บริการจดโน้ตออนไลน์ Evernote ประกาศแผนการคิดเงินแบบใหม่ จากเดิมที่มีแค่สองแบบคือฟรีกับ Premium ก็เพิ่มมาเป็น 3 แบบ ดังนี้ Evernote Basic ใช้งานได้ฟรี จำกัดปริมาณทราฟฟิกขาเข้า 60MB/เดือน ไม่รองรับการดูโน้ตออฟไลน์ Evernote Pro 24.99 ดอลลาร์ต่อปี เพิ่มปริมาณทราฟฟิกเป็น 1GB/เดือน ดูโน้ตออฟไลน์ได้ มีฟีเจอร์ใส่รหัสป้องกันโน้ตบนมือถือ Evernote Premium รุ่นท็อปสุด 49.99 ดอลลาร์ต่อปี ไม่จำกัดปริมาณทราฟฟิก เพิ่มฟีเจอร์ขั้นสูงอย่างการสแกนนามบัตร การค้นหาภายในเอกสาร Microsoft Office เป็นต้น สำหรับองค์กรที่ซื้อบริการแบบกลุ่ม จะได้ใช้งานระดับ Evernote Premium เลย การเปลี่ยนแปลงจะมีผลกับการสมัครสมาชิกหรือต่ออายุหลังวันที่ 29 เมษายน 2015 เป็นต้นไป ที่มา – Evernote Evernote

Lithium-iOn เป็นแบตเตอรี่ที่ใช้กันโดยทั่วไปในปัจจุบัน และถูกนำไปใช้งานสำหรับการให้พลังงานร่วมกับอุปกรณ์ต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นโน๊ตบุ๊ก กล้องดิจิตอล สมาร์ทโฟนและแท็ปเล็ตเป็นต้น ซึ่งก่อนที่จะไปใช้สำหรับอุปกรณ์ที่ใช้พลังงานมากไปกว่านี้ ก็ได้มีการวิจัยที่แสดงให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นได้ โดยนักวิจัยจาก University College London ได้ใช้วิธีการทดสอบให้เห็น 3D-and-thermal ในการแสดงให้เห็นถึงผลที่เกิดขึ้น เมื่อเซลล์พลังงานเกิดความร้อนมากเกินไปทั้งภายในและภายนอก หลังจากที่เกิดความร้อนขึ้นที่แบตเตอรี่ในความร้อนระดับ 250 องศาเซลเซียส จนทำให้เกิดการระเบิด โดยสิ่งที่เกิดขึ้นนี้เรียกว่า “Thermal runaway” จนทำให้แกนหลักเสียหาย สิ่งที่เกิดขึ้นนี้คืออะไร จากที่ได้มีการตีพิมพ์ในเอกสารนั้น บอกถึงการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ ที่นำไปสู่ความผิดปกติ ทำให้อุณหภูมินำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่สูงขึ้น จนมีความเสี่ยงในการลัดวงจรภายในและสร้างความเสียหายกับชิ้นส่วนที่อยู่ใกล้เคียง มีโอกาสเกิดขึ้นในแบตเตอรี่ที่ไม่ได้มีระบบจัดการที่ดีอยู่ภายใน เมื่อเกิดความร้อน 1000 องศาเซลเซียสขึ้นภายใน ทองแดงจะละลายทำให้ความร้อนกระจายออกไปด้านนอกและก่อให้เกิด “Thermal runaway” ขึ้นได้ แต่อย่างที่ทราบกันอยู่ว่า นี่เป็นเพียงการทดลองในสมมติฐานที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งทางทีมทดสอบไม่ได้หมายความว่าจะเกิดขึ้นในกระบวนการใช้งานในสภาวะปกติโดยทั่วไป แต่กำลังหมายถึงการเรียนรู้ให้ทราบผลที่อาจเกิดจากแบต Lithium-iOn Cell เมื่อเกิดปัญหา เพื่อที่หวังว่าจะช่วยในการออกแบบสำหรับให้เกิดความปลอดภัยในอนาคตและหวังว่าหลายฝ่ายจะได้นำไปใช้ในการพัฒนาได้ ที่มา – engadget

