ปัจจุบัน แม้ว่าโทรศัพท์มือถือจะเป็นที่นิยมในการถ่ายภาพอย่างมาก แต่สำหรับหลายคน กล้อง DSLR ก็ยังถือเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในการใช้งานถ่ายภาพ เพราะหลายครั้งด้วยคุณภาพที่ดีกว่ามือถือและเลนส์ที่มีให้เลือกสรรเยอะกว่า ก็ทำให้กล้อง DSLR ยังคงมีคนต้องการอยู่

ทั้งนี้ กล้อง DSLR ต่างก็ต้องปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัยด้วย เช่น ผู้ใช้อยากจะเห็นพรีวิวภาพถ่ายจากจอสวย ๆ หรือว่าอยากจะอัพขึ้น Facebook, Instagram ได้ทันทีหลังจากถ่ายรูปเสร็จ Nikon D5600 ซึ่งจะนำมารีวิวให้ดูกันในครั้งนี้ ถือว่าตอบโจทย์ในหลาย ๆ อย่าง รวมถึงความสามารถด้านการถ่ายภาพก็ถือว่าดีมากเมื่อเทียบกับกล้องที่มีราคาใกล้เคียงกัน

สำหรับรีวิวนี้ จะเน้นการใช้งานเป็นหลัก หากผู้ใช้ต้องการดูรายละเอียดสเปคของ D5600 สามารถเข้าไปดูได้ที่เว็บไซต์ Nikon

การออกแบบภายนอก

Nikon D5600 นั้น มีการออกแบบภายนอกที่ยังคงทรงเป็น Nikon โดยขนาดตัวของเครื่องถือว่าเล็ก ซึ่งถ้าเป็นคนมือขนาดปานกลาง-ใหญ่ อาจจะจับแล้วรู้สึกตกขอบและไม่ชอบอยู่บ้าง แต่ถ้าผู้หญิงหรือคนที่มือเล็ก จับแล้วน่าจะชอบ น้ำหนักตัวเครื่องนั้นอยู่ในระดับที่ค่อนข้างเบา สามารถพกพาไปมาได้อย่างไม่เป็นภาระมากนัก แต่ด้วยน้ำหนักเบาก็มีข้อเสียอยู่บ้างที่เมื่อใส่เลนส์ตัวใหญ่เข้าไปแล้วห้อยคอ หน้าจะทิ่มทันที ซึ่งการเป็นกล้องท่องเที่ยว หลายคนอาจจะไม่ได้ใส่ใจจุดนี้มากนัก

จอแสดงผลของ Nikon D5600 นั้นมีความคมชัดสูง ถือว่าเหลือเฟือต่อการใช้งานทั่วไป แถมยังรองรับการสัมผัสหน้าจอ ทำให้ผู้ใช้มือใหม่ที่ซื้อกล้องมาและยังไม่ชินกับการใช้เมนู จะเรียนรู้โดยการใช้สัมผัสจอไปก่อนก็ได้

การถ่ายภาพและวิดีโอ

เมื่อรีวิวกล้อง สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือ “การถ่ายภาพ” ด้วยฟังก์ชันการถ่ายภาพของ Nikon D5600 ตัว UI ก็จะยังคงเหมือนกับ Nikon รุ่นอื่น ๆ ส่วนออฟชั่นต่าง ๆ ที่เพิ่มเข้ามา ไม่ว่าจะเป็นจอสัมผัส หรือจอที่หมุนได้ ก็ช่วยให้การถ่ายภาพสะดวกขึ้นได้ไม่น้อย

สเปคของเซนเซอร์กล้อง Nikon คือมีความละเอียด 24 ล้านพิกเซล (6000 x 4000), รองรับ ISO 100-25600, ถ่ายภาพรัว 5 ภาพต่อวินาที, จุดโฟกัส 39 จุด

