CNN เผยผลสำรวจ ยังเจอโฆษณาจากแบรนด์ดังเป็นร้อยแบรนด์ ทั้ง Adidas, Amazon, Hershey, Netflix แม้กระทั่งโฆษณาจากรัฐบาลสหรัฐฯ ปรากฏควบคู่กับเนื้อหาสุดโต่งรุนแรง ตัวอย่างเช่น โฆษณาส่งเสริมการพัฒนาเด็ก ปรากฏคู่กับคลิปที่มีเนื้อหาส่งเสริมการละเมิดทางเพศเด็ก, เนื้อหาส่งเสริมนาซี และโฆษณาของหน่วยงานขนส่ง, ศูนย์ควบคุมโรค ก็ปรากฏคู่กับช่อง YouTube ที่สนับสนุนโฆษณาชวนเชื่อของเกาหลีเหนือ ก่อนหน้านี้หลายเดือน YouTube เจอบรรดาแบรนด์โฆษณาบอยคอตไม่ลงโฆษณากับ YouTube เพราะปัญหาเนื้อหารุนแรงมาแล้ว และ YouTube ก็สัญญาจะแก้ปัญหา เพิ่มคน เพิ่มประสิทธิภาพเทคโนโลยีในการตรวจจับ เพิ่มนโยบายเช้มงวดแก่คนทำช่อง YouTube ทำให้แบรนด์บางแบรนด์เริ่มกลับมาลงโฆษณาเพราะ YouTube ก็ยังคงเป็นโซเชียลวิดีดอที่คนใช้มาก แต่ระบบการแสดงโฆษณาของ YouTube ยังเป็นอัตโนมัติเสียส่วนใหญ่ และจากการที่ปัญหานี้ยังคงอยู่ แสดงให้เห็นว่า การใช้คนทำงานตรงนี้ยังจำเป็นมาก ภาพจาก Shutterstock ที่มา – Engadget Topics:  YouTube Advertisement

Eugene Kaspersky ซีอีโอของบริษัทความปลอดภัยจากรัสเซีย Kaspersky Lab ได้ออกจดหมายเปิดผนึกถึงกรณีที่ Twitter แบนโฆษณาของบริษัท โดยมีจดหมายสั้นจากพนักงาน Twitter ที่ไม่เปิดเผยชื่อว่า เหตุผลที่แบนโฆษณาของ Kaspersky Lab เนื่องจากทางบริษัททำธุรกิจโดยใช้โมเดลธุรกิจที่ขัดแย้งกับหลักการทางธุรกิจที่ยอมรับได้สำหรับการโฆษณาบน Twitter Kaspersky ยืนยันว่าบริษัทของเขาไม่เคยทำผิดกฎทั้งที่มีระบุเป็นลายลักษณ์อักษรหรือไม่มีระบุ ส่วนโมเดลธุรกิจของบริษัท Kaspersky Lab ก็ไม่ได้ซับซ้อน เพราะเหมือนกับบริษัทด้านความปลอดภัยไซเบอร์ทั่ว ๆ ไป คือขายสินค้าและบริการให้ลูกค้า และเมื่อปีที่แล้วทางบริษัทจ่ายเงินกว่า 75,000 ยูโรเป็นค่าโฆษณาใน Twitter ด้วย Twitter ได้แบนโฆษณาจาก Kaspersky Lab ตั้งแต่เดือนมกราคมแล้ว และตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาทางบริษัทก็พยายามสอบถามเหตุผลมาตลอด แต่ Twitter ก็ตอบข้อความเดิม ๆ มา Kaspersky จึงขอเรียกร้องให้ Jack Dorsey ซีอีโอของ Twitter ออกมาระบุถึงแรงจูงใจเบื้องหลังการแบนโฆษณาของบริษัท, อธิบายว่าทำไมถึงสั่งปิดโฆษณาของ Kaspersky Lab รวมถึงอธิบายด้วยว่าทำไมบริษัทด้านความปลอดภัยไซเบอร์อื่น ๆ จะต้องทำเพื่อหลีกเลี่ยงสถานการณ์เดียวกับที่ [...]

