หัวเว่ย (Huawei) เตรียมใช้เวที Mobile World Congress 2014 ในสัปดาห์หน้าเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ แต่ระหว่างนี้หัวเว่ยส่งทีเซอร์เรียกน้ำย่อยก่อนวันงาน พร้อมดึง Siri บน iPhone มาร่วมแจมด้วย   สิ่งที่หัวเว่ยต้องการสื่อให้ผู้ชมเห็นคือผลิตภัณฑ์ใหม่สองชนิด ได้แก่ สมาร์ทโฟน ตัวเครื่องบางเบาที่มีกล้องด้านหน้าที่น่าตื่นตาตื่นใจ และแท็บเล็ตที่มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาดใหญ่สามารถอยู่ทนได้ 1 วันอย่างสบายๆ และการออกแบบที่เน้นความบางเบาเช่นเดียวกับสมาร์ทโฟน และให้การสนับสนุนความบันเทิงจากระบบเสียงที่พัฒนาขึ้น นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับการเชื่อมต่อสู่โลกออกไลน์ด้วยระบบเน็ตเวิร์คอย่าง LTE ได้อีกด้วย ส่วนตัวช่วยก่อนเข้าสู่การแนะนำภาพแรกของผลิตภัณฑ์ใหม่ ทางหัวเว่ยให้ Siri บน iPhone คอยตอบคำถาม และตบท้ายด้วยการถามถึงผลิตภัณฑ์ดังกล่าวว่ามาจากแบรนด์ผลไม้หรือแบรนด์ SOMESONG ซึ่งคำตอบที่ Siri ตอบกลับมาต้องเป็นหัวเว่ยแน่นอน ผลิตภัณฑ์ใหม่ของหัวเว่ยเตรียมเปิดตัวในงาน Mobile World Congress 2014 ที่ประเทศสเปน 24-27 กุมภาพันธ์ ศกนี้  

ก่อนที่ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ (Android) จะก้าวขึ้นมาเป็นโอเอสมหาชนได้อย่างทุกวันนี้ ไม่ใช่เรื่องง่ายและต้องฝ่าฝันอุปสรรคนับไม่ถ้วน ไม่เว้นแม้กระทั่งการเคยโดนซัมซุง (Samsung) กล่าวหาว่าเป็นเรื่องที่เหลวใหลที่คนเพียงน้อยนิดจะสามารถสร้างแอนดรอยด์ให้เป็นจริงได้   ความลับบางช่วงบางตอนของตำนานแอนดรอยด์ได้ถูกเปิดเผยขึ้นโดยในเนื้อความระบุว่า เมื่อปี 2003 ในยุคที่โทรศัพท์มือถือรุ่งเรืองและยังไม่มีผู้ผลิตรายใดสามารถผลิตสมาร์ทโฟนได้เป็นชิ้นเป็นอันเหมือนทุกวันนี้ และในขณะนั้น แอนดี้ รูบิน ยังเป็นวิศวกรอยู่ที่ Carl Zeiss (ก่อนที่จะถูกยกให้เป็นเจ้าพ่อแอนดรอยด์เช่นทุกวันนี้) แต่ต่อมา แอนดี้ รูบิน ได้จัดตั้งบริษัท startup ชื่อว่า Danger เพื่อพัฒนาระบบปฏิบัติสำหรับอุปกรณ์พกพา จนกระทั่งมีการออกแบบมือถือที่ชื่อว่า Sidekick ให้กับบริษัท T-Mobile และถือเป็นจุดเริ่มต้นที่แอนดี้ รูบิน หันมาสนใจพัฒนาโครงการแอนดรอยด์อย่างจริงจัง ในปี 2004 การระดมทุนเพื่อพัฒนาแอนดรอยด์ของแอนดี้ รูบิน ค่อนมีอุปสรรคพอสมควร เนื่องจากเป็นระบบปฏิบัติการใหม่ที่ยังไม่มีบริษัทหรือนายทุนใดให้การสนับสนุนนัก จนแอนดี้ รูบิน ตัดสินใจขนทีมงานจำนวน 8 คนในขณะนั้นบินไปยังกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เพื่อเข้าไปเสนอโครงการแอนดรอยด์กับยักษ์ใหญ่อย่างซัมซุง ซึ่งในห้องประชุมมีผู้บริหารถึง 20 คนเข้ามาร่วมฟังการบรรยายโครงการของแอนดี้ รูบิน แต่สิ่งที่แอนดี้ รูบิน ได้รับการตอบกลับมาจากทีมผู้บริหารซัมซุงเป็นเพียงประโยคที่ว่า “โครงการใหญ่ขนาดนี้กับทีมงานของคุณเพียงเท่านี้ เป็นเรื่องที่เหลวใหลที่คนเพียงน้อยนิดจะสามารถสร้างแอนดรอยด์ให้เป็นจริงได้” [...]

