กูเกิลเปิดรายงานการออกแบบโครงสร้างพื้นฐานของบริษัทเพื่อความมั่นคงปลอดภัย แสดงข้อมูลตั้งแต่ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์เพื่อการรักษาความปลอดภัยทั้งบริการลูกค้าบุคคลอย่าง Gmail, Search, หรือ Photos ไปจนถึงลูกค้าองค์กร เช่น Google Cloud Platform หรือ G Suite ความปลอดภัยเริ่มตั้งแต่ระดับกายภาพ ที่กูเกิลสร้างศูนย์ข้อมูลของตัวเองและจัดการความปลอดภัยด้วยตัวเอง ฮาร์ดแวร์ของกูเกิลมีชิปรักษาความปลอดภัยเฉพาะของกูเกิลเพื่อการยืนยันว่าเป็นฮาร์ดแวร์ของกูเกิลจริง ในบางกรณีกูเกิลจะใช้ศูนย์ข้อมูลภายนอก แต่จะรักษาความปลอดภัยเพิ่มเติม อาจจะติดกล้องวงจรปิดแยก, มีระบบยืนยันตัวตนด้วยข้อมูลชีวภาพแยก, หรือแม้แต่มีเครื่องตรวจโลหะ กระบวนการเชื่อมต่อข้ามบริการอาศัยการยืนยันตัวตนด้วยกระบวนการเข้ารหัสลับ (cryptographic) เป็นหลัก แทนที่จะอาศัยการป้องกันไฟร์วอลล์ แม้ว่าจะมีระบบป้องกันการปลอมไอพีอยู่ด้วยก็ตาม ซอร์สโค้ดต้องเก็บไว้ในศูนย์กลางทั้งเวอร์ชั่นล่าสุดและเวอร์ชั่นก่อนหน้า กระบวนการนำโค้ดเข้าระบบต้องมีผู้อนุมัตินอกจากคนเขียนโค้ดเองอย่างน้อยหนึ่งคน และก่อนนำโค้ดขึ้นรันต้องได้รับอนุมัติจากเจ้าของระบบ การรักษาความลับลูกค้า สตอเรจทั้งหมดต้องถูกลบข้อมูลและยืนยันอย่างน้อยสองครั้งก่อนนำฮาร์ดแวร์ออกจากศูนย์ข้อมูล หากยืนยันไม่ได้ ตัวสตอเรจจะถูกบดทำลายในศูนย์ข้อมูลเอง ขณะที่ข้อมูลในระบบที่รันอยู่จะรับคำสั่งลบข้อมูลและลบข้อมูลออกภายหลัง บัญชีกูเกิลของพนักงานเองถูกบังคับใช้ U2F ทั้งบริษัท การติดตั้งซอฟต์แวร์และดาวน์โหลดข้อมูลทั้งหมดถูกมอนิเตอร์ รวมถึงข้อมูลจากการเข้าเว็บ การที่เครื่องพนักงานอยู่ในเน็ตเวิร์คบริษัทไม่ได้แปลว่าจะมีสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลเพิ่มเติม แอปพลิเคชั่นต่างๆ ถูกกำหนดสิทธิ์เป็นรายบุคคล ตัวซอฟต์แวร์ในเครื่องพนักงานถูกมอนิเตอร์เพื่อยืนยันว่าลงอัพเดตครบถ้วน บริษัทจำกัดผู้มีสิทธิ์ผู้ดูแลระบบระดับล่างอย่างมาก และผู้ที่ล็อกอินได้ก็จะถูกมอนิเตอร์อย่างหนักจากทีมความมั่นคงปลอดภัยอีกที เอกสารเช่นนี้นอกจากจะเป็นการโฆษณากูเกิลเองแล้ว หลายส่วนน่าจะลอกมาใช้งานในองค์กรที่ต้องการความปลอดภัยสูงๆ กันได้ ที่มา – Google Cloud, The Register [...]

