หลายท่านที่ติดตามข่าวสารตามสื่อต่างๆ น่าจะพอทราบดีกับกรณีข้อมูลการคัดเลือกรับบัณฑิตจบใหม่จากสถาบันการศึกษาชั้นนำ ที่มีการระบุชื่อสถาบันการศึกษาอย่างชัดเจนเพื่อเข้าทำงานในองค์กรแห่งหนึ่ง ที่ถูกนำเผยแพร่และกำลังเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์สนั่นโลกออนไลน์ในขณะนี้ แน่นอนว่าจากกรณีดังกล่าวทำให้เกิดข้อถกเถียงและหาข้อเท็จจริงจากหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการแสดงออกทางความคิดอย่างกว้างขวาง ทั้งจากประชาชนทั่วไป นักศึกษา นักวิชากร หรือแม้กระทั่งสถาบันการศึกษาหลายแห่ง  แม้จะมีการออกมาปฏิเสธและชี้แจงข้อเท็จจริงจากองค์กรดังกล่าวว่า นโยบายขององค์กรคือการรับนิสิตนักศึกษาจากทุกมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ แต่นั่นยังไม่อาจกลบกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในด้านลบที่มีมาอย่างต่อเนื่องจากหลายฝ่ายได้ ไม่ว่าจะกรณีดังกล่าวจะจบลงอย่างไร เชื่อว่าน่าจะเป็นบทเรียนที่สำคัญสำหรับองค์กร หน่วยงาน หรือบริษัทอีกจำนวนมากต่อนโยบายการรับนิสิตนักศึกษา ฉะนั้นเรามาย้อนไปดูบทความที่แอดมินเคยนำเสนอตั้งแต่ปีที่ผ่านมา เกี่ยวกับการรับนิสิตนักศึกษาจบใหม่ว่าบริษัทอย่าง “Google” จะมีแนวคิดอย่างไรกับเรื่องนี้ … ย้อนไปเมื่อปี 2014 จากบทสนทนาระหว่าง Laszlo Bock หัวหน้าฝ่ายดำเนินการด้านบุคคลากรของ Google กับนิวยอร์กไทม์ส เกี่ยวกับการมองหาบุคคลากรเข้าร่วมงาน ซึ่งใจความสำคัญของการสนทนาทาง Laszlo Bock กล่าวว่าบัณฑิตจบใหม่จากมหาวิทยาลัยหรือสถาบันชั้นนำ “ยังขาดความอ่อนน้อมถ่อมตน” บัณฑิตที่จบใหม่มีเป้าหมายคือความสำเร็จเพราะได้รับการสั่งสอนให้ใช้ความสามารถเป็นที่ตั้ง ซึ่งนั่นทำให้พวกเขาไม่รู้จักความ “ล้มเหลวที่สง่างาม” Google จะดูที่ความสามารถในการก้าวไปข้างหน้าและการยอมรับความคิดเห็นของคนอื่น หากไม่มีความอ้อนน้อมถ่อมตนคุณก็ไม่สามารถที่จะเรียนรู้ ทั้งๆที่ความล้มเหลวก็คือหนทางที่จะนำไปสู่ความสำเร็จ และหากคนที่ถือตนว่าเป็นผู้อัจฉริยะเมื่อเกิดข้อผิดพลาดจะหันไปมองที่ใครบางคนรอบข้างและกล่าวหาคนเหล่านั้นว่าเป็นพวก “‘งี่เง่า” ความสามารถในการเรียนรู้เป็นสิ่งสำคัญมากกว่า ” IQ “ Laszlo Bock ยังกล่าวว่า การประสบความสำเร็จในสถาบันการศึกษาไม่ได้ส่งสัญญาณถึงความสามารถในการทำงานเสมอไป ซึ่งมหาวิทยาลัยหรือสถาบันเป็น “สภาพแวดล้อมเทียม” ที่มีเงื่อนไขของความคิด [...]