ฟีเจอร์แรกคือที่ช่วยอำนวยความสะดวก แตะเพื่อโฟกัสถ่ายภาพ คือเมื่อเปิดโหมด Live View สามารถใช้นิ้วมือแตะที่จอเพื่อทำการโฟกัสในจุดที่ต้องการได้ทันที และถ้าเปิดโหมดแตะหน้าจอเพื่อถ่ายภาพไว้ เมื่อสัมผัสจอเพื่อโฟกัสเรียบร้อยกล้องก็จะถ่ายรูปให้เราโดยอัตโนมัติ หรือจะสั่งงานถ่ายภาพระยะไกลจากแอพ Snapbridge ได้ด้วย (ซึ่งจะมีพูดถึงในหัวข้อการเชื่อมต่อ)

จอที่หมุนได้ ก็ช่วยให้เซลฟี่ได้ง่ายขึ้น เพียงแค่หันหน้ากล้องมาที่ตัวเอง หมุนจอมา แล้วแตะที่หน้าจอ กล้องก็จะโฟกัสพร้อมถ่ายภาพ เพียงเท่านี้ก็ได้รูปถ่ายสวย ๆ แล้ว

ภาพตัวอย่างจากกล้อง Nikon D5600 โดยภาพในกลุ่มนี้เป็นภาพ JPEG ที่ได้จากหลังกล้อง ใช้เลนส์ Kit 18-55 และ 16-85 โดยไม่มีการตกแต่งเพิ่มแต่อย่างใด (มีการย่อภาพโดยใช้โปรแกรม Preview เท่านั้น)

ส่วนการทดสอบโดยการใช้งาน ISO ที่สูง ๆ แน่นอนว่ากล้องรุ่นใหม่สมัยนี้ก็สามารถใช้งาน ISO สูง ๆ ได้ดีมากแบบแทบจะไม่มี noise มากวนใจ เราก็จะมาทดสอบเช่นกันว่า Nikon D5600 นั้น เมื่อใช้งานที่ ISO สูง ๆ จะเริ่มแตก noise ให้เห็นเมื่อไรและเยอะขนาดไหน

จากภาพที่ผมทดสอบเองก็จะเห็นว่าถ้าเกิดมีสถานการณ์ที่จำเป็นต้องดัน ISO สูงระดับ 6400 ก็ถือว่าคุณภาพที่ลดลงไปนั้นเริ่มสังเกตเห็นได้บ้าง (สังเกตจากความคมของเส้น) แต่ก็ยังนับว่าเอาอยู่ ซึ่งจากความเห็นผมคือระดับ 12800 ก็ยังถือว่าใช้งานได้อย่างไม่ลดคุณภาพลงไปมากนัก ถ้ามีสถานการณ์ที่จำเป็นต้องใช้ก็งัดขึ้นมาใช้ได้

ทั้งนี้หากใครอยากเห็นการทดสอบแบบละเอียด แนะนำให้ดูที่ Studio Scene ของ dpreview ซึ่งในขณะที่เขียนบทความนี้ยังไม่มีการทดสอบของกล้องรุ่นนี้ คงต้องรออีกสักพัก

ส่วนใครที่ JPEG ยังไม่สะใจ อยากจะปรับแต่งอะไรเอง Nikon D5600 ก็มีระบบไฟล์ RAW 16-bit ให้เลือกใช้งาน พร้อมกับระบบโปรเซสไฟล์ภาพ RAW ในตัวกล้อง ที่ปรับได้ตั้งแต่ White Balance, Exposure, Picture Control, High ISO Noise Reduction, Vignette ฯลฯ ซึ่งสะดวกมากสำหรับการใช้งานเพื่อปรับแต่งในเบื้องต้นที่ไม่ต้องพึ่งโปรแกรมบนคอมพิวเตอร์ เพราะสามารถปรับแต่งและ export ไฟล์ภาพออกมาจากในตัวกล้องได้ทันที หรือถ้าใครอยากจะเล่นเอฟเฟค เช่น แต่งภาพเป็นการ์ตูน ในตัวกล้องก็มีให้เล่นเช่นกัน