Lithium-iOn เป็นแบตเตอรี่ที่ใช้กันโดยทั่วไปในปัจจุบัน และถูกนำไปใช้งานสำหรับการให้พลังงานร่วมกับอุปกรณ์ต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นโน๊ตบุ๊ก กล้องดิจิตอล สมาร์ทโฟนและแท็ปเล็ตเป็นต้น ซึ่งก่อนที่จะไปใช้สำหรับอุปกรณ์ที่ใช้พลังงานมากไปกว่านี้ ก็ได้มีการวิจัยที่แสดงให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นได้ โดยนักวิจัยจาก University College London ได้ใช้วิธีการทดสอบให้เห็น 3D-and-thermal ในการแสดงให้เห็นถึงผลที่เกิดขึ้น เมื่อเซลล์พลังงานเกิดความร้อนมากเกินไปทั้งภายในและภายนอก หลังจากที่เกิดความร้อนขึ้นที่แบตเตอรี่ในความร้อนระดับ 250 องศาเซลเซียส จนทำให้เกิดการระเบิด โดยสิ่งที่เกิดขึ้นนี้เรียกว่า “Thermal runaway” จนทำให้แกนหลักเสียหาย สิ่งที่เกิดขึ้นนี้คืออะไร จากที่ได้มีการตีพิมพ์ในเอกสารนั้น บอกถึงการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ ที่นำไปสู่ความผิดปกติ ทำให้อุณหภูมินำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่สูงขึ้น จนมีความเสี่ยงในการลัดวงจรภายในและสร้างความเสียหายกับชิ้นส่วนที่อยู่ใกล้เคียง มีโอกาสเกิดขึ้นในแบตเตอรี่ที่ไม่ได้มีระบบจัดการที่ดีอยู่ภายใน เมื่อเกิดความร้อน 1000 องศาเซลเซียสขึ้นภายใน ทองแดงจะละลายทำให้ความร้อนกระจายออกไปด้านนอกและก่อให้เกิด “Thermal runaway” ขึ้นได้ แต่อย่างที่ทราบกันอยู่ว่า นี่เป็นเพียงการทดลองในสมมติฐานที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งทางทีมทดสอบไม่ได้หมายความว่าจะเกิดขึ้นในกระบวนการใช้งานในสภาวะปกติโดยทั่วไป แต่กำลังหมายถึงการเรียนรู้ให้ทราบผลที่อาจเกิดจากแบต Lithium-iOn Cell เมื่อเกิดปัญหา เพื่อที่หวังว่าจะช่วยในการออกแบบสำหรับให้เกิดความปลอดภัยในอนาคตและหวังว่าหลายฝ่ายจะได้นำไปใช้ในการพัฒนาได้ ที่มา – engadget

Lithium-iOn เป็นแบตเตอรี่ที่ใช้กันโดยทั่วไปในปัจจุบัน และถูกนำไปใช้งานสำหรับการให้พลังงานร่วมกับอุปกรณ์ต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นโน๊ตบุ๊ก กล้องดิจิตอล สมาร์ทโฟนและแท็ปเล็ตเป็นต้น ซึ่งก่อนที่จะไปใช้สำหรับอุปกรณ์ที่ใช้พลังงานมากไปกว่านี้ ก็ได้มีการวิจัยที่แสดงให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นได้ โดยนักวิจัยจาก University College London ได้ใช้วิธีการทดสอบให้เห็น 3D-and-thermal ในการแสดงให้เห็นถึงผลที่เกิดขึ้น เมื่อเซลล์พลังงานเกิดความร้อนมากเกินไปทั้งภายในและภายนอก หลังจากที่เกิดความร้อนขึ้นที่แบตเตอรี่ในความร้อนระดับ 250 องศาเซลเซียส จนทำให้เกิดการระเบิด โดยสิ่งที่เกิดขึ้นนี้เรียกว่า “Thermal runaway” จนทำให้แกนหลักเสียหาย สิ่งที่เกิดขึ้นนี้คืออะไร จากที่ได้มีการตีพิมพ์ในเอกสารนั้น บอกถึงการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ ที่นำไปสู่ความผิดปกติ ทำให้อุณหภูมินำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่สูงขึ้น จนมีความเสี่ยงในการลัดวงจรภายในและสร้างความเสียหายกับชิ้นส่วนที่อยู่ใกล้เคียง มีโอกาสเกิดขึ้นในแบตเตอรี่ที่ไม่ได้มีระบบจัดการที่ดีอยู่ภายใน เมื่อเกิดความร้อน 1000 องศาเซลเซียสขึ้นภายใน ทองแดงจะละลายทำให้ความร้อนกระจายออกไปด้านนอกและก่อให้เกิด “Thermal runaway” ขึ้นได้ แต่อย่างที่ทราบกันอยู่ว่า นี่เป็นเพียงการทดลองในสมมติฐานที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งทางทีมทดสอบไม่ได้หมายความว่าจะเกิดขึ้นในกระบวนการใช้งานในสภาวะปกติโดยทั่วไป แต่กำลังหมายถึงการเรียนรู้ให้ทราบผลที่อาจเกิดจากแบต Lithium-iOn Cell เมื่อเกิดปัญหา เพื่อที่หวังว่าจะช่วยในการออกแบบสำหรับให้เกิดความปลอดภัยในอนาคตและหวังว่าหลายฝ่ายจะได้นำไปใช้ในการพัฒนาได้ ที่มา – engadget

