วันนี้ AIS จัดงานเผยวิสัยทัศน์ประจำปี 2017 (AIS Vision 2017) เตรียมก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัลอย่างแท้จริง โดยคุณสมชัย เลิศสุทธิวงศ์ ซีอีโอ AIS ระบุว่าปี 2016 ที่ผ่านมาเป็นปีของการก้าวกระโดดของอุตสาหกรรมสื่อสารคมนาคมไทย สำหรับการเข้าสู่ยุคดิจิทัล และเป็นปีแรกที่ AIS มีรายได้จากการใช้งานดาต้าสูงกว่า voice (ลูกค้า 41 ล้านราย ใช้ดาต้ากันไปแล้วกว่า 24 ล้านราย)

ส่วนในปีนี้ AIS เน้นการก้าวเข้าสู่เครือข่าย Next Generation (Next G Network) การเป็นผู้ให้บริการเครือข่าย IoT และ Digital Service

AIS Vision

Next G Network

AIS ตั้งเป้าจะเป็นผู้ให้บริการเครือข่ายดิจิทัล ที่รองรับความเร็วระดับกิกะบิท ทั้ง Mobile Broadband จากเทคโนโลยี Tri Band LTE-A, Super Wifi ด้วยมาตรฐาน 802.11ac Wave 2 และ Fix Broadband โดยในปีนี้ AIS มองว่าการใช้งานอินเทอร์เน็ตจะเติบโตราว 300% และตลาดที่จะเติบโตมากทีสุดคือ Fix Broadband และการใช้งานอุปกรณ์ IoT

Image 2-6-2560 BE at 23.14

Image 2-6-2560 BE at 22.54

ผู้ให้บริการ NB-IoT ในภูมิภาค

AIS ประกาศตัวเป็นผู้ให้บริการ Narrow Band – Internet of Things เป็นเจ้าแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยภายในงานมีการเดโม่รูปแบบการใช้งานอาทิ

  • Smart City ด้วยการทำ Smart Parking ที่ใช้อุปกรณ์ส่งสัญญาณที่พัฒนาร่วมกับคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและ Huawei ในการจองและระบุที่ว่างของช่องจอดรถในสถานที่ต่างๆ

Image 2-6-2560 BE at 22.53

  • Smart Life ที่ทาง AIS ยกตัวอย่างคือการใช้อุปกรณ์ติดตามสำหรับผู้สูงอายุหรือสัตว์เลี้ยง

Image 2-6-2560 BE at 23.14

  • Smart Business อย่างการทำเทคโนโลยี IoT ในประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมหรือกระบวนการต่างๆ ในธุรกิจ อาทิ Smart Factory, Smart Agriculture, Smart Health

Digital Service

ไฮไลท์สำคัญของงานนี้ที่เรียกเสียงว้าวได้มากที่สุด อยู่ที่การประกาศเป็นพาร์ทเนอร์กับ HBO, FOX และ NBA ในการนำคอนเทนท์มาให้บริการบน AIS Play และ Playbox รวมถึงการประกาศวางขาย Chromecast

อีกหนึ่งความพยายามในการเป็นผู้ให้บริการดิจิทัลในภาคธุรกิจ คือการจับมือกับไมโครซอฟท์ ในการให้บริการ Business CLOUD ที่พร้อมตอบสนองต่อองค์กรทุกขนาด ทุกอุตสาหกรรม

Image 2-6-2560 BE at 23.23

Digital for Thais

อีกหนึ่งวิสัยทัศน์ของ AIS คือการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมายกระดับคุณภาพชีวิตและรากฐานของประเทศ ผ่านการร่วมมือกับภาครัฐ แบ่งเป็น 4 ด้านหลักๆ

  • ด้านเกษตรกรรมและผู้ประกอบการ OTOP นำเทคโนโลยีมาประยุกต์ในเชิงพาณิชย์สำหรับวิสาหกิจชุมชน, OTOP และ SME อย่างช่องทางการซื้อสินค้าผ่าน E-Marketplae ของ AIS และรวมถึงกลุ่มเกษตรกรด้วยผ่านแอพ “ฟาร์มสุข” ซึ่งเป็นทั้งช่องทางในการซื้อขาย และแหล่งข้อมูลความรู้ในการทำการเกษตรต่างที่มีเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเหลือ

  • ด้านสาธารณสุข AIS ได้จัดทำแอพ “อสม. ออนไลน์” เพื่อเป็นเครื่องมือการสื่อสารด้านสาธารณสุขของทั้งโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) และเครือข่ายอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และเพื่อให้ผู้ป่วยในพื้นที่ห่างไกล ได้เข้าถึงแพทย์ง่ายมากขึ้น

  • การศึกษา AIS ยังคงเดินหน้าโครงการ “สานรัก คนเก่งหัวใจแกร่ง” ที่ให้ทุนการศึกษาแก่เด็กต่อไป รวมถึงเพิ่มการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตและความรู้พิเศษและคอนเทนท์ด้านการศึกษา อาทิ สารคดีต่างๆ ผ่าน AIS Playbox

  • Startup และผู้ประกอบการ AIS ได้ประกาศจับมือกับ TCDC จัดทำ Working Space ในชื่อ AIS D.C. ที่มีบริการด้านดิจิทัลต่างๆ ให้ Startup ได้มาทดสอบและทดลอง อาทิ การเชื่อมต่อ API บนผลิตภัณฑ์ของตนเองเข้ากับ AIS Digital Platform หรือการทำ Digital Business จากผู้เชี่ยวชาญของ AIS

Image 2-6-2560 BE at 22.54 (1)

Source:  www.blognone.com

Tagged with:

Filed under: IT News

Like this post? Subscribe to my RSS feed and get loads more!