เอามาให้ดูกันแบบขำๆ ไม่ต้องหวังอะไรมาก กับเทรลเลอร์เปิดตัว ภาพยนตร์เรื่องใหม่ของค่าย Universal Pictures Home Entertainment ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากตำนานเกมยิงชื่อดัง

สถานีวิทยุใน ออสเตรเลีย, แคนาดา และ นิวซีแลนด์ ปฏิเสธที่จะเล่นเพลงของ ไมเคิล แจ็คสัน หลังหนังสารคดี Leaving Neverland ได้ทำให้คดีการล่วงละเมิดทางเพศเด็กชายของ “ราชาเพลงป็อป” กลับมาเป็นที่พูดถึงอีกครั้ง

มีข่าวว่าจะมีการหยิบเอาหนังตำรวจคู่หูสุดฮิต Rush Hour กลับมาสร้างด้วยนักแสดงชุดใหม่ จาก “เฉินหลิง” กับ “คริส ทักเกอร์” จะถูกแทนที่ด้วยนักแสดงสาว 2 คนแทน

หนังซูเปอร์ฮีโร่เรื่องล่าสุดจาก Marvel ทำเงินถล่มทลายตามคาด และเอาชนะทุกเสียงวิจารณ์ในแง่ลบ จนสามารถทำรายได้สูงถึง 455 ล้านเหรียญฯ จากการฉายทั่วโลกในช่วงสุดสัปดาห์แรก

หลังจากเมื่อวานนี้คุณ stan ได้โพสกระทู้ ส่องดูแอป “พฤติมาตร” ของกสทช. รายงานถึงการแจกจ่ายแอปพฤติมาตร ที่ชักชวนให้ผู้คนลงแอปเพื่อร่วมลุ้นรางวัล และมีความน่ากังวลว่าแอปนี้ขอสิทธิ์ระดับลึกหลายสิทธิ์ วันนี้ทางกสทช. ก็ส่งหนังสือชี้แจงมาให้กับ Blognone แล้ว โดยระบุว่าเป็นแอปที่ต้องการเก็บข้อมูลพฤติกรรมการใช้งานโดยตัดข้อมูลอันอาจอ้างอิงถึงตัวบุคคลออกแล้ว ประเด็นหนึ่งที่ผมกังวลอย่างมาก คือ ตัวแอปอยู่นอก Google Play ทางกสทช. ชี้แจงว่ากำหนดกลุ่มตัวอย่างไว้ 4,500 ตัวอย่าง “จึงไม่นำขึ้นแอปสโตร์ในชั้นนี้” คำชี้แจงเต็มอยู่ท้ายข่าว หรือไฟล์ PDF อยู่ใน Google Drive Topics:  NBTC Thailand Privacy

หนังเรื่อง Captain Marvel ถ่ายทำโดยอ้างอิงช่วง 90 เว็บไซต์ทางการของหนังจึงออกแบบเป็นเวอร์ชั่น 90 เสียเลย ตัวเว็บไซต์มีปุ่มให้กดดูรายละเอียด ข้อมูล เทรลเลอร์ของหนัง แต่ดีไซน์เป็นอะไรที่คนทันยุค 90 จะคุ้นเคยมาก บนเว็บไซต์ยังมีเกมให้เล่นด้วย โดยการดูรูปภาพนิ่งที่ปรากฏในเทรลเลอร์แล้วทายว่าเป็นคน หรือ Skrull หรือปีศาจเอเลี่ยนที่ปลอมมาเป็นคนตามเนื้อเรื่อง สนุกดี ลองเข้าไปเล่นกันได้ตามที่มาเว็บไซต์ด้านล่าง ที่มา – Captain Marvel Topics:  Marvel Movie Website

Health Feedback เครือข่ายนักวิทยาศาสตร์ที่ประเมินความน่าเชื่อถือของการรายงานข่าวด้านสุขภาพ ทำงานร่วมกับ Credibility Coalition เพื่อตรวจสอบบทความด้านสุขภาพจากเว็บไซต์ข่าวมีชื่อเสียง ที่เผยแพร่ลงในโซเชียลมีเดียและได้รับความนิยมมากที่สุดในปี 2018 ผลการวิจัยพบว่า 10 โพสต์ที่มียอดแชร์สูงสุดมาจากเว็บไซต์ข่าวมีชื่อเสียงทั้งนั้นไม่ว่าจะเป็น Your Health Guide, The Guardian, Time, Daily Mail เป็นต้น และพบว่ามีเพียง 3 ใน 10 บทความเหล่านี้ที่ข้อมูลถูกต้องตามหลักวิทยาศาสตร์และหลักสุขภาพมีความน่าเชื่อถือสูง และมีสามบทความที่ทีมวิจัยติดตัวแดงไว้เลยว่าไม่น่าเชื่อถือ มีข้อมูลหลอกลวง ตีความไม่ถูกต้อง ตัวอย่างบทความเรื่อง “Is everything you think you know about depression wrong?” จากเว็บไซต์ Guardian มีการแชร์ไป 469,000 ครั้ง คิดอันดับข่าวแชร์สูงสุดลำดับที่ 9 โดยผู้เขียนบทความนี้ระบุว่ากรณีของภาวะซึมเศร้าส่วนใหญ่ไม่ได้มาจากความไม่สมดุลในสมอง แต่มาจากการขาดความสมหวังในชีวิต ซึ่งทีมวิจัยบอกว่าบทความนี้เป็นบทความที่ตัดตอนมาจากหนังสือยั่วยุที่เขียนโดยบุคคลทั่วไปที่ต่อต้านจิตเวชอย่างชัดเจน ภาพจาก Shutterstock เมื่อทีมวิจัยไปดูบทความที่แชร์สูงใน 100 อันดับ พบว่า [...]

