สืบเนื่องจากปลายปีที่แล้ว AT&T เลือกจะเปลี่ยนไอคอนแสดงสถานะ LTE เป็น 5G E ด้วยเหตุผลด้านการตลาด แต่ล่าสุดการเปลี่ยนไอคอนนี้เป็นเรื่องถึงชั้นศาลแล้ว Sprint ได้ยื่นฟ้องศาลโดยให้เหตุผลว่า การเปลี่ยนโลโก้ของ AT&T สร้างความสับสนให้กับผู้บริโภค ด้วยหลงคิดว่า AT&T ให้บริการ 5G จริงและสมาร์ทโฟนของพวกเขาก็รองรับ โดยอ้างอิงการสำรวจที่ Sprint สอบถามผู้บริโภคพบว่ากว่า 54% คิดว่า 5G E ของ AT&T เร็วเทียบเท่าหรือเร็วกว่า 5G จริงด้วยซ้ำไป การฟ้องร้องของ Sprint ไม่เพียงแค่ด้วยเหตุผลสร้างความสับสนเท่านั้น แต่ยังเรียกค่าเสียหายที่ Sprint เสียโอกาสจากการใช้โลโก้ 5G E ของ AT&T ด้วย ด้วย AT&T แถลงว่าจะต่อสู้ในคดีนี้ พร้อมให้เหตุผลว่า 5G E ช่วยให้ลูกค้ารับรู้ว่าพวกเขากำลังใช้งานเครือข่ายที่รวดเร็วกว่าเดิม ซึ่งนับเป็นขั้นตอนเปลี่ยนผ่านไปสู่ 5G มาตรฐาน และก็ไม่พลาดที่จะตอบกลับ Sprint ที่ระบุในเอกสารคำฟ้องว่าจะให้บริการ [...]

สืบเนื่องจากปลายปีที่แล้ว AT&T เลือกจะเปลี่ยนไอคอนแสดงสถานะ LTE เป็น 5G E ด้วยเหตุผลด้านการตลาด แต่ล่าสุดการเปลี่ยนไอคอนนี้เป็นเรื่องถึงชั้นศาลแล้ว Sprint ได้ยื่นฟ้องศาลโดยให้เหตุผลว่า การเปลี่ยนโลโก้ของ AT&T สร้างความสับสนให้กับผู้บริโภค ด้วยหลงคิดว่า AT&T ให้บริการ 5G จริงและสมาร์ทโฟนของพวกเขาก็รองรับ โดยอ้างอิงการสำรวจที่ Sprint สอบถามผู้บริโภคพบว่ากว่า 54% คิดว่า 5G E ของ AT&T เร็วเทียบเท่าหรือเร็วกว่า 5G จริงด้วยซ้ำไป การฟ้องร้องของ Sprint ไม่เพียงแค่ด้วยเหตุผลสร้างความสับสนเท่านั้น แต่ยังเรียกค่าเสียหายที่ Sprint เสียโอกาสจากการใช้โลโก้ 5G E ของ AT&T ด้วย ด้วย AT&T แถลงว่าจะต่อสู้ในคดีนี้ พร้อมให้เหตุผลว่า 5G E ช่วยให้ลูกค้ารับรู้ว่าพวกเขากำลังใช้งานเครือข่ายที่รวดเร็วกว่าเดิม ซึ่งนับเป็นขั้นตอนเปลี่ยนผ่านไปสู่ 5G มาตรฐาน และก็ไม่พลาดที่จะตอบกลับ Sprint ที่ระบุในเอกสารคำฟ้องว่าจะให้บริการ [...]

สืบเนื่องจากปลายปีที่แล้ว AT&T เลือกจะเปลี่ยนไอคอนแสดงสถานะ LTE เป็น 5G E ด้วยเหตุผลด้านการตลาด แต่ล่าสุดการเปลี่ยนไอคอนนี้เป็นเรื่องถึงชั้นศาลแล้ว Sprint ได้ยื่นฟ้องศาลโดยให้เหตุผลว่า การเปลี่ยนโลโก้ของ AT&T สร้างความสับสนให้กับผู้บริโภค ด้วยหลงคิดว่า AT&T ให้บริการ 5G จริงและสมาร์ทโฟนของพวกเขาก็รองรับ โดยอ้างอิงการสำรวจที่ Sprint สอบถามผู้บริโภคพบว่ากว่า 54% คิดว่า 5G E ของ AT&T เร็วเทียบเท่าหรือเร็วกว่า 5G จริงด้วยซ้ำไป การฟ้องร้องของ Sprint ไม่เพียงแค่ด้วยเหตุผลสร้างความสับสนเท่านั้น แต่ยังเรียกค่าเสียหายที่ Sprint เสียโอกาสจากการใช้โลโก้ 5G E ของ AT&T ด้วย ด้วย AT&T แถลงว่าจะต่อสู้ในคดีนี้ พร้อมให้เหตุผลว่า 5G E ช่วยให้ลูกค้ารับรู้ว่าพวกเขากำลังใช้งานเครือข่ายที่รวดเร็วกว่าเดิม ซึ่งนับเป็นขั้นตอนเปลี่ยนผ่านไปสู่ 5G มาตรฐาน และก็ไม่พลาดที่จะตอบกลับ Sprint ที่ระบุในเอกสารคำฟ้องว่าจะให้บริการ [...]

