ก่อนหน้านี้ ถ้าใครจะสมัครบริการของกูเกิล เช่น Gmail, Google Docs จะถูกบังคับสมัคร Google+ แต่ตอนนี้กูเกิลเพิ่มปุ่ม No Thanks เพื่อให้ผู้ใช้ที่ไม่ต้องการสมัคร Google+ ข้ามขั้นตอนนี้ไปได้แล้ว กูเกิลพยายามมาตลอดในการยัดเยียดบริการ Google+ ให้กับผู้ใช้บริการกูเกิล เช่น บังคับใช้ระบบคอมเม้นท์แบบใหม่ของ YouTube จนผู้ใช้ประท้วง, รวม Google Voice เข้ากับ Hangouts แต่หลังจากการลาออก Vic Gundotra ท่าทีของนั้นกูเกิลต่อ Google+ ก็เปลี่ยนไป เริ่มตั้งแต่ค่อยๆ เลิกยัดเยียด Google+ ให้กับผู้ใช้ ถึงแม้จะไม่มีการแถลงออกมาอย่างเป็นทางการ รวมถึงหัวข้อของ Google I/O ปีนี้ก็ไม่มี Google+ แล้ว ที่มา – The Verge Google+, Google

Google และ Dropbox ประกาศตั้งกลุ่มวิจัยด้านการออกแบบ usability เพื่อการสื่อสารที่ปลอดภัยและเป็นส่วนตัว โดยใช้ชื่อว่า Simply Secure Simply Secure ต้องการแก้ปัญหาระบบความปลอดภัยในปัจจุบันที่ใช้งานยาก ซับซ้อน จนเป็นผลให้ผู้ใช้ละเลยไม่สนใจรักษาความปลอดภัยของตัวเอง โจทย์ของ Simply Secure จึงเป็นการวิจัยว่า usability ที่ดีกับความปลอดภัยที่แข็งแรงเป็นสิ่งที่ไปด้วยกันได้หรือไม่ Simply Secure จะไม่สร้างซอฟต์แวร์ขึ้นมาเอง แต่จะเข้าร่วมกับโครงการโอเพนซอร์สต่างๆ ในปัจจุบันเพื่อปรับปรุงซอฟต์แวร์ให้ดีขึ้นแทน ผู้อำนวยการของ Simply Secure คือ Sara “Scout” Sinclair Brody ผู้ออกแบบระบบยืนยันตัวตน 2 ชั้นของกูเกิล และเคยทำงานในทีม Android มาก่อน นอกจากนี้ก็มีผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยและนโยบายความเป็นส่วนตัวอีกหลายคนร่วมเป็นบอร์ดที่ปรึกษา ที่มา – Simply Secure, ThreatPost Security, Google, Dropbox, Usability, Research

การขายหุ้น IPO ในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กของยักษ์อีคอมเมิร์ซจีน Alibaba ถูกจับตาอย่างมากเพราะเป็น IPO ที่ใหญ่ที่สุดในรอบปีนี้ และเป็นการขายหุ้น IPO ของบริษัทเทคโนโลยีที่ใหญ่ที่สุดเป็นประวัติการณ์ ซึ่งเมื่อคืนนี้ตามเวลาบ้านเรา (19 ก.ย. ตามเวลาสหรัฐ) ก็ได้ฤกษ์เริ่มขายหุ้นเป็นวันแรก Alibaba ตั้งราคาขายหุ้นที่ 68 ดอลลาร์ต่อหุ้น ทำให้บริษัทสามารถระดมทุนได้มากถึง 21.8 พันล้านดอลลาร์ (ราว 7 แสนล้านบาทในวันเดียว) และราคาหุ้นวันแรกพุ่งไปสูงถึง 93.89 ดอลลาร์ต่อหุ้น เมื่อคิดมูลค่าบริษัทตามราคาหุ้น (market cap) อยู่ที่ 228.5 พันล้านดอลลาร์ (7.3 ล้านล้านบาท) แซงหน้ามูลค่าบริษัทของ Facebook ที่ 201.6 พันล้านไปเรียบร้อย และตามหลังเพียงแค่กูเกิล แอปเปิล ไมโครซอฟท์เท่านั้น การขายหุ้น IPO ครั้งนี้ทำให้ Jack Ma ผู้ก่อตั้งบริษัทมีทรัพย์สินตามราคาหุ้นเป็น 13 พันล้านดอลลาร์ และผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัททั้ง SoftBank และ [...]