Cisco ประกาศเข้าซื้อบริษัท OpenDNS ที่เรารู้จักกันดีในฐานะผู้ให้บริการ DNS Server ฟรี แต่จริงๆ แล้ว OpenDNS ทำธุรกิจด้านความปลอดภัยบนกลุ่มเมฆ โดยป้องกันการโจมตีจาก DDoS, มัลแวร์ และบ็อตเน็ตต่างๆ Cisco ระบุว่าซื้อ OpenDNS เพื่อมาเสริมโครงการ Security Everywhere ของตนเอง และเตรียมความพร้อมสำหรับโลกในยุค IoT (Cisco เรียก IoE) ในอนาคตอันใกล้นี้ มูลค่าการซื้อกิจการรอบนี้ 635 ล้านดอลลาร์ OpenDNS เองก็ออกมาเผยสถิติว่าปกป้องผู้ใช้เน็ตมากกว่า 65 ล้านคนทั่วโลก มีลูกค้าเกิน 10,000 องค์กร ส่วนบริการ OpenDNS แบบฟรีจะยังคงให้บริการเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ที่มา – Cisco, OpenDNS OpenDNS, Cisco, Acquisition, Security

งาน Red Hat Summit ปีนี้ Magnus Glantz ผู้จัดการฝ่ายไอทีของของ IKEA ขึ้นเล่าประสบการณ์การอัพเกรดเซิร์ฟเวอร์กว่า 3,500 ตัวทั่วโลกเพื่อแก้ช่องโหว่ Shellshock โดยทาง IKEA สามารถทดสอบและอัพเกรดเซิร์ฟเวอร์ทั้งหมดได้ในเวลาสองชั่วโมงครึ่งเท่านั้น Glantz ระบุว่าสิ่งสำคัญที่ทำให้เขาสามารถอัพเกรดได้เร็วแม้จะเป็นระบบขนาดใหญ่ เพราะมีการวางมาตรฐาน Standard Operating Environment (SOE) ที่ดีเอาไว้ในองค์กร โดยมาตรฐานนี้ระบุตั้งแต่ฮาร์ดแวร์, ลินุกซ์ที่ใช้งาน, และแอพพลิเคชั่นที่ติดตั้ง จากนั้นมีการบังคับติดตั้งระบบจัดการเอาไว้เพื่อบังคับใช้ SOE ทั้งระบบ นอกจาก SOE แล้ว ใน IKEA ยังมีแผน lifecycle management ที่ระบุว่าจะใช้งานลินุกซ์อย่างไรบ้างไปล่วงหน้า 7 ปี ระบบเหล่านี้โดยรวมแล้วบังคับให้เซิร์ฟเวอร์ทั้งหมดต้องทำงานบนซอฟต์แวร์รุ่นล่าสุดเท่านั้น Glantz เตือนว่าองค์กรที่ไม่มีระบบบังคับนโยบายเซิร์ฟเวอร์จะทำให้เครื่องจำนวนมากรันซอฟต์แวร์รุ่นเก่า ไม่สามารถจัดการ หรืออัพเกรดอะไรได้ในที่สุด ในงานทาง Glantz ช่วยโฆษณาให้ Red Hat ว่าเขาใช้ Red Hat Satellite [...]