SmugMug เว็บไซต์ให้บริการแชร์และเก็บภาพถ่ายสำหรับช่างภาพ ประกาศเข้าซื้อกิจการ Flickr บริการแชร์ภาพถ่ายในเครือยาฮู ที่ตอนนี้มีสถานะเป็นบริษัทในเครือ Oath ด้วยมูลค่าที่ไม่เปิดเผย บริการของ SmugMug นั้นคล้ายคลึงกับ Flickr คือให้บริการเก็บภาพถ่ายสำหรับช่างภาพมืออาชีพ โดย SmugMug มีรูปแบบให้บริการแบบเสียเงินเพียงอย่างเดียว ต่างจาก Flickr ที่มีเวอร์ชันฟรีและติดโฆษณา ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ใช้ส่วนใหญ่ โดย Don MacAskill ซีอีโอ SmugMug บอกว่า แม้รูปแบบที่ผู้ใช้ต้องจ่ายเงินจะทำให้ SmugMug อาจไม่เป็นที่รู้จักเท่า Flickr แต่ก็ทำให้มืออาชีพจำนวนไม่น้อยเลือกใช้บริการ เพราะได้ความเป็นส่วนตัวมากกว่า Flickr จะยังคงให้บริการภายใต้แบรนด์และรูปแบบเดิมตามปกติ ส่วนเมื่อถามถึงอนาคต MacAskill บอกว่ายังไม่ชัดเจน เนื่องจากรูปแบบให้บริการฟรีของ Flickr นั้นก็ใหม่สำหรับเขาเช่นกัน แต่สิ่งที่ทั้งสองบริการนี้มีก็คือการรวบรวมผลงานของช่างภาพ และชุมชนที่แข็งแกร่งให้การสนับสนุนแก่กัน Flickr เป็นหนึ่งในบริการเครือยาฮูที่ถูกตั้งเครื่องหมายคำถามมาก ว่าจะมีอนาคตต่อไปเช่นไร หลังยาฮูขายกิจการให้ Verizon เสร็จสิ้นเมื่อปีที่แล้ว ทำให้ Flickr มีสถานะเป็นสินทรัพย์ในเครือของ Oath บริษัทลูกของ Verizon ขณะเดียวกันช่วงหลายปีที่ผ่านมา [...]

YouTube เตรียมทำเครื่องมือเพิ่มโอกาสการทำเงินให้เหล่าครีเอเตอร์ หลังช่วงที่ผ่านมา YouTube มีนโยบายเข้มงวดขึ้น ออกกฎใหม่ระบุว่าช่องต้องมียอดดู 4 พัน ชม. มีคนตาม 1 พันขึ้นไป จึงจะมีโฆษณาเข้า และยังกระแสวิพากษ์วิจารณ์วิดีโอเนื้อหาสุ่มเสี่ยง ตัวอย่างสำคัญคือ Logan Paul ที่ถ่ายคลิปเจอเจอศพฆ่าตัวตายในป่า และ PewDiePie ที่พูดจาล่อแหลม มีเนื้อหาไปทางเหยียด Susan Wojcicki ซีอีโอ YouTube ประกาศว่าขณะนี้ บริษัทกำลังทดลองระบบให้ครีเอเตอร์จำนวนหนึ่ง แสดงข้อมูลเนื้อหาวิดีโอตัวเองว่าจัดอยู่ในประเภทใด มีเนื้อหาล่อแหลมหรือไม่ เพื่อให้ผู้ลงโฆษณารู้ไปเลยว่าคลิปดังกล่าวปลอดภัย ไม่มีเนื้อหา คำพูดรุนแรง สามารถลงโฆษณาได้ นอกจากนี้ YouTube ยังจะเพิ่มทางเลือกทำเงินให้ครีเอเตอร์ ด้วยการเพิ่ม sponsorships ซึ่งเป็นช่องทางให้สนับสนุนครีเอเตอร์คนโปรด ด้วยการกดให้เงินสนับสนุน (เหมือนอย่างที่ Twitch มี) ซึ่ง YouTube มีแผนจะเปิดให้ใช้ในไม่กี่เดือนข้างหน้า อย่างไรก็ตาม YouTube ไม่ได้บอกว่าจะมีครีเอเตอร์กี่รายได้ใช้ช่องทางทำเงิน sponsorships ภาพจาก Shutterstock ที่มา – [...]