Lithium-iOn เป็นแบตเตอรี่ที่ใช้กันโดยทั่วไปในปัจจุบัน และถูกนำไปใช้งานสำหรับการให้พลังงานร่วมกับอุปกรณ์ต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นโน๊ตบุ๊ก กล้องดิจิตอล สมาร์ทโฟนและแท็ปเล็ตเป็นต้น ซึ่งก่อนที่จะไปใช้สำหรับอุปกรณ์ที่ใช้พลังงานมากไปกว่านี้ ก็ได้มีการวิจัยที่แสดงให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นได้ โดยนักวิจัยจาก University College London ได้ใช้วิธีการทดสอบให้เห็น 3D-and-thermal ในการแสดงให้เห็นถึงผลที่เกิดขึ้น เมื่อเซลล์พลังงานเกิดความร้อนมากเกินไปทั้งภายในและภายนอก หลังจากที่เกิดความร้อนขึ้นที่แบตเตอรี่ในความร้อนระดับ 250 องศาเซลเซียส จนทำให้เกิดการระเบิด โดยสิ่งที่เกิดขึ้นนี้เรียกว่า “Thermal runaway” จนทำให้แกนหลักเสียหาย สิ่งที่เกิดขึ้นนี้คืออะไร จากที่ได้มีการตีพิมพ์ในเอกสารนั้น บอกถึงการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ ที่นำไปสู่ความผิดปกติ ทำให้อุณหภูมินำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่สูงขึ้น จนมีความเสี่ยงในการลัดวงจรภายในและสร้างความเสียหายกับชิ้นส่วนที่อยู่ใกล้เคียง มีโอกาสเกิดขึ้นในแบตเตอรี่ที่ไม่ได้มีระบบจัดการที่ดีอยู่ภายใน เมื่อเกิดความร้อน 1000 องศาเซลเซียสขึ้นภายใน ทองแดงจะละลายทำให้ความร้อนกระจายออกไปด้านนอกและก่อให้เกิด “Thermal runaway” ขึ้นได้ แต่อย่างที่ทราบกันอยู่ว่า นี่เป็นเพียงการทดลองในสมมติฐานที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งทางทีมทดสอบไม่ได้หมายความว่าจะเกิดขึ้นในกระบวนการใช้งานในสภาวะปกติโดยทั่วไป แต่กำลังหมายถึงการเรียนรู้ให้ทราบผลที่อาจเกิดจากแบต Lithium-iOn Cell เมื่อเกิดปัญหา เพื่อที่หวังว่าจะช่วยในการออกแบบสำหรับให้เกิดความปลอดภัยในอนาคตและหวังว่าหลายฝ่ายจะได้นำไปใช้ในการพัฒนาได้ ที่มา – engadget

เชคพอยต์เผยปีที่ผ่านมาประสบความสำเร็จในเมืองไทยเหตุลูกค้าพบภัยคุกคามจำนวนมาก ล่าสุดเปิดตัว Check Point Threat Extractionโซลูชันสร้างความมั่นใจในการจัดส่งเอกสารผ่านเครือข่ายการันตีปลอดมัลแวร์ 100% เจาะตลาดธนาคารและสถาบันการเงิน หวังดันยอดการเติบโตในปีนี้ 40% ชี้ตลาดเน็ตเวิร์กซีเคียวริตี้เมืองไทยเติบโตขึ้น 30% ทุกปี เพราะมีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

มีเอกสารเปิดเผยข้อมูลล่าสุดจากทาง Sony ก่อนการแถลงสรุปผลการประกอบการประจำปีการเงิน 2014 (FY14) ในช่วงเย็นวันนี้ตามเวลาท้องถิ่นประเทศญี่ปุ่น โดยทาง Xperiablog ได้นำข้อมูลบางส่วนของกิจการโทรศัพท์ Xperia มาเผยแพร่ ซึ่งมีตัวเลขที่น่าสนใจอยู่สองชุด ที่สรุปยอดขายตลอดปีที่ผ่านมาตั้งแต่ 1 เมษายน 2014 – 31 มินาคม 2015…