เมื่อช่วงต้นเดือน Facebook ประกาศปรับวิธีการเรียงโพสต์ในหน้าแรกใหม่ โดยนำเอาระยะเวลาในการอ่านมาเป็นอีกหนึ่งตัวแปรในการพิจารณาด้วย วันนี้ตัวอัลกอริทึมที่ว่าถูกนำมาใช้ตัวคอนเทนต์ที่เป็นวิดีโอด้วยแล้ว พื้นฐานของการเลือกวิดีโอมาโชว์ในหน้าแรกของ Facebook จะคล้ายกับตัวโพสต์ที่นับจากยอดคลิก จำนวนไลค์ จำนวนการแชร์ และแสดงความเห็น แต่ฝั่งวิดีโอจะมีตัวแปรเพิ่มเติมอย่างการเพิ่มเสียงเมื่อดูวิดีโอ การปรับเป็นวิดีโอความละเอียดสูง (HD) รวมถึงการเปิดเล่นเต็มหน้าจอก็จะถูกนำมาคำนวณด้วย Facebook บอกว่าการปรับอัลกอริทึมนี้จะเริ่มปล่อยตั้งแต่สัปดาห์นี้เป็นต้นไป และจะมีผลกับทุกคนในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า แต่ถึงอย่างนั้น สำหรับบรรดาเพจองค์กร-ธุรกิจจะไม่มีผลกับการปรับอัลกอริทึมครั้งนี้มากเท่าผู้ใช้ทั่วไป ที่มา – Facebook Facebook, Online Video

ต่อเนื่องจากการปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ที่มีการโยกตำแหน่งผู้บริหาร พร้อมกับยุบรวม เพิ่มแผนกใหม่เมื่อสัปดาห์ก่อน วันนี้ Satya Nadella ซีอีโอไมโครซอฟท์ส่งเมลฉบับใหม่ถึงพนักงานว่าด้วยแนวทางขององค์กรในปีนี้ที่พูดถึงตั้งแต่การเตรียมการเปิดตัว Windows 10 ไปจนถึงเป้าหมายใหม่อย่างการเพิ่มความสามารถกับทุกบุคคล และทุกองค์กรให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เนื้อหาภายในเมลพูดถึงการวิวัฒนาการตัววัฒนธรรมองค์กรเดิมของไมโครซอฟท์เสียใหม่ ให้เป็นองค์กรที่ปราดเปรียว และตอบสนองได้รวดเร็วขึ้น ในส่วนของแผนธุรกิจจะเน้นไปที่การเป็นแพลตฟอร์ม และบริการ productivity ที่ดีที่สุด มุ่งเน้นไปที่อุปกรณ์พกพา และกลุ่มเมฆ (mobile-first and cloud-first) พัฒนาแพลตฟอร์มที่สามารถใช้งานได้ตั้งแต่ผู้ใช้ทั่วไปจนถึงนักพัฒนา และฝ่ายเทคนิค โดยจะเน้นลงทุนไปที่สามส่วนใหญ่ๆ ที่เชื่อว่าจะสร้างคุณค่า และความแตกต่างให้กับคู่แข่งได้ ดังนี้ * คิดค้นกระบวนการทางธุรกิจใหม่สำหรับงานบนโลกดิจิทัล ครอบคลุมตั้งแต่เครื่องมือสื่อสาร ทำงานร่วมกัน และบริการเพิ่มประสิทธิผลในการทำงาน (productivity) * บริการต่างๆ ของไมโครซอฟท์จะใช้งานผ่านแพลตฟอร์มกลุ่มเมฆ เพื่อเพิ่มความคล่องตัว และลดค่าใช้จ่าย โดยฝั่งนักพัฒนา และองค์กรสามารถสร้างส่วนเสริมเข้ามาเพิ่มเติมในส่วนที่ขาดได้ * เป็นผู้นำทางด้านวิสัยทัศน์อย่างที่เคยทำกับแพลตฟอร์ม Windows ทั้งส่วนบริการ และอุปกรณ์ เพื่อขยายอีโคซิสเต็มของ Windows ให้กว้างขึ้น อย่างการพัฒนาอุปกรณ์ตัวอย่าง Surface และการนำบริการจาก Xbox ทั้ง [...]

