Soundlazer Snap คือชื่อของโครงการระดมทุนบน Kickstarter เพื่อสร้างลำโพงแบบ parametric ซึ่งเป็นลำโพงที่จำกัดให้มีเฉพาะผู้ที่อยู่ในทิศทางที่กำหนดเท่านั้นที่จะสามารถได้ยินเสียงจากลำโพงนี้ ลำโพงแบบ parametric จะอาศัยการใช้คลื่น ultrasound มาส่งออกทางลำโพงในลักษณะของคลื่นที่พุ่งออกเป็นแนวแคบๆ โดยอาศัยเทคนิคการปรับความถี่ของคลื่น ultrasound นั้นเข้ามาช่วย ซึ่งผลที่ได้คือจะมีเพียงผู้ที่อยู่ในแนวที่ลำโพงหันเข้าหาโดยตรงเท่านั้นที่สามารถได้ยินเสียงจากลำโพงดังกล่าว ส่วนผู้อื่นที่อยู่ถัดออกไปในบริเวณข้างเคียงนั้นจะได้ยินเสียงที่ค่อยมากหรือไม่ได้ยินเลย การใช้งานลำโพง parametric นั้นใช้งานได้หลากหลาย ทั้งในงานด้านการทหารและการปฏิบัติการด้านความมั่นคงต่างๆ (เช่น ส่งเสียงบอกเฉพาะบุคคลเป้าหมายที่อยู่ในระยะไกล) หรือใช้งานเพื่อการพาณิชย์ (เช่นเสียงโฆษณาที่มีเฉพาะผู้ที่อยู่ตำแหน่งที่กำหนดเท่านั้นที่สามารถได้ยิน) ส่วนในชีวิตประจำวันนั้นก็อาจใช้งานแทนหูฟังเพื่อการเปิดฟังเพลงในที่สาธารณะโดยผู้ที่อยู่รอบข้างไม่ต้องได้ยินเสียงรบกวน หรืออาจใช้เพื่อส่งเสียงทักทายใครสักคนที่อยู่ห่างออกไปโดยที่คนรอบข้างไม่ได้ยินเสียงนั้น ผู้พัฒนาโครงการนี้ได้เคยระดมทุนสร้างลำโพง Soundlazer รุ่นแรกสำเร็จไปเมื่อปี 2012 ซึ่งรุ่นดังกล่าวมีราคาขายอยู่ที่ชิ้นละ 275 ดอลลาร์ แต่ครั้งนี้พวกเขาได้พัฒนาลำโพงรุ่นใหม่ Soundlazer Snap ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อสร้างลำโพง parametric ในราคาที่ไม่แพง โดยผู้ที่สนใจสามารถสั่งจองจากหน้าโครงการบน Kickstarter ได้ในราคาถูกสุดชิ้นละ 149 ดอลลาร์ กำหนดการส่งสินค้าคือเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า ที่มา – SlashGear Speaker, Kickstarter,

หมดลงอย่างไวสำหรับการสั่งจอง Nexus 6 สมาร์ทโฟนซีรีย์ Nexus รุ่นล่าสุดที่ผลิตโดยโมโตโรลา หลังจากที่กูเกิลเปิดให้จองเพียงไม่กี่ชั่วโมง (several hours) กูเกิลมีกำหนดให้สั่งจองได้ในวันพุธที่ผ่านมา (ตามเวลาในสหรัฐ) แต่ผ่านไปเพียงไม่กี่ชั่วโมง Nexus 6 ทุกสีและทุกความจุได้หมดลงอย่างรวดเร็ว และยังไม่มีกำหนดการจากกูเกิลว่าจะเปิดให้สั่งจองได้อีกครั้งเมื่อไหร่ ขณะเดียวกันก็มีข่าวว่า กำหนดการสั่งจอง Nexus 6 ในเนเธอร์แลนด์และสหราชอาณาจักร ถูกเลื่อนออกไปจากวันที่ 3 พฤศจิกายนเป็น 18 พฤศจิกายน ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าจะเกี่ยวข้องกับปริมาณของสินค้าที่ถูกสั่งจองจนหมดในสหรัฐอเมริกามากน้อยเพียงใด ที่มา – GSM Arena Nexus 6, Google Nexus, Mobile