Android รองรับการเข้ารหัสข้อมูล (data encryption) เพื่อป้องกันคนเข้าถึงข้อมูลในเครื่อง มาตั้งแต่ปี 2011 แต่ไม่ได้เปิดเป็นดีฟอลต์ ทำให้คนไม่ค่อยรู้จักฟีเจอร์นี้กันมากนัก (วิธีการเผื่อมีคนสนใจ) อย่างไรก็ตาม โฆษกของกูเกิลให้ข้อมูลกับ Washington Post ว่าใน Android รุ่นหน้า (หมายถึง Android L) กูเกิลจะเปิดค่านี้เป็นดีฟอลต์กับอุปกรณ์ Android ที่เปิดใช้ใหม่ (activation) นั่นแปลว่าถ้าซื้อมือถือเครื่องใหม่ที่ติดตั้ง Android L มาด้วย เราจะถูกบังคับให้กรอกรหัสผ่านหรือ PIN เพื่อเข้าถึงข้อมูลภายในเครื่องเสมอ กูเกิลบอกว่าพัฒนาฟีเจอร์นี้มาหลายเดือน และเป็นส่วนหนึ่งในนโยบายรักษาความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งานจากหน่วยงานของรัฐ ซึ่งกูเกิลสนใจหาวิธีป้องกันมากขึ้นหลังกรณี NSA/Snowden ที่ผ่านมา ที่มา – Washington Post Android L, Android, Privacy, Security

มีคนไปค้นพบโค้ดของระบบปฏิบัติการ Chrome OS เวอร์ชันโอเพนซอร์ส (Chromium OS) ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับระบบชาร์จไฟไร้สาย โค้ดส่วนนี้ทดสอบกับฮาร์ดแวร์ต้นแบบที่ใช้รหัส “Ryu” และเอ่ยถึงชิป NVIDIA Tegra ด้วย โดยโค้ดทำหน้าที่ตรวจว่าผู้ใช้ปิดฝาเครื่อง Chromebook หรือไม่ และจะสั่งให้ชาร์จไฟไร้สายต่อเมื่อเราปิดฝาเครื่องเท่านั้น (คาดว่าเป็นเพราะไม่ต้องการให้ทำงานไปด้วยขณะชาร์จไฟไร้สาย ซึ่งชาร์จได้ช้ากว่าแบบมีสาย) ตอนนี้เรายังไม่รู้ว่าในที่สุดแล้วจะมี Chromebook รุ่นชาร์จไฟไร้สายหรือไม่ (เช่น เทคโนโลยีนี้อาจไม่เวิร์คจนกูเกิลพับแผนไป) แต่ก็เป็นสัญญาณอันดีของการทดลองแนวคิดใหม่ๆ ให้กับ Chromebook ครับ ที่มา – GigaOm Chromebook, Chrome OS, Wireless Charging

แม้ว่าจะผิดหวังกับโดเมนระดับบน (TLDs) ชื่อตัวเองอย่าง .amazon แต่ล่าสุด Amazon ก็จัดการประมูลเอาโดเมน .buy มาได้ในมูลค่ากว่า 4.6 ล้านเหรียญ และยังเอาชนะคู่แข่งร่วมประเทศอย่างกูเกิลอีกด้วย นอกจาก .buy แล้วยังมีอีกสองโดเมนที่จัดประมูลพร้อมกันอย่าง .tech ที่ถูก Dot Tech LLC ซื้อไปในมูลค่า 6.7 ล้านเหรียญ (มีรายงานว่ากูเกิลร่วมประมูลด้วย แต่แพ้เช่นกัน) ส่วนโดเมนสุดท้ายคือ .vip ที่ถูกประมูลไปโดย Minds + Machines ในราคามากกว่า 3 ล้านเหรียญ โดยหลังจากนี้ ทั้งสามเจ้าที่ชนะการประมูลจะได้สิทธิ์การดูแล และจดโดเมนในกลุ่มนี้ต่อไปครับ จนถึงตอนนี้ยังมี TLD ที่ผ่านการประเมินแล้วมากกว่า 100 โดเมน ซึ่งก็น่าจะเปิดให้ประมูลกันเรื่อยๆ ครับ ที่มา – The Verge Amazon, ICANN, Google, Domain Name