ลูกค้า TrueMove H ที่ได้รับผลกระทบจากข้อมูลหลุดผ่าน iTrueMart เริ่มได้รับ SMS กันบ้างแล้วตามที่ทาง TrueMove H ได้ประกาศหลังเข้าพบกสทช. เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา น่าสนใจว่าข้อความไม่มีส่วนใดระบุยืนยันว่า “ท่านคือผู้ได้รับผลกระทบ” แต่อย่างใด ระบุเพียง “ขออภัยลูกค้าที่อาจได้รับผลกระทบ” เท่านั้น และข้อความยืนยันว่าเป็นเหตุการณ์เข้าถึงข้อมูลโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย พร้อมกับขอให้ไว้ใจว่าข้อมูลของลูกค้าได้รับการดูแลปกป้องด้วยมาตรฐานสูงสุด ต่อจากนี้คือคำแนะนำต่อ TrueMove H / iTrueMart จากผู้เขียนข่าว บริษัทควรละอายต่อการส่งข้อความแจ้งเตือนลูกค้าที่ทำให้เกิดความสับสนเช่นนี้ ข้อความแจ้งเตือนข้อมูลหลุดควรมีเป้าหมายเพื่อแจ้งให้ลูกค้ารู้ตัวได้อย่างทันท่วงที ไม่ใช่ข้อความโฆษณามาตรฐานระดับสูงสุดอะไร (เพราะถัามันสูงสุดมันคงไม่หลุดแต่แรกแล้ว) ถ้าไม่สามารถร่างข้อความได้ ผมเสนอร่างข้อความแจ้งเตือนลูกค้าดังนี้ เรียนลูกค้า [ชื่อลูกค้า] ผู้ใช้หมายเลข [เลขโทรศัพท์ที่ใช้ลงทะเบียน] ตามที่ท่านได้ส่งข้อมูลลงทะเบียนหมาย [เลขโทรศัพท์] เมื่อวันที่ [วันที่ลงทะเบียน] นั้น บริษัทพบว่าระบบลงทะเบียนเปิดให้บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าถึงภาพและข้อมูลบัตรประชาชนของท่านได้ จนกระทั่งมีผู้แจ้งเตือนและบริษัทได้ปิดการเข้าถึงไปเมื่อวันที่ 12 เมษายน 2561 ที่ผ่านมา ทำให้ข้อมูลของท่านอาจถูกมิจฉาชีพนำไปใช้งาน ความผิดพลาดนี้เป็นความผิดพลาดของบริษัทและขออภัยเป็นอย่างสูงไว้ ณ ที่นี้ บริษัทกำลังทำบันทึกประจำวันเหตุการณ์ข้อมูลหลุดนี้ ณ สถานีตำรวจ [ระบุชื่อสถานที่] [...]

