หมายเหตุ: บทความนี้เป็นการอธิบาย Amazon S3 ที่กำลังเป็นข่าวอยู่ในตอนนี้ สำหรับผู้ที่ไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อนหรือไม่คุ้นเคยกับมันมากนัก ใครที่คุ้นเคยกับ S3 อยู่แล้วข้ามไปได้เลยครับ Amazon S3 ย่อมาจากคำว่า Simple Storage Service มันคือบริการเก็บข้อมูลบนคลาวด์ของ Amazon Web Services (AWS) ซึ่งเป็นผู้ให้บริการคลาวด์อันดับหนึ่งของโลก นอกจากนี้ S3 ยังถือเป็นบริการตัวแรกสุดของ AWS ด้วย โดยเปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2006 หรือ 12 ปีก่อน S3 คืออะไร? ทำหน้าที่อย่างไร? Amazon S3 คือบริการเก็บข้อมูลแบบวัตถุ (ออบเจคต์) มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า object storage รูปแบบของแอพพลิเคชันในอดีต (ยุคก่อนคลาวด์) เราคุ้นเคยกับการเก็บข้อมูลในรูปแบบของไฟล์ (file) หรือเก็บลงฐานข้อมูล (relational database) โดยขึ้นกับประเภทการใช้งาน หากข้อมูลต้นทางมาในรูปแบบของไฟล์ เช่น รูปภาพ, ไฟล์เอกสาร (doc/pdf) การเก็บข้อมูลจะเก็บในรูปแบบไฟล์ในโฟลเดอร์ที่กำหนดไว้ [...]

รถยนต์ไร้คนขับ กลายเป็นตลาดแข่งขันล่าสุดของ 3 ยักษ์ใหญ่ไอทีจีน ที่เรียกกันว่า BAT (Baidu, Alibaba, Tencent) โดย Alibaba ออกมายืนยันแล้วว่ากำลังเริ่มทดสอบและพัฒนารถยนต์ไร้คนขับ เตรียมจ้างผู้เชี่ยวชาญด้าน AI เพิ่มอีกกว่า 50 อัตรา สำหรับโครงการนี้ ซึ่งมีเป้าหมายให้ถึงระดับ 4 คือสามารถขับเคลื่อนได้ในทุกสภาพถนน โดยไม่ต้องมีคนอยู่หลังพวงมาลัย ก่อนหน้านี้มีข่าวว่า Baidu ได้รับใบอนุญาตให้ทดสอบรถยนต์ไร้คนขับจากทางการจีน ส่วน Tencent ก็มีการขยายการพัฒนา AI ไปสู่รถยนต์ไร้คนขับด้วยเช่นกัน ยุทธศาสตร์ด้านรถยนต์ไร้คนขับของ Alibaba นั้น สอดคล้องยุทธศาสตร์กับ Alibaba Cloud ที่ต้องการเชื่อมต่ออุปกรณ์ทุกสิ่งให้ได้กว่าหมื่นล้านชิ้นภายใน 5 ปีข้างหน้า ซึ่งจะทำให้สามารถจัดการสภาพการจราจรได้ด้วยสมองอัจฉริยะ ที่มา: South China Morning Post Topics:  Alibaba Self-Driving Car Automobile

ไอเดียเก็บเงินค่าเล่น Facebook เพิ่งจะมาเกิดขึ้นหลังข่าวฉาว Facebook ข้อมูลหลุด โดยหนทางที่ข้อมูลผู้ใช้จะปลอดภัย ไม่ถูกเก็บไปทำแคมเปญโฆษณาการตลาด การเมือง และไม่ต้องเจอโฆษณารบกวนนั้น คือจ่ายเงินเพื่อเล่น ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่แอปพลิเคชั่นอื่นก็ทำกัน มีคำถามเรื่องนี้ปรากฏขึ้นในเหตุการณ์ที่ Mark Zuckerberg เข้าชี้แจงรายละเอียดต่อวุฒิสภาด้วย ซึ่งเขาระบุชัดว่า ตอนนี้ Facebook จะไม่เก็บเงินจากผู้ใช้งาน (คำว่า “ตอนนี้” ทำให้หลายฝ่ายวิเคราะห์กันว่า อนาคตอาจมีโมเดลเก็บเงินขึ้นมาจริงๆ ก็ได้) ถ้าลองสมมติเหตุการณ์ว่าถ้า Facebook เก็บเงินค่าเล่นขึ้นมาจริงๆ ควรจะเก็บเท่าไร ในสหรัฐฯ และแคนาดา Facebook มีรายได้ 19.9 พันล้านดอลลาร์ในปี 2017 ทั้งสองประเทศมีผู้ใช้ 239 ล้านคน คิดเป็นค่าเล่น Facebook หัวละ 7 ดอลลาร์ต่อเดือน ภาพจาก Shutterstock ในมุมมองของ Facebook มองตัวเองว่าเป็นสิทธิที่ทุกคนเข้าถึงได้ แต่แอปพลิเคชั่นอื่นนั้นไม่ใช่ Spotify, LinkedIn, Netflix ต่างมีโมเดลจ่ายเงิน และมองตัวเองว่าเป็นบริการประเภทหนึ่ง แต่โมเดลนี้คงจะเกิดขึ้นไม่ง่ายสำหรับ [...]

Marc Gurman แห่งสำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า หลังจากแอปเปิลได้ซื้อกิจการแอพอ่านนิตยสารดิจิทัล Texture ไปเมื่อเดือนที่แล้ว เพื่อนำมารวมกับบริการ Apple News ตอนนี้แอปเปิลก็มีแผนจะเปิดตัวบริการสมัครสมาชิกรายเดือน เพื่อใช้งาน Apple News คล้ายกับที่ทำอยู่ในบริการ Apple Music Texture เป็นแอพอ่านนิตยสารดิจิทัลไม่จำกัดจำนวน คิดค่าบริการ 9.99 ดอลลาร์ต่อเดือน อย่างไรก็ตามเมื่อสอบถามแอปเปิลถึงข่าวดังกล่าว แอปเปิลก็ปฏิเสธที่จะให้ความเห็น แนวทางของแอปเปิลจะการผนวกบริการที่ซื้อกิจการมา แล้วมาเปิดรูปแบบคิดเงินรายเดือนนั้น สำหรับกรณี Texture จะถูกมองว่าเหมือนตอน Apple Music ก็คงไม่ต่างนัก เพราะ Apple Music ก็เริ่มต้นด้วยการซื้อกิจการ Beats มาก่อนนั่นเอง อย่างไรก็ตามนักวิเคราะห์มองว่าการให้ลูกค้าแอปเปิลจ่ายเงินรายเดือน เพื่ออ่านข่าวหรือนิตยสารนั้น อาจเป็นรูปแบบที่หาสมาชิกได้ยากกว่ากรณีของ Apple Music ที่มา: Bloomberg Topics:  Apple News Apple Rumor

งานพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ใหม่ของ Google เกี่ยวกับการวิเคราะห์เสียงก้าวล้ำไปอีกระดับ เมื่อมันสามารถแยกแยะเสียงพูดของคนได้ แม้ว่าคนผู้นั้นจะกำลังพูดพร้อมกับคนอื่นจนแม้แต่คนธรรมดายังฟังเนื้อหาจับใจความได้ยาก และแน่นอนว่าในบรรดา 2 คน เจ้าของ 2 เสียงที่พูดแข่งกันอยู่นั้น ปัญญาประดิษฐ์ของ Google สามารถแยกแยะเสียงพูดออกมาได้แบบรายคนอย่างชัดเจน อันที่จริงงานวิจัยนี้ จำกัดว่าปัญญาประดิษฐ์จะต้องไม่เพียง “ได้ยินเสียง” แต่มันจะต้อง “มองเห็น” คนที่กำลังพูดด้วย เพราะมันใช้การวิเคราะห์ภาพควบคู่ไปกับการวิเคราะห์เสียง วิธีนี้ก็เป็นแบบเดียวกันกับเวลาที่เราพยายามจะฟังว่าเพื่อนของเรากำลังพูดอะไรกลางงานแสดงดนตรีเสียงอึกทึก หรือริมถนนที่รถวิ่งไปมาส่งเสียงดัง เพราะเราจะพยายามมองปากว่าเพื่อนกำลังพูดอะไร ปัญญาประดิษฐ์ของ Google ก็ใช้การมองภาพของผู้พูดเช่นกัน เพื่อวิเคราะห์ว่าจากหลายเสียงที่ตีกันอีรุงตุงนังนั้น ใครเป็นเจ้าของเสียงไหน และกำลังพูดว่าอะไร การเรียนรู้ว่าใครขยับปากแบบไหน น่าจะเป็นการเปล่งเสียงอย่างไร นำมาสู่ความสามารถในการแยกแยะเสียงพูดของคนหลายคนออกมาได้ แน่นอนว่าการใช้งานเพื่อตัดเสียงรบกวนออกจากวิดีโอที่บันทึกไว้ก็ย่อมทำได้เช่นกัน ความสามารถในการตัดเสียงรบกวนนี้คล้ายคลึงกับระบบ noise cancelling ของหูฟังหรือโทรศัพท์หลายรุ่น หากแต่หลักการของมันนั้นแตกต่างกัน ระบบ noise cancelling โดยทั่วไป อาศัยการเก็บสัญญาณเสียงรบกวนด้วยไมโครโฟนที่ออกแบบแยกมาต่างหากตัวหนึ่ง และนำสัญญาณเสียงที่ได้มาผ่านกระบวนการสร้างคลื่นสัญญาณที่มีลักษณะหักล้างกันนำไปผสมกับสัญญาณเสียงที่ได้มาจากไมโครโฟนหลัก การหักล้างกันของคลื่นเสียงทำให้ผู้ใช้รู้สึกได้ว่าเสียงรบกวนนั้นหายไปได้ด้วยระบบ noise cancelling ทว่าปัญญาประดิษฐ์ของ Google นั้น ไม่มีสัญญาณเสียงชุดที่ 2 ที่บันทึกเสียงรบกวนมาไว้ใช้เพื่อการหักล้าง แต่อาศัยการเพียงการวิเคราะห์สัญญาณเสียงชุดเดียวที่มัน [...]

วันนี้ทางทรูมูฟเข้าชี้แจงต่อกสทช. นายสืบสกล สกลสัตยาทร ผู้จัดการทั่วไปของบริษัท Ascend Commerce ผู้ให้บริการเว็บ iTrueMart (ปัจจุบันคือ WeMall) ก็ชี้แจงข้อมูลที่หลุดออกมา ข้อความแถลงดังนี้ (พยายามตรงคำต่อคำ มีไม่ชัดเจนบ้างดูเพิ่มเติมในที่มา) “ถ้าไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ ไม่สามารถเข้าถึงได้ ในกรณีนี้ผู้เชี่ยวชาญความจริงเขาไม่มีสิทธิ์ในการที่จะเข้าถึงสตอเรจตัวนี้ ได้ใช้เครื่องมือพิเศษ ซึ่งในบล็อกของเขาเองก็เขียนไว้ชัดเจนว่าตัวทูลเพิ่งสามารถใช้งานได้เมื่อต้นปีที่ผ่านมานี่เอง ทูลตัวนี้ทำให้ข้อมูลบน S3 ทั้งที่เป็นข้อมูลปกปิดกลับถูกเปิดเผยได้ทั้งหมด ต้องใช้ทูลถึง 3 ตัวถึงจะเข้าถึงข้อมูลได้ทั้งหมด ซึ่งข้อมูลที่เข้าถึงเป็นข้อมูลของลูกค้าทรูมูฟเอชที่สมัครหรือซื้อซิมพร้อมเครื่องมือถือผ่านช่องทาง iTrueMart เท่านั้น ในโฟลเดอร์มีเฉพาะไฟล์ที่เป็นสำเนาบัตรประชาชนของลูกค้าจำนวนทั้งหมด 11,400 ราย ในแง่ของข้อมูลอื่นๆ ที่ถูกแฮกไปไม่มีนอกจากนี้ มีเฉพาะสำเนาบัตร ไม่มีกระทั่งว่าเขาใช้เบอร์มือถืออะไร ซึ่งข้อมูลทั้งหมดตรงนี้ได้ถูก เ่ออ. อย่างที่เราทราบเรื่องเมื่อวันที่ 11 เมษายนที่ผ่านมา และทีมงานได้ปิดรูโหว่ตรงนี้ทันทีอย่างที่นาย Merrigan แจ้งในบล็อกของเขาก็คือวันที่ 12 เมษายนรูโหว่ได้ถูกปิดไปเมื่อเวลาหนึ่งทุ่ม เรายังไม่ได้นิ่งนอนใจแค่นั้น เรายังเพิ่มมาตรการต่างๆ ในการที่จะรักษาความปลอดภัยตรงนี้ให้แข็งแรงขึ้น เพราะต้องยอมรับว่า Cyber Security ในโลกยุคปัจจุบันก้าวหน้าอย่างรวดเร็วมาก มีทูล มีเครื่องมือใหม่ๆ ให้แฮกเกอร์ [...]

รอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ไมโครซอฟท์ออก Windows Insider รุ่นทดสอบมา 2 ตัว ทั้งตัวที่เป็น Redstone 4 และ Redstone 5 กรณีของ Redstone 4 เพิ่งออก Build หมายเลข 17134 ที่ขยับเพิ่มมาเพียง 1 หลักจาก Build 17133 ที่เคยถูกมองว่าจะเป็นตัว RTM ของ Spring Creators Update ไมโครซอฟท์อธิบายว่าพบบั๊กเกี่ยวกับเสถียรภาพของระบบ ที่ทำให้เกิดจอฟ้า (BSOD) ใน Build 17133 จึงเลือกจะออก Build ใหม่มาแทนการออกอัพเดตในภายหลัง คาดว่า Build 17134 จะมีสถานะเป็น RTM ค่อนข้างแน่นอนแล้ว เหลือแค่ไมโครซอฟท์ประกาศออกตัวจริงเท่านั้น (ตอนนี้ยังอยู่ในกลุ่ม Fast Ring เดี๋ยวคงค่อยๆ ขยับไปยัง Ring อื่นและออกเป็น RTM [...]

LawBreakers เป็นเกมแนว FPS ที่มีตัวละครหลากหลายตามตำแหน่ง แต่ละตำแหน่งก็จะมีทักษะและอาวุธประจำตัวคล้ายคลึงกับเกม Overwatch ในช่วงแรกของตัวอย่างเกมได้รับกระแสตอบรับดีมาก เพราะตอนนั้นรูปแบบเกม FPS ที่มีการผสมผสานระหว่างการยิงทั่วไปและการใช้ทักษะประจำตัวละครมีเพียง Overwatch เกมเดียว ทำให้ LawBreakers ถูกจับตามองพอสมควร และในช่วงเปิดเกมให้เล่นอย่างเป็นทางการ มีผู้เล่นจำนวนมากเข้ามาเล่นเกมนี้ ทำให้ดูเหมือนจะไปได้สวย แต่ปัจจุบันเกมนี้แทบจะไม่เหลือผู้เล่นอยู่เลย ทางสตูดิโอ Nexon เผยว่า “LawBreakers ล้มเหลวในการหาผู้ชมจำนวนมาก ทำให้ไม่มีเงินพอที่จะทำให้เกิดเงินทุนที่จำเป็นต่อการรักษาความยั่งยืนในลักษณะเดิมที่เราวางแผนและคาดหวังไว้” เกมนี้เดิมทีตั้งใจใช้เป็นเกมการแข่งขัน Esport แต่ก็น่าเสียดายที่ไม่ประสบความสำเร็จตามที่หวัง สาเหตุหลักที่ทำให้ผู้เล่นหายหมด คาดว่าน่าจะเป็นบั๊กของเกมที่เกิดขึ้นซ้ำๆ ซากๆ และตัวเกมก็ไม่ลื่นไหลเท่าที่ควรจะเป็นและที่สำคัญที่สุด เกมไม่ใช่แบบ Free to Play ทำให้ผู้เล่นหลายคนไม่ได้ลองเล่น ยิ่งในช่วงนี้ตัวเกมรูปแบบ Battle Royal หรือ FPS มีเกมให้เลือกมากมาย หลายเกมยังเปิดให้เล่นฟรี จึงไม่น่าแปลกใจทำไมผู้เล่นเกมนี้ถึงหายหมด สถิติผู้เข้าเล่นเกมล่าสุดในช่วงที่ผ่านมา ที่มา – kotaku Topics:  FPS Games Nexon