ตั้งแต่กูเกิลโชวภาษาการออกแบบใหม่อย่าง Material Design ออกมา แอพ และบริการในเครือของกูเกิลก็ค่อยๆ เปลี่ยนไปรับกับมาตรฐานใหม่ทีละอย่าง ล่าสุดมีภาพหลุดของ Play Store 5.0 ที่เปลี่ยนไปรับกับ Material Design แบบเต็มสูบ หลังจากมีอัพเดตเล็กน้อยมาก่อนหน้าที่ปรับบางส่วนไปก่อนแล้ว เช่น หน้ารายละเอียดแอพ เป็นต้น ในเวอร์ชันใหม่นี้ แม้จะจั่วไว้ว่าเป็นการเปลี่ยนผ่านสู่ Material Design แต่เลย์เอาท์าส่วนใหญ่ของหน้าแรกยังคงเดิม ที่เปลี่ยนไปเป็นรายละเอียดเล็กน้อยเช่น ปรับชุดสีที่ใช้ให้เข้มขึ้น ปรับฟอนต์เป็น Roboto รุ่นใหม่ ที่เด่นกว่าเดิม (ตอนแรกคิดว่าเป็นฟอนต์ตัวหนาเสียแล้ว) และปรับให้แถบด้านบนใช้สีเดียวกับแถบเมนูไปเลย จากเดิมที่ใช้สีขาว และเพิ่มแอนิเมชันเมื่อกดเข้ามา ซ้ายของเก่า ขวาของใหม่ สีที่แตกต่าง และแอนิเมชัน นอกจากการปรับหน้าแรกแล้ว Material Design ยังเข้าไปถึงหน้าโปรโมชันต่างๆ จนได้ โดยจะเน้นไปที่ภาพขนาดใหญ่ และเนื้อหาที่เด่นขึ้น ดังตัวอย่างด้านล่างของ Play Music ครับ ซ้ายของเก่า ขวาของใหม่ นอกจากนี้ ใน apk ใหม่ของ [...]

ช่วงต้นปีเราเห็นข่าวลือของโครงการ Android Silver ที่ว่ากันว่ามันจะมาแทนโครงการ Nexus โดยแนวคิดของมันคือจับมือกับผู้ผลิตมือถือพรีเมียมในตลาด โดยกูเกิลจะเข้าไปช่วยทำซอฟต์แวร์ให้ และการันตีการอัพเดตที่เร็วกว่าเดิม แต่ล่าสุดเว็บไซต์ The Information ที่เคยเป็นต้นทางของข่าว Android Silver กลับให้ข้อมูลล่าสุดว่าโครงการนี้น่าจะถูกล้มไปแล้ว ด้วยเหตุผลสำคัญคือ Nikesh Arora ผู้บริหารคนสำคัญที่ผลักดันโครงการนี้ ย้ายจากกูเกิลไปอยู่กับ SoftBank เมื่อเดือนกรกฎาคมนี้เอง นอกจากนี้ The Information ยังบอกว่าโครงการ Android Silver ไม่ได้รับการตอบรับที่ดีนักจากพาร์ทเนอร์และคนในบริษัทเอง โดยคนของกูเกิลเองก็ไม่มั่นใจว่าโครงการนี้จะประสบความสำเร็จ ตามข่าวบอกว่ากูเกิลหันไปทุ่มกับ Android One ที่เน้นเจาะตลาดล่าง ส่วนมือถือตลาดบนนั้น กูเกิลคงจะหันกลับไปเน้นโครงการ Nexus เหมือนเดิม ที่มา – The Information (ต้องสมัครสมาชิก), Business Insider Android Silver, Android, Rumor, Google Nexus, Google