หัวเว่ย (Huawei) เตรียมใช้เวที Mobile World Congress 2014 ในสัปดาห์หน้าเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ แต่ระหว่างนี้หัวเว่ยส่งทีเซอร์เรียกน้ำย่อยก่อนวันงาน พร้อมดึง Siri บน iPhone มาร่วมแจมด้วย   สิ่งที่หัวเว่ยต้องการสื่อให้ผู้ชมเห็นคือผลิตภัณฑ์ใหม่สองชนิด ได้แก่ สมาร์ทโฟน ตัวเครื่องบางเบาที่มีกล้องด้านหน้าที่น่าตื่นตาตื่นใจ และแท็บเล็ตที่มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาดใหญ่สามารถอยู่ทนได้ 1 วันอย่างสบายๆ และการออกแบบที่เน้นความบางเบาเช่นเดียวกับสมาร์ทโฟน และให้การสนับสนุนความบันเทิงจากระบบเสียงที่พัฒนาขึ้น นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับการเชื่อมต่อสู่โลกออกไลน์ด้วยระบบเน็ตเวิร์คอย่าง LTE ได้อีกด้วย ส่วนตัวช่วยก่อนเข้าสู่การแนะนำภาพแรกของผลิตภัณฑ์ใหม่ ทางหัวเว่ยให้ Siri บน iPhone คอยตอบคำถาม และตบท้ายด้วยการถามถึงผลิตภัณฑ์ดังกล่าวว่ามาจากแบรนด์ผลไม้หรือแบรนด์ SOMESONG ซึ่งคำตอบที่ Siri ตอบกลับมาต้องเป็นหัวเว่ยแน่นอน ผลิตภัณฑ์ใหม่ของหัวเว่ยเตรียมเปิดตัวในงาน Mobile World Congress 2014 ที่ประเทศสเปน 24-27 กุมภาพันธ์ ศกนี้  