The New York Times ลงบทความจากประเด็น Mark Zuckerberg ตอบคำถามวุฒิสภาเรื่องข้อมูลหลุด 1,2 ในขณะที่ Facebook ถูกเพ่งเล็งเรื่องปัญหาหารรักษาความปลอดภัยข้อมูลส่วนบุคคล และยังถูกบางฝ่ายมองว่ามีอำนาจผูกขาดในตลาดโฆษณาดิจิทัล คำถามคือ Facebook ผูกขาดรายเดียวจริงหรือไม่ บริษัทอื่น ยกตัวอย่างเช่น Google มีมูลค่าโฆษณาดิจิทัลอาจจะมากกว่า Facebook ถึง 2 เท่า และมีผลิตภัณฑ์ถึง 7 ตัว เช่น Gmail, YouTube และแสดงโฆษณาโดยอาศัยข้อมูลของผูใช้หรือความสนใจของผู้ใช้ Amazon เองก็ใช้กลยุทธ์โฆษณาเจาะกลุ่มเป้าหมายโดยใช้ข้อมูลประวัติการซื้อสินค้า และยังมีความกังวลจากผู้ใช้เรื่องลำโพงอัจฉริยะที่มีไมโครโฟนในอุปกรณ์ที่ตั้งอยู่ในบ้านเลย Jason Kint ผู้บริหารระดับสูงของ Digital Content Next ตั้งข้อสังเกตว่าตั้งแต่ Facebook มีประเด็นฉาวข้อมูลหลุดขึ้นมา ทั้ง Twitter และ Google ก็พยายามทำตัวเงียบมาตลอด The New York Times ระบุว่าก่อนวันที่ Zuckerberg ต้องเข้าตอบข้อสงสัยของวุฒิสภา [...]

กูเกิลนำเสนอแอปพลิเคชั่นสาธิตการทำความเข้าใจภาษาสองอย่าง ได้แก่ เกม Semantris สำหรับการทายคำที่ซอฟต์แวร์ของกูเกิลมองว่าใกล้เคียงกัน, และระบบค้นหา Talk to Books ที่เปิดให้เราค้นหาข้อความในหนังสือได้โดยไม่จำเป็นต้องเป็นคำตรงกับคำค้น กูเกิลเรียกการใช้งานที่ผู้ใช้ไม่ต้องอาศัยคำที่ตรงกันนี้ว่า “Semantic Experiences” พร้อมกับปล่อยโมเดล Universal Sentence Encoder สำหรับแปลงประโยคภาษาอังกฤษเป็นข้อมูลตัวเลขให้ใช้งานสำหรับโมเดลอื่นๆ เช่น การหาความคล้ายของประโยค หรือการจัดประเภทประโยค ผมทดสอบ Talk to Books พบว่าโดยทั่วไปผลการค้นหาก็ยังตรงตามคำอยู่เป็นส่วนมาก และหากคำเริ่มซับซ้อนสักหน่อยก็เริ่มได้ผลไม่ตรงนัก แต่สำหรับเกม Semantris ก็พบว่าเล่นได้ค่อนข้างแม่นยำ โดยเราต้องพิมพ์คำที่สื่อถึงคำในบล็อค แต่เขียนไม่เหมือนกัน เพื่อเลือกทำลายบล็อคนั้นๆ ที่มา – Google Research Topics:  Google Artificial Intelligence

 Page 2 of 754 « 1  2  3  4  5 » ...  Last »