กสทช.เตรียมชี้แจงรัฐบาลอีกรอบ หลัง 3 โอเปอเรเตอร์ส่งหนังสือขอ ม.44 ขยายงวดชำระเงินคลื่น 900 MHz พร้อมส่งเรื่องให้สำนักกฎหมาย กสทช.ดูความเป็นไปได้ในการนำเงินกองทุนกทปส.ให้เอกชนยืม หวังกระตุ้นให้เกิดการประมูล 5Gนายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เล

ในการแข่งขัน Super Bowl ครั้งที่ 53 สีสันหนึ่งในช่วงเวลาการถ่ายทอดสดก็คือโฆษณาในระหว่างการแข่งขัน ซึ่งมีค่าโฆษณาสูงมาก แต่บริษัทขนาดใหญ่ก็ต่างยอมเสียเงินเพื่อนำเสนอโฆษณาใหม่ที่เปิดตัวในการแข่งขันนี้เช่นกัน ซึ่งเมื่อพูดถึงค่าโฆษณาที่แพงมาก บริษัทด้านเทคโนโลยีหลายแห่งซึ่งมีงบประมาณสูง ก็ต่างเลือกลงโฆษณาด้วย มาดูกันว่ามีบริษัทใดบ้าง Amazon นำเสนอโฆษณา 2 เรื่องราว โดยเรื่องแรกเป็นการเปิดตัวซีรี่ส์ Hanna ที่จะลง Amazon Prime อันนี้ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ แต่อีกโฆษณาชื่อ Not Everything Makes the Cut เป็นการย้อนศรบริการ Alexa ของตนเอง เพื่อบอกว่า Alexa ไม่ได้เหมาะกับการนำไปใช้กับทุกสิ่งอย่างขนาดนั้น ส่วนไมโครซอฟท์พูดถึง Adaptive Controller อุปกรณ์เล่นเกมสำหรับผู้พิการ ทำให้ทุกคนสามารถเข้าถึงการเล่นเกมร่วมกัน กูเกิลเป็นหนังโฆษณาชื่อ 100 Billion Words นำเสนอพลังของแอป Google Translate ที่เชื่อมต่อคนทั้งโลกเข้าด้วยกัน แอปหาคู่ Bumble มาแนวปลุกพลัง โดยได้นักเทนนิส Serena Williams แสดงในโฆษณา ที่น่าสนใจคือแม้แต่โฆษณาที่ไม่น่าจะเกี่ยวข้องอย่างมันฝรั่ง [...]

Google เปิดตัวฟีเจอร์ Live Transcribe ในโหมด Accessibility ที่แปลงคำพูดให้กลายเป็นตัวหนังสือบนสมาร์ทโฟนโดยอาศัยพลังของ Speech Recognition ผ่านคลาวด์เพื่อช่วยเหลือผู้พิการหรือผู้ที่มีปัญหาทางการได้ยิน Live Transcribe ถูกพัฒนาโดยทีม Accessibility ของ Google ร่วมกับ Gallaudet University มหาวิทยาลัยสำหรับผู้พิการทางการได้ยิน ที่มาช่วยเรื่องการนำไปใช้งานจริงกับผู้พิการ โดยจะรองรับภาษาทั้งหมด 70 ภาษา (รวมภาษาถิ่น) รองรับการสนทนา 2 ทาง สามารถใช้คีย์บอร์ดพิมพ์ได้หากไม่ต้องการพูด รวมถึงสามารถต่อไมโครโฟนนอกได้ Live Transcribe สามารถเปิดตัวในตัวเลือก Accessibility แล้วบน Pixel 3 ส่วนรุ่นอื่นๆ จะตามมาในภายหลัง โดยรองรับเฉพาะ Lollipop 5.0 ขึ้นไปเท่านั้น หากสนใจสามารถลงทะเบียนขอทดสอบเวอร์ชันเบต้าได้ที่นี่ ที่มา – The Keyword Topics:  Google Accessibility

 Page 5 of 734  « First  ... « 3  4  5  6  7 » ...  Last »