หลังการเปิดเผยเอกสารของ Snowden มาตรฐานความปลอดภัยส่วนหนึ่งที่ถูกโจมตีอย่างหนักคือ Dual_EC_DRBG ที่เอกสารของ NSA ระบุว่าทาง NSA เป็นผู้วางมาตรฐานนี้เองทั้งหมด เมื่อมีการค้นคว้าเพิ่มเติมพบว่ามาตรฐานนี้ได้เข้ามาในคำแนะนำของ NIST อย่างน่าสงสัยเพราะประสิทธิภาพแย่และมีความเป็นไปได้ที่จะวางช่องโหว่เอาไว้ เมื่อปีที่แล้วทาง NIST พยายามรักษาหน้าด้วยการออกร่างคำแนะนำใหม่ที่ถอด Dual_EC_DRBG ออกไปจากมาตรฐาน และตอนนี้ร่างคำแนะนำก็กลายเป็นเอกสารทางการแล้ว Dual_EC_DRBG ถูกคัดค้านมาก่อนที่จะเข้าเป็นส่วนหนึ่งของคำแนะนำของ NIST คำแก้ตัวของ NSA ที่ผลักดันมาตรฐานนี้คือทาง NSA ใช้งานมันอยู่ในองค์กรอยู่แล้วและต้องการผลักดันออกมาเป็นมาตรฐาน ที่มา – ThreatPost NIST, Open Standard, Security

จรวดลำเลียงเสบียงและอุปกรณ์สำหรับทำภารกิจ (ไม่มีสิ่งมีชีวิตอยู่ในนั้น) Falcon 9 ของ SpaceX เกิดระเบิดกลางอากาศ หลังบินได้เพียง 2 นาทีเศษ ซึ่งของที่อยู่ในนั้นมีแว่น HoloLens ของทาง Microsoft รวมอยู่ด้วย ถือเป็นข่าวร้ายของใครหลายๆคน อย่างนักบินอวกาศที่ ISS ใช้อดใช้ Hololens ไปตามระเบียบ บริษัทที่เป็นเจ้าของเสบียงหรืออุปกรณ์ทำงานที่อยุ่ในนั้น ก็กุมขมับกันไป และที่น่าสงสารที่สุดก็คงไม่พ้น Elon Musk ซีอีโอของ SpaceX และ Tesla Motors ที่ตัวจรวดนั้น กำลังอยู่ในช่วงแจ้งเกิดแท้ๆ หลังทำภารกิจสำเร็จไปแล้ว 18 ครั้ง แต่กลับมาพลาดตอนครั้งที่ 19 ซะได้ ซึ่งงบในการสร้างเจ้า Falcon 9 ก็ไม่ใช้น้อยๆ พริบตากลายเป็นฝุ่นไปเสียแล้ว สำหรับเจ้า Falcon 9 เป็นจรวดที่ผลิตโดย SpaceX องค์กรเอกชนหน้าใหม่ ที่มีซีอีโอจาก Tesla เป็นคนคอยดูแลอยู่ด้วย ในครั้งนี้ ก็ได้รับหน้าที่เป็นจรวดขนส่งเครื่องมือต่างๆที่จะนำไปใช้ใน ISS หรือสถานีอวกาศนานาชาติของ NASA ที่กำลังรออุปกรณ์จากทาง Microsoft อย่าง HoloLens แบบใจจดใจจ่ออยู่นั้นเอง และรวมไปถึงอุปกรณ์กับเสบียงที่ถูกลำเรียงไปกับจรวดด้วยเช่นกัน โดยมีกำหนดปล่อยจรวดในวันอาทิตย์ [...]