กระบวนการเข้ารหัสจากปลายทางถึงปลายทาง เช่น อีเมล PGP หรือการแชตที่เข้ารหัสจากปลายทางถึงปลายทาง ล้วนมีข้อจำกัดสำคัญคือการรับประกันความปลอดภัยเต็มที่ต้องมีการยืนยันกุญแจสาธารณะของผู้ที่เรากำลังสื่อสารด้วยเสมอ กระบวนการยืนยันกุญแจเช่นนี้เป็นเรื่องลำบากและทำให้คนจำนวนมากเลือกที่จะไม่สนใจยืนยันหรือแม้แต่ไม่สนใจการเข้ารหัสจากปลายทางถึงปลายทางไปเลย แต่ตอนนี้กูเกิลก็เปิดตัวซอฟต์แวร์ต้นแบบเพื่อทดสอบแนวทางการช่วยยืนยันกุญแจ เรียกว่า Key Transparency Key Transparency (KT) สร้างเซิร์ฟเวอร์สาธารณะที่ผู้ที่ต้องการส่งข้อความถึงผู้รับสามารถเข้ามาหากุญแจของผู้รับได้ แต่ความต่างจากเซิร์ฟเวอร์ค้นหากุญแจทั่วไปคือ KT จะมีกระบวนการเข้ารหัสเพื่อให้เจ้าของบัญชีรับรู้ได้เสมอหากมีการแก้ไขกุญแจ โดยการแก้ไขกุญแจโดยทั่วไปอาจจะเกิดจากตัวเจ้าของบัญชีเองเปลี่ยนเครื่อง หรือลบแอปแล้วลงใหม่ โครงสร้างข้อมูลของ KT ทำให้สามารถเพิ่มข้อมูลได้อย่างเดียว หากมีการแก้ไขกุญแจเพื่อนำไปดักฟังการสื่อสารก็จะสามารถตรวจพบได้ในภายหลัง ในระดับผู้ใช้แล้วเมื่อล็อกอินเข้าระบบก็จะเห็นว่ามีการเพิ่มหรือแก้ไขกุญแจในระบบ แนวทางนี้อาจจะไม่ปลอดภัยสมบูรณ์แต่ก็ทำให้ตรวจสอบการโจมตีย้อนหลังได้ โดยที่ผู้ใช้ทั่วไปไม่ต้องยุ่งยากกับการตรวจสอบกุญแจ ตอนนี้เซิร์ฟเวอร์ KT อยู่ในระดับ prototype เท่านั้น หากในอนาคตบริการต่างๆ มาสร้างเซิร์ฟเวอร์กลางเพื่อยืนยันตัวตนกันและกัน กระบวนการรักษาความปลอดภัยในการสื่อสารก็จะสมบูรณ์กว่าทุกวันนี้มาก ที่มา – Google Security Blog Topics:  Google Security

กระบวนการเข้ารหัสจากปลายทางถึงปลายทาง เช่น อีเมล PGP หรือการแชตที่เข้ารหัสจากปลายทางถึงปลายทาง ล้วนมีข้อจำกัดสำคัญคือการรับประกันความปลอดภัยเต็มที่ต้องมีการยืนยันกุญแจสาธารณะของผู้ที่เรากำลังสื่อสารด้วยเสมอ กระบวนการยืนยันกุญแจเช่นนี้เป็นเรื่องลำบากและทำให้คนจำนวนมากเลือกที่จะไม่สนใจยืนยันหรือแม้แต่ไม่สนใจการเข้ารหัสจากปลายทางถึงปลายทางไปเลย แต่ตอนนี้กูเกิลก็เปิดตัวซอฟต์แวร์ต้นแบบเพื่อทดสอบแนวทางการช่วยยืนยันกุญแจ เรียกว่า Key Transparency Key Transparency (KT) สร้างเซิร์ฟเวอร์สาธารณะที่ผู้ที่ต้องการส่งข้อความถึงผู้รับสามารถเข้ามาหากุญแจของผู้รับได้ แต่ความต่างจากเซิร์ฟเวอร์ค้นหากุญแจทั่วไปคือ KT จะมีกระบวนการเข้ารหัสเพื่อให้เจ้าของบัญชีรับรู้ได้เสมอหากมีการแก้ไขกุญแจ โดยการแก้ไขกุญแจโดยทั่วไปอาจจะเกิดจากตัวเจ้าของบัญชีเองเปลี่ยนเครื่อง หรือลบแอปแล้วลงใหม่ โครงสร้างข้อมูลของ KT ทำให้สามารถเพิ่มข้อมูลได้อย่างเดียว หากมีการแก้ไขกุญแจเพื่อนำไปดักฟังการสื่อสารก็จะสามารถตรวจพบได้ในภายหลัง ในระดับผู้ใช้แล้วเมื่อล็อกอินเข้าระบบก็จะเห็นว่ามีการเพิ่มหรือแก้ไขกุญแจในระบบ แนวทางนี้อาจจะไม่ปลอดภัยสมบูรณ์แต่ก็ทำให้ตรวจสอบการโจมตีย้อนหลังได้ โดยที่ผู้ใช้ทั่วไปไม่ต้องยุ่งยากกับการตรวจสอบกุญแจ ตอนนี้เซิร์ฟเวอร์ KT อยู่ในระดับ prototype เท่านั้น หากในอนาคตบริการต่างๆ มาสร้างเซิร์ฟเวอร์กลางเพื่อยืนยันตัวตนกันและกัน กระบวนการรักษาความปลอดภัยในการสื่อสารก็จะสมบูรณ์กว่าทุกวันนี้มาก ที่มา – Google Security Blog Topics:  Google Security

กระบวนการเข้ารหัสจากปลายทางถึงปลายทาง เช่น อีเมล PGP หรือการแชตที่เข้ารหัสจากปลายทางถึงปลายทาง ล้วนมีข้อจำกัดสำคัญคือการรับประกันความปลอดภัยเต็มที่ต้องมีการยืนยันกุญแจสาธารณะของผู้ที่เรากำลังสื่อสารด้วยเสมอ กระบวนการยืนยันกุญแจเช่นนี้เป็นเรื่องลำบากและทำให้คนจำนวนมากเลือกที่จะไม่สนใจยืนยันหรือแม้แต่ไม่สนใจการเข้ารหัสจากปลายทางถึงปลายทางไปเลย แต่ตอนนี้กูเกิลก็เปิดตัวซอฟต์แวร์ต้นแบบเพื่อทดสอบแนวทางการช่วยยืนยันกุญแจ เรียกว่า Key Transparency Key Transparency (KT) สร้างเซิร์ฟเวอร์สาธารณะที่ผู้ที่ต้องการส่งข้อความถึงผู้รับสามารถเข้ามาหากุญแจของผู้รับได้ แต่ความต่างจากเซิร์ฟเวอร์ค้นหากุญแจทั่วไปคือ KT จะมีกระบวนการเข้ารหัสเพื่อให้เจ้าของบัญชีรับรู้ได้เสมอหากมีการแก้ไขกุญแจ โดยการแก้ไขกุญแจโดยทั่วไปอาจจะเกิดจากตัวเจ้าของบัญชีเองเปลี่ยนเครื่อง หรือลบแอปแล้วลงใหม่ โครงสร้างข้อมูลของ KT ทำให้สามารถเพิ่มข้อมูลได้อย่างเดียว หากมีการแก้ไขกุญแจเพื่อนำไปดักฟังการสื่อสารก็จะสามารถตรวจพบได้ในภายหลัง ในระดับผู้ใช้แล้วเมื่อล็อกอินเข้าระบบก็จะเห็นว่ามีการเพิ่มหรือแก้ไขกุญแจในระบบ แนวทางนี้อาจจะไม่ปลอดภัยสมบูรณ์แต่ก็ทำให้ตรวจสอบการโจมตีย้อนหลังได้ โดยที่ผู้ใช้ทั่วไปไม่ต้องยุ่งยากกับการตรวจสอบกุญแจ ตอนนี้เซิร์ฟเวอร์ KT อยู่ในระดับ prototype เท่านั้น หากในอนาคตบริการต่างๆ มาสร้างเซิร์ฟเวอร์กลางเพื่อยืนยันตัวตนกันและกัน กระบวนการรักษาความปลอดภัยในการสื่อสารก็จะสมบูรณ์กว่าทุกวันนี้มาก ที่มา – Google Security Blog Topics:  Google Security

กระบวนการเข้ารหัสจากปลายทางถึงปลายทาง เช่น อีเมล PGP หรือการแชตที่เข้ารหัสจากปลายทางถึงปลายทาง ล้วนมีข้อจำกัดสำคัญคือการรับประกันความปลอดภัยเต็มที่ต้องมีการยืนยันกุญแจสาธารณะของผู้ที่เรากำลังสื่อสารด้วยเสมอ กระบวนการยืนยันกุญแจเช่นนี้เป็นเรื่องลำบากและทำให้คนจำนวนมากเลือกที่จะไม่สนใจยืนยันหรือแม้แต่ไม่สนใจการเข้ารหัสจากปลายทางถึงปลายทางไปเลย แต่ตอนนี้กูเกิลก็เปิดตัวซอฟต์แวร์ต้นแบบเพื่อทดสอบแนวทางการช่วยยืนยันกุญแจ เรียกว่า Key Transparency Key Transparency (KT) สร้างเซิร์ฟเวอร์สาธารณะที่ผู้ที่ต้องการส่งข้อความถึงผู้รับสามารถเข้ามาหากุญแจของผู้รับได้ แต่ความต่างจากเซิร์ฟเวอร์ค้นหากุญแจทั่วไปคือ KT จะมีกระบวนการเข้ารหัสเพื่อให้เจ้าของบัญชีรับรู้ได้เสมอหากมีการแก้ไขกุญแจ โดยการแก้ไขกุญแจโดยทั่วไปอาจจะเกิดจากตัวเจ้าของบัญชีเองเปลี่ยนเครื่อง หรือลบแอปแล้วลงใหม่ โครงสร้างข้อมูลของ KT ทำให้สามารถเพิ่มข้อมูลได้อย่างเดียว หากมีการแก้ไขกุญแจเพื่อนำไปดักฟังการสื่อสารก็จะสามารถตรวจพบได้ในภายหลัง ในระดับผู้ใช้แล้วเมื่อล็อกอินเข้าระบบก็จะเห็นว่ามีการเพิ่มหรือแก้ไขกุญแจในระบบ แนวทางนี้อาจจะไม่ปลอดภัยสมบูรณ์แต่ก็ทำให้ตรวจสอบการโจมตีย้อนหลังได้ โดยที่ผู้ใช้ทั่วไปไม่ต้องยุ่งยากกับการตรวจสอบกุญแจ ตอนนี้เซิร์ฟเวอร์ KT อยู่ในระดับ prototype เท่านั้น หากในอนาคตบริการต่างๆ มาสร้างเซิร์ฟเวอร์กลางเพื่อยืนยันตัวตนกันและกัน กระบวนการรักษาความปลอดภัยในการสื่อสารก็จะสมบูรณ์กว่าทุกวันนี้มาก ที่มา – Google Security Blog Topics:  Google Security

D-Wave หนึ่งในบริษัทผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ควอนตัมที่กูเกิลเลือกใช้ในงานวิจัยด้าน AI ประกาศเปิดซอร์สโปรแกรมประมวลผลเชิงควอนตัม qbsolv บน Github เพื่อให้นักพัฒนาศึกษาและพัฒนาโปรแกรมบนเครื่องคอมพิวเตอร์ของบริษัทได้ โดยไม่จำเป็นต้องมีความรู้ทางด้านการประมวลผลควอนตัมมากมายนัก โปรแกรม qbsolv ถูกใช้ในงานด้าน optimization และผนวกเป็นส่วนหนึ่งของคอมไพเลอร์ที่ใช้ในคอมพิวเตอร์ควอนตัมของ D-Wave โดยจะใช้เทคนิคการแบ่งปัญหาขนาดใหญ่ให้มีขนาดเล็กลงจนสามารถนำไปประมวลผลบนโปรเซสเซอร์ควอนตัมได้ หลังจากนั้น ผลลัพธ์ที่ได้ในแต่ละส่วนจะถูกรวบรวมเพื่อสร้างเป็น solution ของปัญหาอีกที ทำให้โปรแกรมนี้สามารถนำไปใช้คำนวณเพื่อแก้ปัญหาที่มีขนาดใหญ่ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ที่มาภาพ – D-Wave Systems ที่ผ่านมา มีหน่วยงานวิจัยบางส่วนได้ทดลองใช้โปรแกรมนี้ร่วมกับคอมพิวเตอร์ของ D-Wave บ้างแล้ว ตัวอย่างเช่น นักวิทยาศาสตร์จาก Los Alamos National Laboratory ใช้โปรแกรมนี้เพื่อศึกษาโครงสร้างของโมเลกุล หรือในบางหน่วยงานเองก็มีการใช้โปรแกรมเพื่อศึกษาจีโนม (genomics) หรือวิเคราะห์ลำดับ DNA ของสิ่งมีชีวิต ถึงแม้ว่าตัวโค้ดจำเป็นจะต้องนำไปรันบนคอมพิวเตอร์ของ D-Wave เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด (ทาง WIRED กล่าวว่ามีโปรแกรมจำลองคอมพิวเตอร์ควอนตัมของบริษัทด้วย แต่ผมยังหาไม่เจอครับ) แต่การเปิดซอร์สในครั้งนี้ก็น่าจะช่วยให้การพัฒนาคอมพิวเตอร์ควอนตัมเข้าถึงชุมชนภายนอกได้มากขึ้น “D-Wave กำลังสร้างเครื่องมือให้นักพัฒนาได้ใช้ความรู้ความสามารถในการพัฒนาซอฟต์แวร์เพื่อเป้าหมายของพวกเขาเอง” Bo Ewald ประธานบริษัท (president) [...]