ความน่ากลัวของคนทำเว็บในตอนนี้คือหากมีใครใส่ภาพหรือ iframe จากเว็บที่มีมัลแวร์ Chrome จะบล็อคเว็บที่ใช้ภาพเหล่านั้นไปด้วยเพื่อป้องกันผู้ใช้ ฟีเจอร์นี้มีมาตั้งแต่ Chrome รุ่นแรกๆ และมีการถกเถียงมาตลอดเวลาเป็นมาตรการที่สมเหตุสมผลหรือไม่ โดยมีการพูดคุยกันในทีมงาน Chrome เองในบั๊ก 16245 เมื่อคืนนี้ทีมงาน Chrome ระบุว่าได้พูดคุยกันและตัดสินใจแล้วว่ากูเกิลจะไม่ยกเลิกมาตรการนี้ ทำให้บั๊กกลายเป็นสถานะ Won’t Fix แต่มีแนวทางว่า Chrome อาจจะแสดงข้อความใหม่ให้ชัดเจน ว่าเว็บที่ผู้ใช้กำลังเข้าไม่ได้ติดมัลแวร์โดยตรงแต่มีข้อมูลบางส่วนมาจากเว็บที่มีมัลแวร์ โดยจะพิจารณาคำพูดใหม่ในบั๊ก 414389 มาตรการแบนเว็บหากมีทรัพยากรจากเว็บที่ติดมัลแวร์เป็นมาตรการที่คนทำเว็บต้องระแวงเสมอมา การอนุญาตให้ผู้ใช้ใส่ข้อมูลจากเว็บอื่นๆ หรือกระทั่งการติดโฆษณาผ่านเครือข่ายโฆษณาที่ใครก็ได้เข้ามาซื้อโฆษณาเพื่อเผยแพร่มัลแวร์อาจจะทำให้เว็บถูกแบนได้ ที่มา – Chromium bug: 16245 Chromium, Chrome, Malware, Browser, Security

Sundar Pichai หัวหน้าทีม Android ให้สัมภาษณ์กับสื่ออินเดีย NDTV ถึงโครงการ Android One เป้าหมายของกูเกิลคือเข้าถึงคนอีก 5 พันล้านคนที่ยังไม่มีสมาร์ทโฟน และคนกลุ่มนี้อยู่ในอินเดียเป็นจำนวนมาก โครงการ Android One จึงออกแบบโดยคำนึงถึงคนอินเดียมาตั้งแต่แรก เขาบอกว่า Android One จะเป็นมาตรฐานของฮาร์ดแวร์และประสบการณ์ซอฟต์แวร์ที่ยอดเยี่ยม กูเกิลต้องการส่งประสบการณ์นี้ให้คนที่ไม่เคยสัมผัสสมาร์ทโฟนมาก่อน Pichai ใช้ Android One เป็นมือถือเครื่องหลักด้วย เขาพูดถึงแอปเปิลว่าเป็นคู่แข่งที่เข้มแข็งมากในตลาดบน แต่เป้าหมายของกูเกิลนั้นต่างไป เพราะกูเกิลต้องการสร้างมือถือที่คนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงได้ กูเกิลใช้วิธีสร้างเครื่องต้นแบบ (reference design) ให้ผู้ผลิตฮาร์ดแวร์นำไปสร้างมือถือได้ง่าย โดยผู้ผลิตฮาร์ดแวร์มีอิสระในการเลือกส่วนประกอบเพิ่มเติม มือถือชุดแรกมีสเปกคล้ายๆ กันเพราะอิงจาก reference design เดียวกัน แต่ในอนาคตเราจะได้เห็น Android One ที่มีสเปกหลากหลายมากขึ้น กูเกิลไม่ช่วยจ่ายเงินค่าเครื่อง (subsidy) ให้ผู้ผลิต Android One แต่ใช้วิธีแบ่งทรัพยากรในการพัฒนาสินค้า เพื่อช่วยลดต้นทุนรวมของผู้ผลิตฮาร์ดแวร์ให้ต่ำลง ที่มา – NDTV Android [...]

 Page 1 of 304  1  2  3  4  5 » ...  Last »