ตัวอย่างภาพจากการใช้ระบบโปรเซสไฟล์ RAW ในตัวกล้อง ภาพนี้ทดสอบโดยการถ่ายย้อนแสงแบบอันเดอร์มาก่อน แล้วใช้วิธีดึงแสงจากในตัวกล้อง ซึ่งก็พบว่าระบบนี้ใช้งานได้ดีมากเลยทีเดียว

ภาพตัวอย่างจากการใช้งานเอฟเฟคในตัวกล้อง Photo Illustration

Nikon D5600 นั้นสามารถถ่ายวิดีโอได้ถึงระดับ HD 1080p ที่ 60 เฟรมต่อวินาที มีไมโครโฟนแบบสเตอริโอ พร้อมโหมดการลบเสียงรบกวนจากลม และยังรองรับการถ่ายวิดีโอแบบ time-lapse อีกด้ววย

การเชื่อมต่อ

Nikon D5600 รองรับการเชื่อมต่อทั้ง Wi-Fi, Bluetooth และ NFC ผ่านแอพ SnapBridge บน iOS และ Android โดยความสามารถของแอพนี้มีตั้งแต่ดาวน์โหลดรูปจากกล้อง, ซิงค์เวลากล้องกับสมาร์ทโฟน, ให้กล้องรับข้อมูล GPS จากสมาร์ทโฟนเข้าไปฝังไว้ในภาพถ่าย ไปจนถึงการควบคุมกล้องให้ถ่ายรูปได้จากระยะไกล เพิ่มความสะดวกให้ผู้ใช้

ภาพ SnapBridge จาก Nikon Europe

การดาวน์โหลดรูปผ่านแอพ SnapBridge สามารถทำได้โดยการเชื่อมต่อ Bluetooth หรือ Wi-Fi โดยเมื่อดาวน์โหลดก็จะได้ไฟล์ภาพมาลงเครื่อง พร้อมการแชร์ภาพผ่าน social network ทันที

ถัดไปคือการควบคุมตัวกล้องผ่านแอพ SnapBridge โดยจำเป็นต้องทำผ่าน Wi-Fi เท่านั้น เมื่อ SnapBridge เปิดใช้งานฟีเจอร์นี้ กล้องจะเข้าสู่โหมด Live View และภาพจากกล้องจะปรากฏบนสมาร์ทโฟนที่กำลังเชื่อมต่ออยู่ สามารถควบคุมกล้องได้โดยปรับโฟกัสและกดถ่าย สะดวกมากสำหรับการใช้งานถ่ายในบางสถานการณ์ เช่น ถ่ายภาพหมู่โดยใช้ขาตั้งกล้องแล้วก็กดชัตเตอร์ผ่านสมาร์ทโฟน โดยไม่ต้องวานให้ใครมาช่วยถ่ายภาพให้

สรุป

Nikon D5600 กล้องยุคใหม่ เหมาะกับคนสมัยใหม่ จะเที่ยวก็สบาย จะพกไปถ่ายรูปทั่วไปก็ได้ไม่เป็นภาระมากนัก พร้อมแชร์ได้ทันทีที่ต้องการ

ความสามารถด้านการถ่ายภาพของ Nikon D5600 นั้นถือว่าอยู่ในระดับที่ DSLR ควรจะเป็น คือสะดวก รวดเร็ว ปรับค่าได้ทุกแบบ ส่วนลักษณะทางกายภาพก็เอื้อต่อการพกไปไหนมาไหน คุณภาพที่ได้มาก็ถือว่าดีมาก ดังนั้นการถ่ายภาพทั่วไปนั้นถือว่าเอาอยู่แน่นอน รวมถึงความสามารถที่ทำให้ภาพสามารถจบได้ภายในตัวกล้อง และแชร์ออกมาผ่าน SnapBridge ให้กับสมาร์ทโฟนเพื่อแชร์รูปลง social network ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่สะดวกสบายมากขึ้นต่อชีวิตในปัจจุบันที่คนนิยมถ่ายภาพแล้วแชร์เลย

Topics: 

Source:  www.blognone.com

Tagged with:

Filed under: IT News

Like this post? Subscribe to my RSS feed and get loads more!