ประเด็นข้อมูลหลุดของ iTruemart บน S3 ยังเป็นที่สนใจของบ้านเรา แต่เคสแบบนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะเกิดขึ้นมาแล้วบ่อยครั้ง ล่าสุดมีนักวิจัยความปลอดภัย Chris Vickery จากบริษัท UpGuard ค้นพบสตอเรจบน S3 ที่เปิดเป็น public bucket และมีข้อมูลส่วนบุคคลเยอะถึง 48 ล้านบัญชี ขนาดไฟล์รวม 1.2TB ข้อมูลนี้เป็นของบริษัทข้อมูลชื่อ Localbox ที่แทบไม่มีใครรู้จัก แต่ทำธุรกิจด้านเก็บสะสมข้อมูลผู้ใช้จากโซเชียลยี่ห้อต่างๆ เช่น Facebook, Twitter, LinkedIn รวมถึงเว็บไซต์อสังหาริมทรัพย์ Zillow ด้วย โมเดลธุรกิจของ Localbox ชัดเจนว่านำข้อมูลไปขายเพื่อการโฆษณา และหน้าเว็บไซต์ของบริษัทระบุว่ามีอีเมลของผู้ใช้งาน 650 ล้านอีเมล ที่ยืนยันตัวตนได้ว่าเป็นใคร Vickery โด่งดังในแวดวงความปลอดภัยอยู่แล้ว ในฐานะนักค้นหาข้อมูลที่เปิด public และเขาได้แจ้งเรื่องนี้ให้ CTO ของ Localbox ทราบ และ Localbox ก็ปิดการเข้าถึง bucket ในเวลาไม่กี่ชั่วโมงหลังได้รับแจ้ง Localbox [...]

ก่อนหน้านี้ Google เปิดตัว Google Play Instant ทดลองเล่นเกมก่อนดาวน์โหลด ล่าสุด Facebook เอาด้วย โดย Facebook กำลังทดลองระบบเล่นเกมก่อนโหลด โดยทดลองกับโฆษณาเกมผ่านหน้า News Feed ในช่วงแรก ทดลองระบบในกลุ่มผู้พัฒนาเกม จากนั้นก็จะขยายไปยัง Audience Network หรือเครือข่ายโฆษณาแบบแอพพลิเคชั่นของ Facebook จากนั้นก็จะขยายไปยังผู้ลงโฆษณาทุกรายภายในปีนี้ ที่มา – Engadget Topics:  Facebook Games News Feed Advertisement

ไอเดียเก็บเงินค่าเล่น Facebook เพิ่งจะมาเกิดขึ้นหลังข่าวฉาว Facebook ข้อมูลหลุด โดยหนทางที่ข้อมูลผู้ใช้จะปลอดภัย ไม่ถูกเก็บไปทำแคมเปญโฆษณาการตลาด การเมือง และไม่ต้องเจอโฆษณารบกวนนั้น คือจ่ายเงินเพื่อเล่น ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่แอปพลิเคชั่นอื่นก็ทำกัน มีคำถามเรื่องนี้ปรากฏขึ้นในเหตุการณ์ที่ Mark Zuckerberg เข้าชี้แจงรายละเอียดต่อวุฒิสภาด้วย ซึ่งเขาระบุชัดว่า ตอนนี้ Facebook จะไม่เก็บเงินจากผู้ใช้งาน (คำว่า “ตอนนี้” ทำให้หลายฝ่ายวิเคราะห์กันว่า อนาคตอาจมีโมเดลเก็บเงินขึ้นมาจริงๆ ก็ได้) ถ้าลองสมมติเหตุการณ์ว่าถ้า Facebook เก็บเงินค่าเล่นขึ้นมาจริงๆ ควรจะเก็บเท่าไร ในสหรัฐฯ และแคนาดา Facebook มีรายได้ 19.9 พันล้านดอลลาร์ในปี 2017 ทั้งสองประเทศมีผู้ใช้ 239 ล้านคน คิดเป็นค่าเล่น Facebook หัวละ 7 ดอลลาร์ต่อเดือน ภาพจาก Shutterstock ในมุมมองของ Facebook มองตัวเองว่าเป็นสิทธิที่ทุกคนเข้าถึงได้ แต่แอปพลิเคชั่นอื่นนั้นไม่ใช่ Spotify, LinkedIn, Netflix ต่างมีโมเดลจ่ายเงิน และมองตัวเองว่าเป็นบริการประเภทหนึ่ง แต่โมเดลนี้คงจะเกิดขึ้นไม่ง่ายสำหรับ [...]