หลังจากที่เปิดตัวและเผยราคารวมถึงเริ่มวางจำหน่ายกันไปก่อนหน้านี้แล้ว ตอนนี้สเปคและความสามารถก็ได้ประกาศอย่างเป็นทางการแล้วครับ เริ่มจากวัสดุที่ใช้ทำตัวแบนด์ครับ มันคือ Thermal plastic elastomer พร้อมตัวปรับให้พอดีกับแต่ละคน ซึ่งตัว Microsoft Band นั้นมาในสามขนาด และต้องเลือกขนาดตั้งแต่ตอนซื้อเลยครับ ถัดมาที่หน้าจอ ขนาด 11 x 33 มิลลิเมตร 1.4 นิ้ว TFT รองรับการสัมผัสแบบ Capacitive ความละเอียด 320 x 106 พิกเซล สามารถมองเห็นได้ง่ายแม้จะอยู่ในที่ที่แสงแดดส่องถึงโดยตรง (อาจเป็นเทคโนโลยีเดียวกับ Lumia 1520, 2520) ในส่วนของแบตเตอรี่ อยู่ได้ 48 ชั่วโมงสำหรับการใช้งานทั่วไป แต่หากใช้ความสามารถขั้นสูงอย่าง GPS ก็จะกระทบต่อระยะเวลานี้ค่อนข้างมากครับ ตัวแบตเตอรี่เป็น lithium-ion polymer ขนาด 100 mAh แบบคู่ (แยกออกเป็นสองชิ้น) ใช้เวลาในการประจุไฟใหม่น้อยกว่า 1.5 ชั่วโมงโดยใช้สาย USB ที่ต่อกับตัวเครื่องด้วยแรงแม่เหล็กครับ ช่วงอุณหภูมิที่ทำงานได้อยู่ที่ [...]

HP Inc ส่วนของ HP ฝั่งผู้ใช้ทั่วไปที่เน้นเฉพาะเครื่องคอมพิวเตอร์กับเครื่องพิมพ์ เริ่มปล่อยของแล้ว หลังจากการแตกบริษัทที่เคยบอกไว้ว่าจะเข้ามาเล่นในตลาดเครื่องพิมพ์สามมิติอย่างยิ่งใหญ่ ตอนนี้ HP Inc เปิดตัวโซลูชันแบบครบวงจรออกมาแล้ว ในงานเปิดตัวเทคโนโลยีการพิมพ์ดังกล่าว Dion Weisler ซีอีโอ HP Inc ได้ออกมาเปิดตัวโซลูชันการพิมพ์สามมิติอย่างเป็นทางการ โดยจะครอบคลุมทุกการใช้งาน และทุกอุปกรณ์ของวงการพิมพ์สามมิติตั้งแต่ตัวเครื่อง และซอฟต์แวร์ พร้อมกันนี้ได้เปิดตัวเครื่องพิมพ์สามมิติตัวแรกของบริษัทที่มาพร้อมกับวิธีใหม่ที่เรียกว่า Multi Jet Fusion ซึ่งเคลมว่าเร็วกว่าการพิมพ์แบบอื่นถึง 10 เท่า แม่นยำ และยังให้ต้นทุนที่ต่ำกว่าอีกด้วย เครื่องพิมพ์ที่ใช้ Multi Jet Fusion (ขนาดจริงสูงเท่าเอว) เทคโนโลยี Multi Jet Fusion ตามที่อธิบายมาจะต่างจากการพิมพ์ด้วยวิธีอื่น แทนที่จะใช้การทำเลเยอร์ซ้อนเป็นชั้นด้วยการฉีด ฉายแสง หรือยิงเลเซอร์ก็ว่าไป ของ HP จะใช้กระบวนการทางเคมี เริ่มต้นด้วยการปูเลเยอร์แรกด้วยวัตถุเคลือบภายนอก และใช้สารตัวกระทำเข้าไปทำให้ต้นแบบแข็งตัว หลังจากนั้นใช้พลังงานทำให้ขึ้นรูปเป็นทรงที่ต้องการ ซึ่งเทคโนโลยีดังกล่าวนั้นได้มาจากฝั่งเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทนั่นเอง ด้วยเทคโนโลยีดังกล่าว HP Inc บอกว่าสามารถพิมพ์ชิ้นส่วนจำนวนหนึ่งพันชิ้นได้ภายใน 3 [...]