สืบเนื่องจากปลายปีที่แล้ว AT&T เลือกจะเปลี่ยนไอคอนแสดงสถานะ LTE เป็น 5G E ด้วยเหตุผลด้านการตลาด แต่ล่าสุดการเปลี่ยนไอคอนนี้เป็นเรื่องถึงชั้นศาลแล้ว Sprint ได้ยื่นฟ้องศาลโดยให้เหตุผลว่า การเปลี่ยนโลโก้ของ AT&T สร้างความสับสนให้กับผู้บริโภค ด้วยหลงคิดว่า AT&T ให้บริการ 5G จริงและสมาร์ทโฟนของพวกเขาก็รองรับ โดยอ้างอิงการสำรวจที่ Sprint สอบถามผู้บริโภคพบว่ากว่า 54% คิดว่า 5G E ของ AT&T เร็วเทียบเท่าหรือเร็วกว่า 5G จริงด้วยซ้ำไป การฟ้องร้องของ Sprint ไม่เพียงแค่ด้วยเหตุผลสร้างความสับสนเท่านั้น แต่ยังเรียกค่าเสียหายที่ Sprint เสียโอกาสจากการใช้โลโก้ 5G E ของ AT&T ด้วย ด้วย AT&T แถลงว่าจะต่อสู้ในคดีนี้ พร้อมให้เหตุผลว่า 5G E ช่วยให้ลูกค้ารับรู้ว่าพวกเขากำลังใช้งานเครือข่ายที่รวดเร็วกว่าเดิม ซึ่งนับเป็นขั้นตอนเปลี่ยนผ่านไปสู่ 5G มาตรฐาน และก็ไม่พลาดที่จะตอบกลับ Sprint ที่ระบุในเอกสารคำฟ้องว่าจะให้บริการ [...]

สืบเนื่องจากปลายปีที่แล้ว AT&T เลือกจะเปลี่ยนไอคอนแสดงสถานะ LTE เป็น 5G E ด้วยเหตุผลด้านการตลาด แต่ล่าสุดการเปลี่ยนไอคอนนี้เป็นเรื่องถึงชั้นศาลแล้ว Sprint ได้ยื่นฟ้องศาลโดยให้เหตุผลว่า การเปลี่ยนโลโก้ของ AT&T สร้างความสับสนให้กับผู้บริโภค ด้วยหลงคิดว่า AT&T ให้บริการ 5G จริงและสมาร์ทโฟนของพวกเขาก็รองรับ โดยอ้างอิงการสำรวจที่ Sprint สอบถามผู้บริโภคพบว่ากว่า 54% คิดว่า 5G E ของ AT&T เร็วเทียบเท่าหรือเร็วกว่า 5G จริงด้วยซ้ำไป การฟ้องร้องของ Sprint ไม่เพียงแค่ด้วยเหตุผลสร้างความสับสนเท่านั้น แต่ยังเรียกค่าเสียหายที่ Sprint เสียโอกาสจากการใช้โลโก้ 5G E ของ AT&T ด้วย ด้วย AT&T แถลงว่าจะต่อสู้ในคดีนี้ พร้อมให้เหตุผลว่า 5G E ช่วยให้ลูกค้ารับรู้ว่าพวกเขากำลังใช้งานเครือข่ายที่รวดเร็วกว่าเดิม ซึ่งนับเป็นขั้นตอนเปลี่ยนผ่านไปสู่ 5G มาตรฐาน และก็ไม่พลาดที่จะตอบกลับ Sprint ที่ระบุในเอกสารคำฟ้องว่าจะให้บริการ [...]