The New York Times ลงบทความจากประเด็น Mark Zuckerberg ตอบคำถามวุฒิสภาเรื่องข้อมูลหลุด 1,2 ในขณะที่ Facebook ถูกเพ่งเล็งเรื่องปัญหาหารรักษาความปลอดภัยข้อมูลส่วนบุคคล และยังถูกบางฝ่ายมองว่ามีอำนาจผูกขาดในตลาดโฆษณาดิจิทัล คำถามคือ Facebook ผูกขาดรายเดียวจริงหรือไม่ บริษัทอื่น ยกตัวอย่างเช่น Google มีมูลค่าโฆษณาดิจิทัลอาจจะมากกว่า Facebook ถึง 2 เท่า และมีผลิตภัณฑ์ถึง 7 ตัว เช่น Gmail, YouTube และแสดงโฆษณาโดยอาศัยข้อมูลของผูใช้หรือความสนใจของผู้ใช้ Amazon เองก็ใช้กลยุทธ์โฆษณาเจาะกลุ่มเป้าหมายโดยใช้ข้อมูลประวัติการซื้อสินค้า และยังมีความกังวลจากผู้ใช้เรื่องลำโพงอัจฉริยะที่มีไมโครโฟนในอุปกรณ์ที่ตั้งอยู่ในบ้านเลย Jason Kint ผู้บริหารระดับสูงของ Digital Content Next ตั้งข้อสังเกตว่าตั้งแต่ Facebook มีประเด็นฉาวข้อมูลหลุดขึ้นมา ทั้ง Twitter และ Google ก็พยายามทำตัวเงียบมาตลอด The New York Times ระบุว่าก่อนวันที่ Zuckerberg ต้องเข้าตอบข้อสงสัยของวุฒิสภา [...]

จากที่ Mark Zuckerberg ซีอีโอ Facebook ได้ให้การกับคณะกรรมาธิการฯ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว มีหลายคำถามที่ติดค้างและเขาบอกจะหาคำตอบมาให้ ตอนนี้ Facebook พร้อมชี้แจงรายละเอียดแล้ว โดยเริ่มจากคำถามที่ว่า ข้อมูลอะไรบ้างที่ Facebook ได้จากเว็บไซต์ต่างๆ กับแอพ แล้ว Facebook นำข้อมูลเหล่านี้มาทำอะไรบ้าง และผู้ใช้จะควบคุมข้อมูลนี้อย่างไร คำตอบของ Facebook หลายคนแถวนี้อาจทราบอยู่พอสมควรแล้ว แต่เมื่อ Facebook ชี้แจงละเอียดมาก ก็นำมาให้ดูกัน Facebook เก็บข้อมูลจากเว็บไซต์อื่นและแอพอย่างไร Facebook มีเครื่องมือหลายอย่างให้นักพัฒนาภายนอกนำไปใช้ อาทิ ปุ่ม Like, Share, Facebook Login, Facebook Analytics และ Facebook Ads ซึ่งเครื่องมือเหล่านี้ทำให้ Facebook ได้ข้อมูลผู้ใช้งานที่ส่งผ่านเว็บไซต์เหล่านั้น ต่อให้ล็อกเอาต์หรือไม่มีบัญชี Facebook เพียงแต่ Facebook ก็ไม่สามารถว่าบุคคลนั้นเป็นใคร นอกจากนี้ Facebook ยังบอกว่าวิธีการนี้บริษัทอื่นก็ทำเช่นกัน อาทิเช่น Twitter, [...]

 Page 1 of 371  1  2  3  4  5 » ...  Last »