D-Wave หนึ่งในบริษัทผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ควอนตัมที่กูเกิลเลือกใช้ในงานวิจัยด้าน AI ประกาศเปิดซอร์สโปรแกรมประมวลผลเชิงควอนตัม qbsolv บน Github เพื่อให้นักพัฒนาศึกษาและพัฒนาโปรแกรมบนเครื่องคอมพิวเตอร์ของบริษัทได้ โดยไม่จำเป็นต้องมีความรู้ทางด้านการประมวลผลควอนตัมมากมายนัก โปรแกรม qbsolv ถูกใช้ในงานด้าน optimization และผนวกเป็นส่วนหนึ่งของคอมไพเลอร์ที่ใช้ในคอมพิวเตอร์ควอนตัมของ D-Wave โดยจะใช้เทคนิคการแบ่งปัญหาขนาดใหญ่ให้มีขนาดเล็กลงจนสามารถนำไปประมวลผลบนโปรเซสเซอร์ควอนตัมได้ หลังจากนั้น ผลลัพธ์ที่ได้ในแต่ละส่วนจะถูกรวบรวมเพื่อสร้างเป็น solution ของปัญหาอีกที ทำให้โปรแกรมนี้สามารถนำไปใช้คำนวณเพื่อแก้ปัญหาที่มีขนาดใหญ่ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ที่มาภาพ – D-Wave Systems ที่ผ่านมา มีหน่วยงานวิจัยบางส่วนได้ทดลองใช้โปรแกรมนี้ร่วมกับคอมพิวเตอร์ของ D-Wave บ้างแล้ว ตัวอย่างเช่น นักวิทยาศาสตร์จาก Los Alamos National Laboratory ใช้โปรแกรมนี้เพื่อศึกษาโครงสร้างของโมเลกุล หรือในบางหน่วยงานเองก็มีการใช้โปรแกรมเพื่อศึกษาจีโนม (genomics) หรือวิเคราะห์ลำดับ DNA ของสิ่งมีชีวิต ถึงแม้ว่าตัวโค้ดจำเป็นจะต้องนำไปรันบนคอมพิวเตอร์ของ D-Wave เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด (ทาง WIRED กล่าวว่ามีโปรแกรมจำลองคอมพิวเตอร์ควอนตัมของบริษัทด้วย แต่ผมยังหาไม่เจอครับ) แต่การเปิดซอร์สในครั้งนี้ก็น่าจะช่วยให้การพัฒนาคอมพิวเตอร์ควอนตัมเข้าถึงชุมชนภายนอกได้มากขึ้น “D-Wave กำลังสร้างเครื่องมือให้นักพัฒนาได้ใช้ความรู้ความสามารถในการพัฒนาซอฟต์แวร์เพื่อเป้าหมายของพวกเขาเอง” Bo Ewald ประธานบริษัท (president) [...]