Safe-Kid One สมาร์ทวอทช์สำหรับเด็กจากแบรนด์สัญชาติเยอรมนี ENOX เป็นผลิตภัณฑ์ตัวแรกที่ถูก European Commission ออกคำเตือนเร่งด่วน (RAPEX – Rapid Alert System for Non-Food Product) พร้อมสั่งเก็บออกจากชั้นวางขายในท้องตลาดทั้งหมด ด้วยเหตุผลว่าไม่ปกป้องข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้งาน เอกสาร RAPEX ระบุว่า Safe-Kid One ไม่มีการเข้ารหัสระบบสื่อสารระหว่างอุปกรณ์และเซิร์ฟเวอร์ ขณะที่ตัวเซิร์ฟเวอร์เองก็สามารถเข้าถึงได้ง่ายๆ โดยไม่ต้องมีการยืนยันตัวตน ทำให้ข้อมูลสำคัญอย่างโลเคขัน, เบอร์โทรศัพท์หรือหมายเลขซีเรียลอุปกรณ์ถูกเข้าถึงได้โดยง่าย อีกทั้งยังเปิดช่องให้คนร้ายสามารถส่งคำสั่งควบคุมสมาร์ทวอทช์ให้โทรออก, พูดคุยกับเด็กที่สวมอุปกรณ์ ไปจนถึงระบุตำแหน่งปัจจุบันผ่าน GPS ได้เลย นอกจากตัวอุปกรณ์และระบบหลังบ้านแล้ว แอปแอนดรอยด์ของ ENOX ที่ทำงานคู่กันก็ถูกเพ่งเป้าด้วยว่า ในลิงก์ URL ที่ระบุถึงนโยบายความเป็นส่วนตัวของแอป (Privacy Policy) กลับถูกลิงก์ไปยังหน้า LinkedIn ของทีมพัฒนาที่เป็นบริษัทจีนแทน สะท้อนความไม่ใส่ใจของทีมงานและบริษัท Safe-Kid One เป็นสมาร์ทวอทช์เด็กรุ่นแรกที่ถูกสั่งเก็บด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัว โดยยังคงมีสมาร์ทวอทช์อีกหลายยี่ห้อที่มีปัญหาในลักษณะเดียวกันและอยู่ในคิวจะถูกสั่งเก็บต่อไป ที่มา – European Commission via [...]

Safe-Kid One สมาร์ทวอทช์สำหรับเด็กจากแบรนด์สัญชาติเยอรมนี ENOX เป็นผลิตภัณฑ์ตัวแรกที่ถูก European Commission ออกคำเตือนเร่งด่วน (RAPEX – Rapid Alert System for Non-Food Product) พร้อมสั่งเก็บออกจากชั้นวางขายในท้องตลาดทั้งหมด ด้วยเหตุผลว่าไม่ปกป้องข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้งาน เอกสาร RAPEX ระบุว่า Safe-Kid One ไม่มีการเข้ารหัสระบบสื่อสารระหว่างอุปกรณ์และเซิร์ฟเวอร์ ขณะที่ตัวเซิร์ฟเวอร์เองก็สามารถเข้าถึงได้ง่ายๆ โดยไม่ต้องมีการยืนยันตัวตน ทำให้ข้อมูลสำคัญอย่างโลเคขัน, เบอร์โทรศัพท์หรือหมายเลขซีเรียลอุปกรณ์ถูกเข้าถึงได้โดยง่าย อีกทั้งยังเปิดช่องให้คนร้ายสามารถส่งคำสั่งควบคุมสมาร์ทวอทช์ให้โทรออก, พูดคุยกับเด็กที่สวมอุปกรณ์ ไปจนถึงระบุตำแหน่งปัจจุบันผ่าน GPS ได้เลย นอกจากตัวอุปกรณ์และระบบหลังบ้านแล้ว แอปแอนดรอยด์ของ ENOX ที่ทำงานคู่กันก็ถูกเพ่งเป้าด้วยว่า ในลิงก์ URL ที่ระบุถึงนโยบายความเป็นส่วนตัวของแอป (Privacy Policy) กลับถูกลิงก์ไปยังหน้า LinkedIn ของทีมพัฒนาที่เป็นบริษัทจีนแทน สะท้อนความไม่ใส่ใจของทีมงานและบริษัท Safe-Kid One เป็นสมาร์ทวอทช์เด็กรุ่นแรกที่ถูกสั่งเก็บด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัว โดยยังคงมีสมาร์ทวอทช์อีกหลายยี่ห้อที่มีปัญหาในลักษณะเดียวกันและอยู่ในคิวจะถูกสั่งเก็บต่อไป ที่มา – European Commission via [...]