ก่อนที่ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ (Android) จะก้าวขึ้นมาเป็นโอเอสมหาชนได้อย่างทุกวันนี้ ไม่ใช่เรื่องง่ายและต้องฝ่าฝันอุปสรรคนับไม่ถ้วน ไม่เว้นแม้กระทั่งการเคยโดนซัมซุง (Samsung) กล่าวหาว่าเป็นเรื่องที่เหลวใหลที่คนเพียงน้อยนิดจะสามารถสร้างแอนดรอยด์ให้เป็นจริงได้   ความลับบางช่วงบางตอนของตำนานแอนดรอยด์ได้ถูกเปิดเผยขึ้นโดยในเนื้อความระบุว่า เมื่อปี 2003 ในยุคที่โทรศัพท์มือถือรุ่งเรืองและยังไม่มีผู้ผลิตรายใดสามารถผลิตสมาร์ทโฟนได้เป็นชิ้นเป็นอันเหมือนทุกวันนี้ และในขณะนั้น แอนดี้ รูบิน ยังเป็นวิศวกรอยู่ที่ Carl Zeiss (ก่อนที่จะถูกยกให้เป็นเจ้าพ่อแอนดรอยด์เช่นทุกวันนี้) แต่ต่อมา แอนดี้ รูบิน ได้จัดตั้งบริษัท startup ชื่อว่า Danger เพื่อพัฒนาระบบปฏิบัติสำหรับอุปกรณ์พกพา จนกระทั่งมีการออกแบบมือถือที่ชื่อว่า Sidekick ให้กับบริษัท T-Mobile และถือเป็นจุดเริ่มต้นที่แอนดี้ รูบิน หันมาสนใจพัฒนาโครงการแอนดรอยด์อย่างจริงจัง ในปี 2004 การระดมทุนเพื่อพัฒนาแอนดรอยด์ของแอนดี้ รูบิน ค่อนมีอุปสรรคพอสมควร เนื่องจากเป็นระบบปฏิบัติการใหม่ที่ยังไม่มีบริษัทหรือนายทุนใดให้การสนับสนุนนัก จนแอนดี้ รูบิน ตัดสินใจขนทีมงานจำนวน 8 คนในขณะนั้นบินไปยังกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เพื่อเข้าไปเสนอโครงการแอนดรอยด์กับยักษ์ใหญ่อย่างซัมซุง ซึ่งในห้องประชุมมีผู้บริหารถึง 20 คนเข้ามาร่วมฟังการบรรยายโครงการของแอนดี้ รูบิน แต่สิ่งที่แอนดี้ รูบิน ได้รับการตอบกลับมาจากทีมผู้บริหารซัมซุงเป็นเพียงประโยคที่ว่า “โครงการใหญ่ขนาดนี้กับทีมงานของคุณเพียงเท่านี้ เป็นเรื่องที่เหลวใหลที่คนเพียงน้อยนิดจะสามารถสร้างแอนดรอยด์ให้เป็นจริงได้” [...]

ซัมซุงยื่นฟ้องบริษัท Dyson ผู้ผลิตเครื่องดูดฝุ่นจากประเทศอังกฤษ โดยเรียกค่าเสียหายอย่างต่ำ 10,000 ล้านวอน ซึ่งทางซัมซุงอ้างว่าการที่บริษัท Dyson ได้ฟ้องต่อศาลก่อนหน้านี้ว่าซัมซุงลอกเลียนแบบเครื่องดูดฝุ่นรุ่นล่าสุด เป็นการกล่าวหาที่ทำลายภาพลักษณ์องค์กรของซัมซุง ทั้งนี้บริษัท Dyson เคยยื่นฟ้องต่อศาลในประเทศอังกฤษเมื่อปีก่อน ระบุว่าเครื่องดูดฝุ่นรุ่นใหม่ของซัมซุงรุ่น MotionSync ได้ละเมิดสิทธิบัตรส่วนควบคุมการเคลื่อนที่อย่างน้อย 2 รายการ แต่ในเวลาต่อมา Dyson ก็กลับถอนฟ้องเสียเอง ซึ่งซีอีโอร่วมของซัมซุง Yoon Boo-keun กล่าวโจมตีว่า Dyson คือตัวอย่างของบริษัทที่ไม่ได้สนใจทำนวัตกรรม แต่พยายามจ้องฟ้องละเมิดสิทธิบัตรคู่แข่งตลอดเวลา ผู้บริหารอีกรายของซัมซุงบอกว่าการฟ้องกลับนี้เป็นสิทธิที่ซัมซุงทำได้เพื่อเรียกชื่อเสียงกลับคืนมา ซึ่งซัมซุงไม่จำเป็นต้องทนอยู่ในสภาพถูกกล่าวหาว่าลอกคนอื่นอีกต่อไปแล้ว ที่มา: The Korea Times via BGR Samsung, Patent