D-Wave หนึ่งในบริษัทผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ควอนตัมที่กูเกิลเลือกใช้ในงานวิจัยด้าน AI ประกาศเปิดซอร์สโปรแกรมประมวลผลเชิงควอนตัม qbsolv บน Github เพื่อให้นักพัฒนาศึกษาและพัฒนาโปรแกรมบนเครื่องคอมพิวเตอร์ของบริษัทได้ โดยไม่จำเป็นต้องมีความรู้ทางด้านการประมวลผลควอนตัมมากมายนัก โปรแกรม qbsolv ถูกใช้ในงานด้าน optimization และผนวกเป็นส่วนหนึ่งของคอมไพเลอร์ที่ใช้ในคอมพิวเตอร์ควอนตัมของ D-Wave โดยจะใช้เทคนิคการแบ่งปัญหาขนาดใหญ่ให้มีขนาดเล็กลงจนสามารถนำไปประมวลผลบนโปรเซสเซอร์ควอนตัมได้ หลังจากนั้น ผลลัพธ์ที่ได้ในแต่ละส่วนจะถูกรวบรวมเพื่อสร้างเป็น solution ของปัญหาอีกที ทำให้โปรแกรมนี้สามารถนำไปใช้คำนวณเพื่อแก้ปัญหาที่มีขนาดใหญ่ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ที่มาภาพ – D-Wave Systems ที่ผ่านมา มีหน่วยงานวิจัยบางส่วนได้ทดลองใช้โปรแกรมนี้ร่วมกับคอมพิวเตอร์ของ D-Wave บ้างแล้ว ตัวอย่างเช่น นักวิทยาศาสตร์จาก Los Alamos National Laboratory ใช้โปรแกรมนี้เพื่อศึกษาโครงสร้างของโมเลกุล หรือในบางหน่วยงานเองก็มีการใช้โปรแกรมเพื่อศึกษาจีโนม (genomics) หรือวิเคราะห์ลำดับ DNA ของสิ่งมีชีวิต ถึงแม้ว่าตัวโค้ดจำเป็นจะต้องนำไปรันบนคอมพิวเตอร์ของ D-Wave เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด (ทาง WIRED กล่าวว่ามีโปรแกรมจำลองคอมพิวเตอร์ควอนตัมของบริษัทด้วย แต่ผมยังหาไม่เจอครับ) แต่การเปิดซอร์สในครั้งนี้ก็น่าจะช่วยให้การพัฒนาคอมพิวเตอร์ควอนตัมเข้าถึงชุมชนภายนอกได้มากขึ้น “D-Wave กำลังสร้างเครื่องมือให้นักพัฒนาได้ใช้ความรู้ความสามารถในการพัฒนาซอฟต์แวร์เพื่อเป้าหมายของพวกเขาเอง” Bo Ewald ประธานบริษัท (president) [...]

D-Wave หนึ่งในบริษัทผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ควอนตัมที่กูเกิลเลือกใช้ในงานวิจัยด้าน AI ประกาศเปิดซอร์สโปรแกรมประมวลผลเชิงควอนตัม qbsolv บน Github เพื่อให้นักพัฒนาศึกษาและพัฒนาโปรแกรมบนเครื่องคอมพิวเตอร์ของบริษัทได้ โดยไม่จำเป็นต้องมีความรู้ทางด้านการประมวลผลควอนตัมมากมายนัก โปรแกรม qbsolv ถูกใช้ในงานด้าน optimization และผนวกเป็นส่วนหนึ่งของคอมไพเลอร์ที่ใช้ในคอมพิวเตอร์ควอนตัมของ D-Wave โดยจะใช้เทคนิคการแบ่งปัญหาขนาดใหญ่ให้มีขนาดเล็กลงจนสามารถนำไปประมวลผลบนโปรเซสเซอร์ควอนตัมได้ หลังจากนั้น ผลลัพธ์ที่ได้ในแต่ละส่วนจะถูกรวบรวมเพื่อสร้างเป็น solution ของปัญหาอีกที ทำให้โปรแกรมนี้สามารถนำไปใช้คำนวณเพื่อแก้ปัญหาที่มีขนาดใหญ่ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ที่มาภาพ – D-Wave Systems ที่ผ่านมา