ธนาคารอาคารสงเคราะห์(ธอส.) แนะนำลูกค้าสินเชื่อของธนาคาร ชำระเงินงวดค่าบ้านได้หลากหลายช่องทาง ทั้งผ่าน 3 ช่องทางของ ธอส.ที่ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม หรือผ่าน 8 ตัวแทนรับชำระหนี้เงินกู้ของธนาคาร เพื่อเพิ่มความสะดวกให้แก่ลูกค้า นางอังคณา ปิลันธน์โอวาท ไชยมนัส กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) กล่าวว่า เนื่องจากในช่วงสิ้นเดือนของทุกเดือน จะมีลูกค้าสินเชื่อของธนาคารเป็นจำนวนมากที่ต้องชำระเงินงวด ค่าบ้าน ดังนั้น เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกในการชำระเงินงวดให้แก่ลูกค้าของธนาคาร จึงขอแจ้งให้ทราบว่า ปัจจุบัน ธอส.มีช่องทางการชำระเงินที่หลากหลาย แบ่งเป็น ช่องทางที่ลูกค้าไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม ประกอบด้วย 1.สาขาและเคาน์เตอร์การเงินของ ธอส.ทุกแห่ง 2.บัตรเอทีเอ็ม ธอส. ซึ่งสามารถชำระผ่านตู้เอทีเอ็มของ ธอส.ทั่วประเทศ และ 3.หักผ่านบัญชีเงินฝากออมทรัพย์เพื่อหักชำระหนี้เงินกู้ ธอส. นอกจากนี้ ลูกค้ายังสามารถนำบัตร GHB pay Card หรือใบเสร็จรับเงินชำระเงินกู้ที่มีบาร์โค้ดไปชำระผ่านเคาน์เตอร์ของ 8 ตัวแทนรับชำระหนี้เงินกู้ของธนาคาร ประกอบด้วย 1.เพย์@โพสต์ ณ ที่ทำการไปรษณีย์ทุกแห่งทั่วประเทศ 2.ทีโอที 3.เอ็มเปย์ สเตชั่น หรือ แคชเชียร์ Big [...]

ธนาคารอาคารสงเคราะห์(ธอส.) แนะนำลูกค้าสินเชื่อของธนาคาร ชำระเงินงวดค่าบ้านได้หลากหลายช่องทาง ทั้งผ่าน 3 ช่องทางของ ธอส.ที่ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม หรือผ่าน 8 ตัวแทนรับชำระหนี้เงินกู้ของธนาคาร เพื่อเพิ่มความสะดวกให้แก่ลูกค้า นางอังคณา ปิลันธน์โอวาท ไชยมนัส กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) กล่าวว่า เนื่องจากในช่วงสิ้นเดือนของทุกเดือน จะมีลูกค้าสินเชื่อของธนาคารเป็นจำนวนมากที่ต้องชำระเงินงวด ค่าบ้าน ดังนั้น เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกในการชำระเงินงวดให้แก่ลูกค้าของธนาคาร จึงขอแจ้งให้ทราบว่า ปัจจุบัน ธอส.มีช่องทางการชำระเงินที่หลากหลาย แบ่งเป็น ช่องทางที่ลูกค้าไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม ประกอบด้วย 1.สาขาและเคาน์เตอร์การเงินของ ธอส.ทุกแห่ง 2.บัตรเอทีเอ็ม ธอส. ซึ่งสามารถชำระผ่านตู้เอทีเอ็มของ ธอส.ทั่วประเทศ และ 3.หักผ่านบัญชีเงินฝากออมทรัพย์เพื่อหักชำระหนี้เงินกู้ ธอส. นอกจากนี้ ลูกค้ายังสามารถนำบัตร GHB pay Card หรือใบเสร็จรับเงินชำระเงินกู้ที่มีบาร์โค้ดไปชำระผ่านเคาน์เตอร์ของ 8 ตัวแทนรับชำระหนี้เงินกู้ของธนาคาร ประกอบด้วย 1.เพย์@โพสต์ ณ ที่ทำการไปรษณีย์ทุกแห่งทั่วประเทศ 2.ทีโอที 3.เอ็มเปย์ สเตชั่น หรือ แคชเชียร์ Big [...]