Android อัพเดทข่าวล่าสุดกับ ป๋าเอก TechXcite คราวนี้ไม่มีพลาดแน่กับการสแกนลายนิ้วมือที่สาวก Samsung รอคอยกันมานาน (หรือเปล่า?) เมื่อเว็บไซต์ SamMobile รายงานว่า Samsung Galaxy S5 สมาร์ตโฟนเรือธงรุ่นต่อไปของทาง Samsung จะมาพร้อมกับเซนเซอร์ตรวจจับลายนิ้วมือไม่น้อยหน้า iPhone 5s และ HTC One Max อย่างแน่นอน

จากกรณี รถบัสรับส่งพนักงานกูเกิลถูกประท้วง จนกูเกิลต้องออกมาตรการแก้ไขหลายอย่าง เช่น ใช้เรือ หรือ เพิ่ม รปภ. บนรถ ข่าวลือล่าสุดระบุว่ากูเกิลกำลังเล็งจะซื้ออาคารสำนักงานขนาดใหญ่ 35,000 ตารางฟุตในเขต Mission District กลางเมืองซานฟรานซิสโก เพื่อให้พนักงานจากบริษัท startup ที่ซื้อกิจการมาทำงานที่นี่แทน จะได้ไม่ต้องนั่งรถบัสไกลๆ เพื่อเดินทางไปยังสำนักงานของกูเกิลที่อยู่นอกเขตเมือง อาคารที่กูเกิลสนใจซื้อถูกสร้างตั้งแต่ยุค 1920 เพื่อทำเป็นโรงงาน จึงมีความเป็นไปได้ว่ากูเกิลจะย้ายทีมงานสายฮาร์ดแวร์มาไว้ที่นี่ด้วย ก็ไม่รู้ว่าชาวเมืองซานฟรานซิสโกจะบ่นเรื่องค่าเช่าที่แพงขึ้นกันเพิ่มไหมนะครับ ที่มา – Business Insider Google, San Francisco, Rumor

เอชทีซี (HTC) ยังเดินหน้าลุยตลาดสมาร์ทโฟนระดับเรือธงต่อเนื่อง ล่าสุดหลังจากที่มีข่าวลือออกมาได้ไม่นานเกี่ยวกับการออกสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ ทางเว็บไซต์ในต่างประเทศหลายสำนักเริ่มมีการเผยแพร่ภาพที่อ้างว่าเป็น HTC M8 ที่ดีไซน์อาจไม่ถูกใจเหมือน HTC One    HTC M8 สมาร์ทโฟนที่ใกล้เปิดตัวถูกลือว่ามีหน้าจอสัมผัสขนาด 4.7 หรือ 5 นิ้ว (ใกล้เคียงกับ HTC One ที่มีขนาดหน้าจอ 4.7 นิ้ว) แต่อย่างไรก็ตาม HTC M8 ยังมีคุณสมบัติที่แตกต่างจาก HTC One โดยเฉพาะในด้านดีไซน์ที่ครั้งนี้ในส่วนของฝาหลังอาจหันมาใช้โพลีคาร์เน็ตแทน uni-body หรืออะลูมิเนียมแทน ซึ่งก็เรื่องที่น่าแปลกใจไม่น้อยที่ HTC เลือกเปลี่ยนวัสดุที่นำมาเป็นส่วนประกอบ เนื่องจากวัสดุแบบ uni-body ใน HTC One ค่อนข้างได้รับเสียงชื่นชนค่อนข้างมากในวงการสมาร์ทโฟนในแง่ของการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์ เหมาะสมกับราคา นอกจากนี้การเปลี่ยนแปลงของ HTC M8 เลือกใช้ปุ่มบนหน้าจอแทน และโพรเซสเซอร์ใช้เป็น Qualcomm Snapdragon 800, เพิ่มลูกเล่นด้านกล้องด้วยการใส่กล้องหลังมาถึง 2 ตัว ความละะเอียด 5 ล้านพิกเซล พร้อมเทคโนโลยี [...]