มีหน่วยงานวิจัยบางส่วนได้ทดลองใช้โปรแกรมนี้ร่วมกับคอมพิวเตอร์ของ D-Wave บ้างแล้ว ตัวอย่างเช่น นักวิทยาศาสตร์จาก Los Alamos National Laboratory ใช้โปรแกรมนี้เพื่อศึกษาโครงสร้างของโมเลกุล หรือในบางหน่วยงานเองก็มีการใช้โปรแกรมเพื่อศึกษาจีโนม (genomics) หรือวิเคราะห์ลำดับ DNA ของสิ่งมีชีวิต ถึงแม้ว่าตัวโค้ดจำเป็นจะต้องนำไปรันบนคอมพิวเตอร์ของ D-Wave เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด (ทาง WIRED กล่าวว่ามีโปรแกรมจำลองคอมพิวเตอร์ควอนตัมของบริษัทด้วย แต่ผมยังหาไม่เจอครับ) แต่การเปิดซอร์สในครั้งนี้ก็น่าจะช่วยให้การพัฒนาคอมพิวเตอร์ควอนตัมเข้าถึงชุมชนภายนอกได้มากขึ้น “D-Wave กำลังสร้างเครื่องมือให้นักพัฒนาได้ใช้ความรู้ความสามารถในการพัฒนาซอฟต์แวร์เพื่อเป้าหมายของพวกเขาเอง” Bo Ewald ประธานบริษัท (president) [...]

D-Wave หนึ่งในบริษัทผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ควอนตัมที่กูเกิลเลือกใช้ในงานวิจัยด้าน AI ประกาศเปิดซอร์สโปรแกรมประมวลผลเชิงควอนตัม qbsolv บน Github เพื่อให้นักพัฒนาศึกษาและพัฒนาโปรแกรมบนเครื่องคอมพิวเตอร์ของบริษัทได้ โดยไม่จำเป็นต้องมีความรู้ทางด้านการประมวลผลควอนตัมมากมายนัก โปรแกรม qbsolv ถูกใช้ในงานด้าน optimization และผนวกเป็นส่วนหนึ่งของคอมไพเลอร์ที่ใช้ในคอมพิวเตอร์ควอนตัมของ D-Wave โดยจะใช้เทคนิคการแบ่งปัญหาขนาดใหญ่ให้มีขนาดเล็กลงจนสามารถนำไปประมวลผลบนโปรเซสเซอร์ควอนตัมได้ หลังจากนั้น ผลลัพธ์ที่ได้ในแต่ละส่วนจะถูกรวบรวมเพื่อสร้างเป็น solution ของปัญหาอีกที ทำให้โปรแกรมนี้สามารถนำไปใช้คำนวณเพื่อแก้ปัญหาที่มีขนาดใหญ่ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ที่มาภาพ – D-Wave Systems ที่ผ่านมา มีหน่วยงานวิจัยบางส่วนได้ทดลองใช้โปรแกรมนี้ร่วมกับคอมพิวเตอร์ของ D-Wave บ้างแล้ว ตัวอย่างเช่น นักวิทยาศาสตร์จาก Los Alamos National Laboratory ใช้โปรแกรมนี้เพื่อศึกษาโครงสร้างของโมเลกุล หรือในบางหน่วยงานเองก็มีการใช้โปรแกรมเพื่อศึกษาจีโนม (genomics) หรือวิเคราะห์ลำดับ DNA ของสิ่งมีชีวิต ถึงแม้ว่าตัวโค้ดจำเป็นจะต้องนำไปรันบนคอมพิวเตอร์ของ D-Wave เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด (ทาง WIRED กล่าวว่ามีโปรแกรมจำลองคอมพิวเตอร์ควอนตัมของบริษัทด้วย แต่ผมยังหาไม่เจอครับ) แต่การเปิดซอร์สในครั้งนี้ก็น่าจะช่วยให้การพัฒนาคอมพิวเตอร์ควอนตัมเข้าถึงชุมชนภายนอกได้มากขึ้น “D-Wave กำลังสร้างเครื่องมือให้นักพัฒนาได้ใช้ความรู้ความสามารถในการพัฒนาซอฟต์แวร์เพื่อเป้าหมายของพวกเขาเอง” Bo Ewald ประธานบริษัท (president) [...]

 Page 1 of 502  1  2  3  4  5 » ...  Last »