ทีม Google X เริ่มมีผลงานพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อสุขภาพร่างกายมนุษย์ออกมามากขึ้น ไล่ตั้งแต่การพัฒนารอยสักดิจิทัลและเม็ดยาดิจิทัลที่สานต่องานพัฒนาจากทีมของ Motorola เดิม รวมทั้งการสร้างคอนแทคเลนส์วัดปริมาณน้ำตาลในเลือด ล่าสุด Google ก็ได้ประกาศเรื่องโครงการใหม่ของทีม Google X ในการสร้างอนุภาคนาโนที่สามารถไหลกระจายตัวไปยังส่วนต่างๆ ของร่างกายผ่านทางกระแสเลือดเพื่อทำหน้าที่ตรวจหาเนื้อร้ายที่จะกลายเป็นมะเร็ง Andrew Conrad หัวหน้าทีมย่อยด้านวิทยาศาสตร์เพื่อชีวิตของ Google X ได้ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องนี้ในงานสัมมนาที่ Wall Street Journal จัดขึ้น โดยเล่าว่า Google ต้องการสร้างอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่มีความน่าเชื่อถือในการใช้งานจริงและเป็นประโยชน์ต่อการทำหน้าที่วินิจฉัยอาการเจ็บป่วยโดยแพทย์ และอนุภาคนาโนนี้ก็เป็นหนึ่งในสิ่งที่ว่า อนุภาคนาโนของ Google นี้จะมีขนาดใหญ่ประมาณพันเท่าของเซลล์เม็ดเลือดแดง และถูกออกแบบมาให้ใช้งานโดยการกลืนเม็ดยาที่บรรจุอนุภาคพิเศษเหล่านั้นไว้ภายใน หลังจากนั้นเมื่อเข้าสู่ร่างกายแล้วอนุภาคนาโนดังกล่าวจะกระจายตัวเคลื่อนที่ไปยังส่วนต่างๆ ของร่างกายได้ทางกระแสเลือดก่อนจะยึดตัวเองเข้ากับเซลล์หรือโปรตีนเฉพาะตามที่กำหนด เพื่อคอยเก็บข้อมูลของร่างกายในแต่ละส่วนส่งไปยังอุปกรณ์สวมใส่ที่ทำหน้าที่รายงานผลให้ผู้ใช้และแพทย์ได้รับทราบ Conrad ระบุว่า Google จะไม่ใช้ข้อมูลที่เก็บได้จากตัวอนุภาคนาโนไปใช้เพื่อการพาณิชย์แต่อย่างใด ซึ่งอันที่จริงแล้ว Google นั้นตั้งใจเพียงที่จะพัฒนาเทคโนโลยีนี้ขึ้นมาเพื่อให้สิทธิบริษัทอื่นได้นำไปสร้างเป็นผลิตภัณฑ์จริง โดย Google อาจไม่ได้เป็นผู้ผลิตหรือเป็นผู้เก็บข้อมูลจากตัวอนุภาคนาโนเหล่านั้นเอง Conrad บอกว่าเทคโนโลยีนี้คงต้องใช้เวลาในการพัฒนาต่อไปอีกราว 5-7 ปีกว่าจะกลายเป็นอุปกรณ์ที่ใช้งานได้จริง แต่ Google เลือกที่จะออกมาพูดถึงโครงการนี้ตั้งแต่เนิ่นๆ เพราะเข้าใจดีว่าการพัฒนาอุปกรณ์ในลักษณะนี้ย่อมสร้างความกังวลด้านความปลอดภัยในการใช้งานขึ้นในใจของผู้คน จึงอยากให้เกิดการออกความเห็นและปรึกษากันจากหลายฝ่ายเพื่อวางแนวทางการพัฒนาโครงการนี้ได้อย่างเหมาะสมตั้งแต่ตอนนี้นั่นเอง [...]

การเดินทางอันยาวนานของ HTML5 นับสิบปี ตั้งแต่การฟอร์มทีมร่างมาตรฐาน WHATWG ในปี 2004 ก็มาถึง “ก้าวแรก” เมื่อองค์กรกำกับมาตรฐานเว็บ W3C ประกาศรับรองมาตรฐาน HTML 5.0 อย่างเป็นทางการ (มีสถานะเป็น “Recommendation”) ฟีเจอร์ใหม่ๆ ของ HTML5 ก็เป็นไปตามที่ Blognone เสนอข่าวมาโดยตลอด (และทุกวันนี้เราก็ใช้กันเยอะแล้วเพราะเบราว์เซอร์รองรับกันก่อนเป็นมาตรฐาน) เช่น <audio>/<video>, Canvas, SVG, MathML เป็นต้น อย่างไรก็ตาม HTML5 ยังถือว่าไม่เสร็จสมบูรณ์ เพราะนโยบายใหม่ของ W3C จะมองมาตรฐาน HTML5 เป็นเวอร์ชันย่อยๆ ที่พัฒนาไปเรื่อยๆ (แบบ Chrome/Firefox) โดยตอนนี้มาตรฐาน HTML 5.1 เริ่มเข้าสถานะ Nightly แล้ว และมีกำหนดออกรุ่นจริงในปี 2016 Jeff Jaffe ซีอีโอของ W3C แสดงวิสัยทัศน์ผ่านบล็อกของ W3C [...]