เป็นไปตามข่าวลือก่อนหน้านี้ Slack แพลตฟอร์มสำหรับคุยงานตามงาน ได้ยื่นเอกสารเพื่อเตรียมไอพีโอเข้าตลาดหุ้นแล้ว โดยเป็นเอกสารแบบ Confidentially ที่ไม่ต้องเปิดเผยรายละเอียดทางการเงินต่อสาธารณะ จนกว่าจะถึง 15 วัน ก่อนนำหุ้นเข้าซื้อขายในตลาดหุ้น (Dropbox ก็ทำแบบนี้) ซึ่งวิธีการนี้จะไม่มีการเพิ่มทุนออกหุ้นใหม่ แต่เป็นการนำหุ้นเดิมทั้งหมดเข้าตลาดฯ โดยตรง Slack เพิ่มทุนครั้งสุดท้ายเมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว มีมูลค่ากิจการล่าสุดราว 7,100 ล้านดอลลาร์ โดยผู้ลงทุนใน Slack มีทั้ง Vision Fund ของ SoftBank, Andreessen Horowitz, Dragoneer Investment Group และอีกมายมาย จำนวนผู้ใช้ Slack สูงถึง 10 ล้านรายต่อวัน และมีลูกค้าที่จ่ายเงินถึง 85,000 องค์กร ที่มา: Slack และ TechCrunch Topics:  Slack IPO

Google ประกาศว่าตอนนี้ Cloud Firestore บริการฐานข้อมูล serverless เก็บเอกสารแบบ NoSQL ได้เข้าสู่สถานะ GA หรือพร้อมให้บริการโดยทั่วไปแล้ว พร้อมประกาศขยายการให้บริการเพิ่มเติม, ลดราคาสำหรับ regional instance รวมถึงอินทิเกรตกับ Stackdriver สำหรับการมอนิเตอร์ได้ด้วย Cloud Firestore เป็นระบบฐานข้อมูลแบบ cloud-native ที่ Google จัดการระบบให้ โดยออกแบบมาใช้สำหรับงานเก็บ, ซิงค์ และ query ข้อมูลสำหรับเว็บ, มือถือ และแอพ IoT โดยการออกแบบ Cloud Firestore โฟกัสไปที่การช่วยทำให้การพัฒนาแอพง่ายขึ้น ตัวฐานข้อมูลรองรับการซิงค์, ทำงานแบบออฟไลน์ และ ACID transactions Google ระบุว่า Cloud Firestore ถูกออกแบบมาให้เป็น data backend โดยสมบูรณ์แบบที่สามารถจัดการด้านความปลอดภัยและการยืนยันตัวตน, โครงสร้างพื้นฐาน, การซิงค์ และอื่น ๆ รวมถึงออกแบบมาให้อินทิเกรตเข้ากับ [...]

ช่วงกลางปีที่แล้ว มีรายงานว่าอดีตพนักงานแอปเปิลที่เป็นชาวจีนถูกจับ ฐานขโมยความลับของโครงการรถไร้คนขับ ล่าสุดเมื่อเดือนที่แล้วอดีตพนักงานแอปเปิลอีกรายก็โดนจับในข้อหาเดียวกันและทาง FBI ก็ยื่นฟ้องศาลในแคลิฟอร์เนียแล้ว ในเอกสารคำฟ้องระบุว่าอดีตพนักงานแอปเปิลคนนี้ชื่อว่า Jizhong Chen เป็นวิศวกรไฟฟ้า เคยทำงานอยู่ฝ่ายฮาร์ดแวร์ของโครงการรถไร้คนขับ โดยเป็นหนึ่งในพนักงานที่เป็นแกนหลักในโปรเจ็คนี้ด้วย ก่อนที่แอปเปิลจะพบไฟล์ที่เป็นข้อมูลความลับของโครงการในฮาร์ดไดร์ฟและคอมพิวเตอร์ส่วนตัวของ Chen กว่า 2 พันไฟล์ ทั้งรูปถ่าย, คู่มือ, แผนผังและไดอะแกรม Chen ถูกจับหนึ่งวันก่อนบินกลับบ้านเกิดเพื่อทำงานกับบริษัทพัฒนารถยนต์ไร้คนขับในประเทศ โดยโกหกกับทางแอปเปิลว่าจะกลับไปเยี่ยมพ่อที่ป่วย โดยกรณีนี้ Chen อาจถูกตัดสินจำคุกสูงสุด 10 ปีและปรับสูงสุด 250,000 เหรียญ ที่สำคัญคือประเด็นนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างสหรัฐและจีนด้วย ที่มา – The Verge, Channel News Asia Topics:  Apple Self-Driving Car China Intellectual Property

 Page 1 of 280  1  2  3  4  5 » ...  Last »