Microsoft จับมือกับ NASA ส่งแว่นแสดงภาพเสมือนจริง Hololens ไปให้นักบินอวกาศประจำสถานีอวกาศนานาชาติ เพื่อเป็นการสนับสนุนการทำงานของนักบินในด้านการฝึกผน การสื่อสาร และย่นระยะเวลาในการทำงาน จับมือกับเพื่อนสนิท แต่เดิมแล้วทั้งสององค์กรนี้เอง ก็ช่วยกันพัฒนาแว่นแสดงภาพเสมือนจริง Hololens ตัวนี้มาอยู่แล้ว จนปัจจุบัน ก็ได้เวลาให้คู่หูอย่าง NASA เอาไปทดสอบให้เรียบร้อย ด้วยการใช้นักบินประจำสถานีอวกาศนานาชาติ (ISS) เอาไปใช้งานสำหรับการทำภารกิจในอวกาศ หรือใช้งานในโปรเจค “Sidekick” โดยเฉพาะ โปรเจค Sidekick เป็นโปรเจคสำหรับอำนวยความสะดวกให้กับนักบินอวกาศเวลาฝึกฝนทำภารกิจตลอดจนการใช้ทำงานจริงๆ แน่นอนว่าหน้าที่หลักก็ต้องเป็นแว่น Hololens ที่จะเอาไว้สำหรับใช้งาน 2 แบบคือ การติดต่อสื่อสาร และ การฝึกฝน โดยมีดังนี้ Remote Expert Mode เป็นการส่งสัญญาณการมองเห็นของนักบินที่ชัดเจนและแม่นยำขึ้น โดยส่งข้อมูลผ่านทาง Skype ไปยังผู้ที่อยู่บนพื้นโลก และทั้งนี้เองทางคนที่อยู่บนพื้นโลกก็จะสามารถให้คำแนะนำเป็นภาพกราฟฟิคส่งไปให้นักบินอวกาศดูได้ด้วย ช่วยเพิ่มความสะดวกในการติดต่อสื่อสารหรือสั่งการได้ดียิ่งนัก Procedure Mode เป็นโหมดฝึกซ้อมที่จะมีการใช้เทคโนโลยี AR (Augmented Reality) อันเป็นเทคโนโลยี ผสานเอาโลกแห่งความเป็นจริง (Real) เข้ากับโลกเสมือน (Virtual) ซึ่งในที่นี้ ก็จะใช้ผ่านทาง Hololens [...]

ตอนที่สองของซีรีส์ “สัมภาษณ์คนไทยในซิลิคอนวัลเลย์” คราวนี้เรามาคุยกับคุณปรัชญ์ ผลาภิรมย์ คนไทยที่เคยทำงานกับบริษัทไอทีรายใหญ่ของโลกมาแล้ว 2 แห่งคือ Yahoo และ Salesforce ทำให้มีประสบการณ์ด้านวัฒนธรรมการทำงานของบริษัทไอทีที่แตกต่างกันหลายแบบ ทั้งเว็บ (Yahoo) และแอพสำหรับลูกค้าองค์กร (Salesforce) จุดที่ผมคิดว่ามีประโยชน์มากๆ คือประสบการณ์ในการสัมภาษณ์งานกับบริษัทไอทีหลายแห่งที่คุณปรัชญ์นำมาถ่ายทอดผ่านบทสัมภาษณ์ชิ้นนี้ สมัยเรียนปริญญาตรีที่เมืองไทย คุณปรัชญ์ยังเคยเป็นตัวแทนประเทศไทยไปแข่ง Imagine Cup ในปี 2006 ด้วย ปัจจุบันคุณปรัชญ์กำลังเริ่มงานใหม่กับบริษัท Platfora ที่ทำด้าน big data analytics ประวัติความเป็นมา แนะนำตัวแบบคร่าวๆ เรียนอะไรมา เคยทำงานอะไรมาบ้าง ผมจบปริญญาตรี วิศวกรรมคอมพิวเตอร์จากจุฬาฯ แล้วไปต่อปริญญาโทด้าน Information Systems Management ที่ Carnegie Mellon University ทันทีครับ ระหว่างเรียน ป.ตรี ตอนกำลังขึ้นปี 3 ได้ลงแข่ง Microsoft Imagine Cup ปี 2006 [...]

Univision ประกาศตัดสัมพันธ์กับองค์กร “Miss Universe” หลัง “โดนัลด์ ทรัมป์” เจ้าของร่วมขององค์กร ได้กล่าวโจมตีว่าประเทศเม็กซิโกเอาแต่ส่ง “อาชญากร” และ “จอมข่มขืน” ข้ามแดนมาให้สหรัฐเมริกาเสมอ

 Page 1 of 257  1  2  3  4  5 » ...  Last »