เว็บไซต์ cnBeta ได้หยิบเอาสไลด์ข้อมูลของ Office for Mac ที่อยู่ในระหว่างการพัฒนามาเปิดเผย หลังจากที่ก่อนหน้านั้นมีภาพหลุดของ Outlook:mac เวอร์ชันใหม่ออกมาก่อน โดยที่ข้อมูลหลักๆ จะเป็นเรื่องของแผนการดำเนินการของ Office for Mac แบบเต็มๆ จากรายงานระบุว่า Office for Mac 16 มีกำหนดการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในช่วงปลายปีนี้ โดยเป็นเวอร์ชันสำหรับทดสอบก่อน แล้วจะเปิดตัวอีกครั้งพร้อมปล่อยเวอร์ชันจริงออกมาให้ใช้งานในช่วงครึ่งปีแรก 2015 ในส่วนของใหม่ Office for Mac 16 ชูจุดเด่นใหม่ทั้งหมด 4 จุด คือส่วนติดต่อผู้ใช้ที่ออกแบบในรูปแบบ Modern Design (แบบเดียวกับ Office 2013) ในตีมบังคับของ Apple (อารมณ์ประมาณลูกครึ่ง Modern และลูกครึ่ง Yosemite) โดยที่ส่วนติดต่อผู้ใช้นี้จะรองรับการใช้งานบนหน้าจอ Retina Display ได้อย่างสมบูรณ์แบบ, ปรับปรุงการเชื่อมต่อกับบริการ Office 365 และ OneDrive, ปรับปรุงประสิทธิภาพของ [...]

ข่าวใหญ่ประจำวงการโทรคมนาคมไทยในรอบปีนี้คือ การเปลี่ยนตัวผู้บริหารของค่ายฟ้า dtac ที่คุณซิคเว่ เบรคเก้ อดีตซีอีโอกลับมารักษาการชั่วคราว สร้างความตื่นเต้นให้กับทั้งพนักงานและลูกค้า dtac เป็นอย่างมาก พร้อมกับความหวังว่า “dtac จะกลับมาดีเหมือนเดิม” ในรอบเกือบ 2 เดือนที่ผ่านมา คุณซิคเว่ก็ไม่ทำให้แฟนๆ ผิดหวัง เขาเดินสายพบปะลูกค้า dtac ทุกระดับแบบถี่ยิบ รวมถึงเปิดอกยอมรับปัญหาทั้งหมด พร้อมทั้งเผยแผนการลงทุนเครือข่ายเพิ่มอีก 1 หมื่นล้านบาท เพื่อให้บริการทางเทคนิคของ dtac กลับมาเทียบชั้นกับคู่แข่งได้ วันนี้ผมมีโอกาสสัมภาษณ์คุณซิคเว่แบบเต็มๆ คำถามแรกที่ผมถามคุณซิคเว่คงเป็นคำถามเดียวกับที่ลูกค้า dtac ทั่วไทยสงสัยกันมานาน “อะไรคือความผิดพลาดของ dtac ในรอบหลายปีที่ผ่านมา” ภาพจาก Facebook Sigve Brekke อะไรคือความผิดพลาดของ dtac คุณซิคเว่คงเผชิญคำถามนี้มาหลายรอบแล้วเลยสามารถตอบได้อย่างเป็นระบบมาก สรุปแบบสั้นๆ คำตอบคือ “dtac ปรับตัวไม่ทันกับโลกที่เปลี่ยนไป” คำตอบแบบยาวๆ สิ่งที่ dtac ปรับตัวตามไม่ทันมีอยู่ 3 ประการใหญ่ๆ ได้แก่ 1) เทคโนโลยีเครือข่าย เดิมที [...]

 Page 1 of 389  1  2  3  4  5 » ...  Last »