LG G3 มือถือเรือธงรุ่นใหม่ล่าสุดของ LG ใกล้จะเปิดตัวเข้าไปทุกทีแล้ว  ล่าสุดก็มีข่าวยืนยันจากทาง LG ที่เกาหลีเองว่า LG G3 จะมาพร้อมกับระบบตรวจสอบระบุตัวบุคคลด้วยเทคโนโลยีชีวภาพ  ข้อมูลดังกล่าวถูกเปิดเผยจากผู้บริหารของ LG ในงานเปิดตัว LG G Pro 2 เมื่อผู้บริหารของ LG ถูกถามถึง LG G3 ก็ได้เปิดเผยออกมาว่า LG G3 จะมาพร้อมระบบตรวจสอบระบุตัวบุคคลด้วยเทคโนโลยีชีวภาพ (Bio-Metrics) ซึ่งอาจจะเป็นได้ทั้งการสแกนลายนิ้วมือ  หรือสแกนม่านตาก็ได้  แต่ถ้าหากเป็นการสแกนม่านตาจริงก็ต้องบอกว่า LG G3 จะมาเหนือกว่า iPhone 5s และ Samsung Galaxy S5 ซึ่งยังใช้ระบบสแกนลายนิ้วมืออยู่ สำหรับ LG G3 นี้คาดว่าจะเปิดตัวราวเดือนพฤษภาคมนี้  ซึ่งช้ากว่า Samsung Galaxy S5 ที่วางแผนจะเปิดตัวในงาน Mobile World Congress ที่จะถึงนี้   [...]

ธุรกิจในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เตรียมปรับมาใช้โดเมน .london หลังมีการประกาศเริ่มต้นใช้โดเมนที่ใช้ชื่อเมืองได้ในวันที่ 29 เมษายน ศกนี้ ซึ่งก็ได้รับเสียงตอบรับจากภาคธุรกิจท้องถิ่นเป็นอย่างดี   หลังการยื่นขออนุมัติกับทางผู้ดูแลและจัดสรรโดเมนอย่าง ICANN ได้เป็นผลสำเร็จ ทำให้เว็บไซต์ของกลุ่มธุรกิจท้องถิ่นในกรุงลอนดอนสามารถจดทะเบียนเว็บไซต์ที่ต่อท้ายด้วย .london ได้ ซึ่งผลการวิจัยล่าสุดโดย YouGov ระบุว่าจากการสำรวจธุรกิจกว่า 1,000 รายในกรุงลอนดอน มี 1 ใน 4 ที่แสดงเจตนาที่จะหันไปจดโดเมนเป็น .london ซึ่งจะประกาศเริ่มต้นใช้งานได้อย่างเป็นทางการในวันที่ 29 เมษายน ศกนี้ โดยสามารถลงทะเบียนจองได้ตามเว็บไซต์จดโดเมนทั่วไป ทั้งนี้นายกอร์ดอน อินส์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ London & Partners กล่าวสรุปว่าการตอบสนองอย่างไม่น่าเชื่อจากกลุ่มธุรกิจขนาดเล็กในกรุงลอนดอน เป็นสัญญาณที่ดีในการสร้างโอกาสต่อการดำเนินธุรกิจและพัฒนาแบรนด์ของตนเองให้มีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ .london แล้ว ยังมีโดเมนจากชื่อเมืองที่ได้รับการอนุมัติแล้วเช่นกัน อาทิ .berlin (เบอร์ลิน), .wein (เวียนนา) และ .nyc (นิวยอร์ก) ซึ่งในอนาคตก็หวังว่าจะมีภาคธุรกิจในไทยมีเว็บไซต์ที่ลงท้ายด้วย .bangkok หรืออื่นๆเช่นกัน

 Page 291 of 1,185  « First  ... « 289  290  291  292  293 » ...  Last »