีย์ลัด CTRL + V เสียที ล่าสุดไมโครซอฟท์เผยการเปลี่ยนแปลงนอกเหนือจากคีย์ลัดดังกล่าว โดยเกิดขึ้นที่ conhost.exe ซึ่งทำหน้าที่จัดการอินพุทและเอาท์พุทของ console อย่าง Commart Prompt และ PowerShell ดังนี้ ปรับปรุงการจัดการบัฟเฟอร์ ทำให้สามารถขยายและหดขนาดหน้าจอ console ได้แล้ว จากเดิมที่ console ยึดกับความกว้าง 80 ตัวอักษรมาอย่างช้านาน รองรับการเลือกทีละบรรทัดแล้ว แต่ถ้าจะเลือกข้อความบน console แบบเดิมให้กด ALT ค้างขณะเริ่มการเลือกข้อความ ปรับปรุงและเพิ่มเติมคีย์ลัดสำหรับการเลือกข้อความกับ navigation เพิ่มคีย์ลัดสำหรับแก้ไขข้อความ อาทิ CTRL + C สำหรับคัดลอกไปคลิปบอร์ด, CTRL + V สำหรับวางจากคลิปบอร์ด และในอนาคตจะรองรับ CTRL + X [...]

 Page 1 of 353  1  2  3  4  5 » ...  Last »