ไมโครซอฟท์เคยเสนอแนวคิด Office Graph ไปเมื่อปีที่แล้ว และออกแอพตัวใหม่ Office Delve ขึ้นมาแสดงความเชื่อมโยงของกราฟมาแล้ว งาน Build 2015 รอบนี้ ไมโครซอฟท์เปิดให้ทดสอบ Office Graph ของจริงกันแล้ว แนวคิดของ Office Graph คือ Microsoft Office นั้นพัฒนาจากชุดโปรแกรมสำนักงานธรรมดา กลายเป็นบริการออนไลน์ Office 365 ที่มีความเชื่อมโยงระหว่างพนักงานในองค์กร กับข้อมูลหรือเอกสารที่ถูกสร้างขึ้น เมื่อเรานำความเชื่อมโยงเหล่านี้มาวาดกราฟ (แบบเดียวกับ Open Graph ของ Facebook) จะทำให้เราสามารถวิเคราะห์ความสัมพันธ์ได้ง่ายขึ้น และสร้างโปรแกรมเสริมให้ Office ฉลาดขึ้นกว่าเดิม วิธีการใช้งาน Office Graph นั้นเป็น REST API ที่สามารถเรียกใช้จากโดเมนที่มี SharePoint หรือ Office 365 ได้เลย ตัวอย่างการใช้งานการเรียกข้อมูลจาก Outlook (ผลลัพธ์จะออกมาเป็น JSON เอาไปแปลงต่อได้ง่าย) [...]

อาจจะบอกได้ว่าสาวกญี่ปุ่นค่ายโซนี่ส่อแววเตรียมถอนหายใจเฮือกใหญ่ เมื่อมีการเปิดเผยว่าเครื่องโทรศัพท์ Xperia Z4 ที่เปิดตัวในญี่ปุ่นไปเมื่อช่วงสัปดาห์ที่แล้ว (ข่าว) นั้นกำลังจะเป็นรุ่นเดียวกันที่เตรียมเปิดตัวแข่งขันตลาดโลกในชื่อของ Xperia Z3+ โดยอ้างอิงจากเอกสารการสนับสนุนผลิตภัณฑ์ SCR30 Cover Window ซึ่งเป็นเคสฝาพับสำหรับเครื่อง Xperia Z4 นั้นกลับมีการระบุถึงชื่อของ Xperia Z3+ อยู่อย่างชัดเจน…

เนื่องด้วยผมมีโอกาสได้ไปเข้าชมงาน eGov Day 2015 ที่จัดขึ้นที่ลาน Eden ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เมื่อวันที่ 26 เม.ย. โดยเฉพาะบูธโครงการ Smart Citizen Info ตามคำเชิญชวนของโปรแกรมเมอร์ที่ผมรู้จักท่านนึงซึ่งมีส่วนร่วมโดยตรงกับโครงการนี้ แม้ว่าจะโดนชวนตั้งแต่ปีที่แล้ว (เกือบลืมไปแล้ว) แต่ด้วยความสงสัยที่มีต่อบัตรประชาชนแบบสมาร์ทการ์ดว่าตกลงมันมีประโยชน์อย่างไรจะได้ใช้งานจริงได้เมื่อไหร่ จึงได้เดินทางไปหาคำตอบที่ผมเองเชื่อว่าหลายๆ คนก็คงอยากทราบเช่นกัน โดยรวมโครงการ Smart Citizen Info ตั้งใจสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐในการเชื่อมโยงข้อมูลประชาชน โดยใช้ประโยชน์จากบัตรประชาชนเพื่ออำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรมทางราชการ โดยมีสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (EGA) เป็นองค์กรกลางพัฒนาและสนับสนุนการใช้งาน API สำหรับการเชื่อมโยงข้อมูลไปทะเบียนราษฎร์และหน่วยงานภาครัฐอื่นๆ ขณะนี้โครงการกำลังอยู่ในช่วงนำร่องและมีหน่วยงานเข้าร่วมแล้ว (ที่เห็นๆ กันอยู่ตอนนี้ก็มีกรมการปกครอง, สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ, สำนักงานประกันสังคม, กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น, บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด) ถ้าโครงการเป็นไปอย่างราบรื่น การทำธุรกรรมทางราชการในอนาคตจะสามารถดำเนินการได้ที่จุดบริการ One Stop Service โดยประชาชนอย่างเราๆ เพียงแค่พกบัตรประชาชนแบบสมาร์ทการ์ดไประบบก็พร้อมจะดึงข้อมูลต่างๆ อย่างข้อมูลทะเบียนราษฎร์, ข้อมูลขนส่ง, ข้อมูลสาธารณสุข, ข้อมูลการศึกษา ฯลฯ เพื่อใช้ในการทำธุรกรรมไม่ต้องพกเอกสารให้วุ่นวาย สำหรับประเด็นพัฒนาไปใช้ประโยชน์นอกเหนือจากการทำธุรกรรมทางราชการ ผมได้สอบถามเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่จะเปิด [...]

 Page 1 of 173  1  2  3  4  5 » ...  Last »